คดีประวัติศาสตร์ ศาลนัดไต่สวนคดีผู้ป่วยพาราควอตฟ้องร้องแบบกลุ่มบริษัท เจียไต๋

ศาลหนองบัวลำภู นัดสืบพยานฝ่ายผู้ฟ้อง-เกษตรกร 16 ราย ผู้ป่วยจากพิษพาราควอตวันนี้ เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคอีสานเชื่อยังมีอีกหลายเคสป่วยเนื้อเน่า แต่ยังไม่กล้าเปิดตัว เผยการฟ้องร้องคดีแบบกลุ่มคดีนี้จะช่วยเน้นย้ำความจำเป็นในการแบน 3 สารเคมีเกษตร พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส

หนึ่งในเกษตรกรชาวหนองบัวลำภู ผู้ป่วยจากโรคเนื้อเน่าจนต้องเสียขาขวา / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

ปฏิวัติ เฉลิมชาติ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคอีสาน เผย วันนี้ (4 มีนาคม พ.ศ.2563) เวลา 9.00 น. ศาลจังหวัดหนองบัวลำภูนัดไต่สวนคดีนัดแรก ในคดีที่เกษตรกรผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าจากการใช้ยาฆ่าหญ้ากลุ่มพาราวอต ยื่นฟ้องร้องคดีแบบกลุ่ม บริษัท เจียไต๋ จำกัด บริษัทผู้นำเข้าและจำหน่ายสารเคมีเกษตรรายใหญ่  ณ ศาลจังหวัด หลังจากได้เลื่อนการไต่สวนจากวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เมื่อทางทนายความฝ่ายบริษัทให้การต่อศาลว่า เพิ่งได้รับหมายศาลฯ เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2563 เป็นเหตุให้เตรียมทำคำร้องคัดค้านคดีไม่ทัน

ปฏิวัติ กล่าวว่า คดีฟ้องร้องดังกล่าว มีที่มาจากเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคอีสานได้เข้ามาช่วยเรื่องดำเนินการทางกฎหมายให้กับเกษตรกรที่เจ็บป่วยจากโรคเนื้อเน่า จากการสัมผัสกับสารพาราควอตตกค้างในสิ่งแวดล้อม หลังจาก ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่หนองบัวลำภูเพื่อพบผู้ได้รับผลกระทบ โดยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ปีที่ผ่านมา โดยได้ยื่นดำเนินคดีเป็นแบบกลุ่ม 

เขาให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรส่งชื่อร่วมฟ้อง 16 ราย โดยผู้เสียหายแต่ละรายเรียกร้องค่าเสียหายเฉลี่ยรายละ 700,000 – 800,000 บาท อย่างไรก็ดีจากการที่การฟ้องร้องคดีในครั้งนี้ เป็นการฟ้องร้องแบบกลุ่ม ดังนั้นหากฝ่ายผู้ฟ้องชนะคดี ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีเกษตรตกค้างรายอื่นๆ ก็จะได้ผลประโยชน์จากคำตัดสินคดีด้วย แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ร่วมฟ้องในคดีตั้งแต่ต้น นับเป็นการฟ้องร้องคดีแบบกลุ่มต่อผลกระทบจากการใช้สารเคมีเกษตรเป็นกรณีแรก

“เราคิดว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้พาราควอตมากกว่า 16 ราย แต่บางคนอาจจะยังกลัวที่จะออกมาขึ้นศาล ดังนั้นใครที่ได้รับผลกระทบสามารถไปแจ้งความจำนงเป็นผู้เสียหายได้ที่ศาลากลางจังหวัดหรือสาธารณสุขในพื้นที่ภายในระยะเวลาตามที่ศาลกำหนดซึ่งจะแจ้งต่อไป แล้วศาลจะทำการสืบสวนพิสูจน์ว่าเป็นผู้เสียหายจากการใช้สารนี้จริงหรือไม่ นอกจากนี้แล้วการฟ้องกลุ่มคดีนี้ยังรวมไปถึงผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีเกษตรตกค้างในอาหารอีกด้วย”

เขากล่าวว่า ข้อเสียเปรียบประการหนึ่งในการสู้คดีครั้งนี้คือ บริษัทจำเลยอาจระบุได้ว่า การพิสูจน์ว่าผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากการใช้สารเคมีเกษตรทำได้ยาก

สำหรับความคืบหน้าล่าสุดเรื่องการแบน 3 สาร พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2562 คณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดใหม่ ได้แถลงผลการประชุม กลับมติเดิมจากแบนทั้ง 3 สารพิษ มาเป็นเลื่อนแบนในอีก 6 เดือน คือ 1 มิถุนายน พ.ศ.2563 โดยให้เหตุผลว่า มติเดิมมีผู้คัดค้านจำนวนมาก ขัดกับข้อตกลงขององค์กรการค้าโลก (WTO) นอกจากนั้นได้ยกเลิกมติการแบนสารไกรโฟเซต โดยอนุญาตให้มีการใช้ต่อไป แต่จะมีการจำกัดการใช้แทน 

“การฟ้องคดีหนองบัวลำภูครั้งนี้เป็นมุมหนึ่งที่จะให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นกับการแบนสารกลุ่มพาราควอตต่อไป” ปฏิวัติแสดงความเห็น

ติดตามผลการไต่สวนได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก สมาคมผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่น https://www.facebook.com/satakoonkhonwai/

เกษตรกรในจ.หนองบัวลำพูกำลังฉีดพ่นยาฆ่าหญ้า พาราควอต ลงในแปลงอ้อยของตน เกษตรกรในหนองบัวลำพูใช้พาราควอตในไร่อ้อยและสวนยางมาอย่างต่อเนื่อง / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง