พิษเศรษฐกิจผสมโควิท-19 ธุรกิจการบินเผยแนวโน้มเลื่อนเป้าลดก๊าซเรือนกระจก

แม้ผลกระทบจากการระบาดของไวรัส โควิท-19 จะช่วยชะลอการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากอุตสาหกรรมการบิน แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจทำให้หลายสายการบินชะลอเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกออกไป

ปัจจุบัน ไม่มีใครไม่รู้จักโรค “โควิท-19” เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2563 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้โรคดังกล่าวมีสถานะเป็นโรคระบาดทั่วโลก กระทบเศรษฐกิจหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจสายการบิน Eamonn Brennan ผู้อำนวยการองค์กรบริหารการบินยุโรป (EuroControl) เผย ยอดเที่ยวบินในยุโรปในวันดังกล่าวลดลง 14.1% น้อยลงกว่าวันเดียวกันเมื่อปีก่อน 3,838 เที่ยวบิน

ยอดเที่ยวบินในยุโรป วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ.2563 เทียบกับวันเดียวกันปีที่แล้ว // ขอบคุณภาพ: ทวิตเตอร์ Eamonn Brennan

วิกฤตโควิท-19 กระทบสังคมในหลายมิติ รวมถึงสิ่งแวดล้อม งานวิจัยโดย Centre for Research on Energy and Clean Air กลางเดือนกุมภาพันธ์ เผยว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอุตสาหกรรมต่างๆ 15% จากช่วงก่อนโรคระบาด ส่วนหนึ่งคือธุรกิจการบินที่ลดจำนวนเที่ยวบินลง อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา สำนักข่าว New York Times รายงานว่าสายการบินหลายแห่งแสดงแนวโน้มว่าจะผัดผ่อนเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เดิมที่ตั้งไว้เนื่องจากการระบาดโควิท-19

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สายการบินต่างๆ ได้ตั้งเป้าหมายปรับธุรกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ธุรกิจการบินนับว่าเป็นตัวการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 2-3% ในโลก  และมีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มอีกสามเท่าในสามสิบปีข้างหน้า เพราะการเพิ่มของสายการบินชั้นประหยัด

สหภาพยุโรปวางแผนร่วมกับธุรกิจสายการบิน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการบินที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง รวมถึงเตรียมออกภาษีสิ่งแวดล้อม ปีพ.ศ.2563 นี้ รัฐบาลฝรั่งเศสเตรียมเก็บภาษีเพื่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มในทุกเที่ยวบินที่บินออกจากประเทศ เพื่อนำเงินสนับสนุนการพัฒนาโครงการคมนาคมที่ก่อมลพิษน้อยกว่าอย่างรถไฟ

กระนั้น  ต้นเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา Jennifer Janzen โฆษกประจำสมาคมสายการบินยุโรป (Airlines For Europe) ซึ่งดูแลสายการบินในยุโรปมากกว่า 70% ได้กล่าวในการประชุมสมาคมที่กรุงบรัซเซลล์ว่า

“เราไม่จำเป็นต้องออกภาษีใหม่ตอนนี้ สายการบินและผู้โดยสารไม่ควรจะต้องรับภาระราคาที่สูงขึ้น ภาษีสิ่งแวดล้อมจะยิ่งทำให้สถานการณ์ตอนนี้แย่ลง”

Andrew Murphy ผู้จัดการฝั่งการบินของ Transport & Environment องค์กรสนับสนุนการคมนาคมที่ยั่งยืนในยุโรป ชี้ว่า ในสถานการณ์โควิท-19 นี้บริษัทฯ และองค์กรนานาชาติหลายแห่งเริ่มหาทางออก หันมาทำงานจากบ้านและประชุมทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ต ดังนั้นผู้คนอาจเร่ิมคุ้นชินกับพฤติกรรมทำงานแบบใหม่

ด้าน Antonio Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า ควรระวังอย่าให้วิกฤตโควิท-19 เบี่ยงเบนความสนใจเรื่องปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“ตอนนี้เราเจอความท้าทายเรื่องโรคระบาดที่หวังว่าจะเป็นแค่เรื่องชั่วคราว แต่ขณะเดียวกัน เรายังมีอีกความท้าทาย คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเกิดขึ้นมานานแล้ว และจะส่งผลกระทบต่อเราอีกหลายสิบปี พวกเราจะต้องลงมือแก้ไขต่อเนื่อง”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง