ประกาศถอนเขตโบราณสถานเขายะลาทำพิษ แฟลชม๊อบต้านเหมืองหินโผล่หน้าก.วัฒนธรรม

เครือข่ายประชาชนปกป้องเขายะลา ประกาศชุมนุมหน้า กระทรวงวัฒนธรรม วันพรุ่งนี้ (5 มีนาคม) ประท้วงกรณีกรมศิลปากรประกาศเพิกถอนพื้นที่เขตโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา บางส่วน เพื่อเปิดทางให้สามารถทำเหมืองหินอุตสาหกรรมในพื้นที่ได้ ย้ำโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลามีสภาพสิ่งแวดล้อมสมบูรณ์ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างยิ่ง

สืบเนื่องจาก ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง แก้ไขเขตที่ดินโบราณสถาน ที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ฉบับวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 กรมศิลปากรได้ประกาศแก้ไขขอบเขตที่ดินโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา ในพื้นที่คาบเกี่ยว ต.ลิดล – ต.ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา จากเดิมมีขนาด 887 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา ลดเหลือ 697 ไร่ 75 ตารางวา

ภาพเขียนสี
ภาพเขียนสีที่พบในเขตโบราณสถานเขายะลา ขอบคุณภาพจาก: บัก หำน้อย

โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากพื้นที่ จ.ยะลา และจังหวัดใกล้เคียงกำลังประสบสภาวะขาดแคลนหินอุตสาหกรรมสำหรับการก่อสร้าง เพราะแหล่งหินอุตสาหกรรมในพื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตที่มีปัญหาด้านความมั่นคง ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องใช้แหล่งหินอุตสาหกรรมในเขตโบราณสถานเขายะลา เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาขาดแคลนหินอุตสาหกรรม และบรรเทาปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้

ประกาศฉบับดังกล่าวลงนาม ณ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2562 โดย อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้น

อย่างไรก็ดี วลัยลักษณ์ ทรงศิริ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี แสดงความเห็นผ่านทางเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า ประกาศดังกล่าวถือเป็นการเปิดทางให้มีการทำเหมืองหินอุตสาหกรรมในพื้นที่เขายะลา ซึ่งมีแหล่งโบราณสถานภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่มีคุณค่าและความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ท้องถิ่น จนอาจส่งผลกระทบสร้างความเสียหายให้กับแหล่งโบราณสถานที่มีความสำคัญยิ่งแห่งนี้

“ภาพถ่ายภาพเขียนสีของเขายะลานี้ ถ่ายโดยกรมศิลปากรเอง สภาพแวดล้อมแต่เดิมนั้นมีความสวยงาม และมีความสำคัญมากในฐานะพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ของชุมชนบ้านเมืองเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ไม่แพ้บริเวณใกล้เคียง เช่นทางเคดาห์หรือยะรัง เพราะเป็นเส้นทางกึ่งกลางคาบสมุทรที่มีเมืองนี้ปรากฎอยู่กลางแผ่นดินภายใน” วลัยลักษณ์ ระบุ

“การอ้างเหตุความไม่สงบเพื่อขยายพื้นที่ระเบิดหินนี้ โดยกรมศิลปากรเป็นผู้อนุมัติประกาศยกเขตโบราณสถาน ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นผู้สำรวจ โดยสำนักสงขลาและขึ้นทะเบียนได้มาตั้งแต่ พ.ศ.2544 ทำให้เป็นเรื่องที่ยากจะอธิบายด้วยเหตุผลที่ยอมรับได้”

เธอกล่าวย้ำให้ กรมศิลปากร ทบทวนการปรับลดพื้นที่เขตโบราณสถานเขายะลาอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสภาพแวดล้อมภูเขาหินปูน และแหล่งโบราณสถานจะเสียหายไปมากกว่านี้

อนึ่ง พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 กำหนดว่า พื้นที่ดำเนินกิจการเหมือง ต้องไม่ใช่พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตโบราณสถาน พื้นที่แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม พื้นที่เขตปลอดภัยและความมั่นคงแห่งชาติ หรือพื้นที่ที่มีกฎหมายห้ามเข้าใช้ประโยชน์โดยเด็ดขาด

ราชกิจจานุเบกษา
ประกาศกรมศิลปากร เรื่องการแก้ไขเขตที่ดินโบราณสถานเขายะลา

ด้านตัวแทนเครือข่ายประชาชนปกป้องเขายะลา วรา จันทร์มณี กล่าวว่า จากการประกาศปรับลดพื้นที่โบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา เพื่อเปิดพื้นที่เขาหินปูนในพื้นที่ดังกล่าวให้สามารถระเบิดหิน ทำเหมืองหินอุตสาหกรรมได้ ทางเครือข่ายฯ เห็นว่า การระเบิดภูเขาหินนี้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ ยังจะส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ของจังหวัดยะลา ระบบนิเวศ สภาพแวดล้อม และสุขภาวะของประชาชน

วรา ชี้ว่า การระเบิดภูเขาหินในเขตโบราณสถาณเพื่อสนองทุนอุตสาหกรรม จึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้เครือข่ายประชาชนปกป้องเขายะลา จึงประกาศเชิญชวนนิสิตนักศึกษาพี่น้องประชาชน ไปร่วมกันยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ให้ยกเลิกการแก้ไขเขตที่ดินโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา ที่หน้ากระทรวงวัฒนธรรม ถนนบรมราชชนนี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2563 เวลา 10.00 น.

สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ รายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังมีการประกาศเพิกถอนพื้นที่โบราณสถานเขายะลาบางส่วน ชาวบ้านในพื้นที่ที่ทราบข่าวต่างก็รู้สึกตกใจ และเสียใจกับการออกประกาศดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาชุมชนได้พยายามร่วมกันอนุรักษ์พื้นที่เขายาลอ หรือเขายะลา ดังกล่าวไว้ เพื่อให้เยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษา

แหล่งข่าวในท้องถิ่นยังแสดงความกังวลว่า หากมีการอนุญาตให้ประกอบอุตสาหกรรมหิน ภาพเขียนสีโบราณล้ำค่าบนเขายะลา ก็จะถูกทำลายไปตลอดกาล นอกจากนี้ยังได้เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีผู้นำหน่วยงานหลายหน่วยงานพื้นที่ เข้ามาในชุมชน เพื่อโน้มน้าวให้ชาวบ้านยินยอมให้มีการทำเหมืองหินอุตสาหกรรม ชาวบ้านในพื้นที่จึงมองว่า ประกาศของกรมศิลปากรที่ออกมานั้น เป็นการเอื้อต่อธุรกิจอุตสาหกรรมหินของกลุ่มนายทุนในพื้นที่

เขายะลา
ภาพถ่ายดาวเทียม Google Map แสดงสภาพพื้นที่เขายะลา จะสังเกตได้ว่่าด้านเหนือและตะวันออกของภูเขาได้มีการระเบิดหินเรียบร้อยแล้ว

อนึ่ง ฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ระบุว่า จากการศึกษาแหล่งโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา พบว่าแหล่งโบราณสถานแห่งนี้มีอายุเก่าแก่มากถึงราว 3,000 ปี โดยสำนักศิลปากรที่ 13 สงขลา สำรวจพบหลักฐานทางโบราณคดีที่สัมพันธ์กับการพำนักอาศัยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์เช่น ชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์และสัตว์ เศษภาชนะดินเผา เครื่องมือหิน และภาพเขียนสี อยู่ตามถ้ำและเพิงผาบนเขายะลาหลายแห่ง

เขายะลา เป็นภูเขาหินปูน ทอดตัวตามแนวทิศเหนือ-ใต้ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของจังหวัดยะลา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 80-270 เมตร ยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร กว้างที่สุดทางตอนใต้ประมาณ 1 กิโลเมตร ปัจจุบันพื้นที่เขายะลาทางด้านทิศเหนือและตะวันออกบางส่วนถูกระเบิดทำลายจากการทำเหมืองหินปูน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง