เผยไทยเป็นทางลำเลียงตัวนิ่มสู่ตลาดอู่ฮั่น ต้นตอการระบาดโควิท-19

ไทยเป็นทางผ่านสำคัญธุรกิจค้า “ตัวนิ่ม” สัตว์ที่อาจเป็นตัวแพร่โควิท-19 ส่งตลาดจีน รวมถึงสัตว์ป่าผิดกฎหมายนานาชนิด สำนักงานตำรวจแห่งชาติเผย หวังใช้โอกาสจีนปิดตลาดเก็บข้อมูลสาวธุรกิจมืด มูลนิธิฟรีแลนด์ หวังไทยและอาเซียนปิดตลาดค้าสัตว์ตามรอย

ตัวนิ่มเดินอยู่บนซากตัวนิ่มตัวอื่นๆ // ขอบคุณภาพจาก : Freeland

ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ South China Agricultural University เปิดเผยผลงานวิจัยชิ้นใหม่ว่ารหัสพันธุกรรมไวรัสในตัวนิ่ม (ลิ่น หรือ ตัวกินมดมีเกล็ด) นั้นตรงกับรหัสไวรัสโควิท-19 ในมนุษย์ เปลี่ยนมุมมองจากงานวิจัยชุดก่อนที่เชื่อว่าค้างคาวเป็นต้นตอของโรคนี้ เนื่องจากการแพร่ระบาดดังกล่าวเกิดในฤดูหนาวซึ่งค้างคาวอยู่ในช่วงจำศีล ดังนั้นอาจมีโฮสต์ตัวกลางที่รับปรสิตจากค้างคาวและแพร่สู่มนุษย์ต่อ นักวิจัยสันนิษฐานว่าเป็นตัวนิ่ม สัตว์ป่าอีกหนึ่งเมนูในตำรับยาจีน

ตามสถิติจากองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF)  ตัวนิ่มเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมใกล้สูญพันธ์ที่ถูกล่ามากที่สุดในโลก ช่วงสิบปีที่ผ่านมามีจำนวนนับล้านตัว เป็นผลให้ตัวนิ่มในทวีปเอเชียลดลง จนเกิดธุรกิจผิดส่งออกตัวนิ่มจากแอฟริกาสู่ตลาดจีน สัตว์ชนิดนี้จึงเป็นเป็นที่จับตามองของอนุสัญญาไซเตสไม่ต่างจากเสือ แรด และฉลาม ตัวนิ่มขึ้นเป็นสัตว์ห้ามค้าข้ามประเทศ  ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 และในประเทศไทยเอง ยังนับเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ห้ามล่าและครอบครอง ยกเว้นมีใบอนุญาต 

พลตำรวจโท ศักดา ชื่นภักดี ผู้ช่วยบัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวในงานแถลงข่าว “มหาภัยจากการลักลอกค้าสัตว์ป่าในเอเชีย” วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 ณ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย ว่า ประเทศไทยเป็นศูนย์การการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย  โดยเป็นเส้นทางลำเลียงสำคัญ ในกรณีตัวนิ่ม ผู้ค้าจะลักลอกนำซากหรือตัวที่ยังมีชีวิตจากทวีปแอฟริกา รวมถึงมาเลเซียและอินโดนิเซีย เดินทางเข้าไทย ก่อนส่งผ่านลาวสู่ปลายทางรับซื้อที่เวียดนามและจีน สอดคล้องกับที่ศิริกุล จุมสุวรรณ์ ผู้อำนวยการส่วนปฎิบัติการงานคดี 2 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ยกตัวอย่างคดีมาประกอบ เธอเล่าถึงคดีนายสมิง สอนนครบุรี ผู้ลักลอบค้าไม้พะยูงที่พัวพันกับการนำเข้าตัวนิ่มมาเลเซียผ่านทางภาคใต้ ส่งเข้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนส่งต่อไปเวียดนามและจีน

เกล็ดตัวนิ่มเป็นที่ต้องการของตลาดยาตามแผนโบราณจีน // ขอบคุณภาพจาก : Freeland

ตัวนิ่มเป็นที่ต้องการของตลาดจีนและเวียดนาม เพราะเชื่อว่าเนื้อเป็นอาหารชั้นสูง นอกจากนี้แพทย์แผนประเพณียังเชื่อว่าเกล็ดลิ่นมีสรรพคุณช่วยแก้เมาค้าง รักษาโรคตับและช่วยให้แม่ที่เพิ่งมีบุตรให้นมง่าย แม้ว่าการทดลองตามแพทย์แผนปัจจุบันที่ผ่านมายังไม่พบว่ามีผลต่อสุขภาพอย่างไร

มูลนิธิฟรีแลนด์ องค์กรระหว่างประเทศเพื่อหยุดยั้งการลักลอบค้าสัตว์ป่า เปิดเผยข้อมูลว่า ธุรกิจค้าสัตว์ผิดกฎหมายนั้นคิดเป็นมูลค่าอย่างต่ำหกแสนล้านบาทต่อปี  ธุรกิจดังกล่าวยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในหลายประเทศ แสดงให้เห็นว่าอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่รู้เห็น

โพสขายเกล็ดตัวนิ่มบนเฟซบุ๊ก // ขอบคุณภาพจาก : Freeland

นอกเหนือจากตัวนิ่มแล้ว ประเทศไทยยังเป็นศูนย์รวมการขนส่งสัตว์ป่าผิดกฎหมายหลายชนิดและปัจจุบันเริ่มมีความนิยมในการบริโภคชิ้นส่วนสัตว์ใหม่ๆ เพื่อสุขภาพ เช่น เขาแรดและกระดูกเสือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพบว่าระหว่างปีพ.ศ. 2557 – พ.ศ. 2563 มีคดียึดทรัพย์สินเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติสูงถึง 113 คดี รวมมูลค่ายึดอายัดกว่า 200 ล้านบาท 

ทางตำรวจไทย เผยว่าปัจจุบันได้ดำเนินการปราบปรามและยับยั้งคดีค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายหลายคดี ทว่าทุกวันนี้ยังคงขาดข้อมูลเพราะทางการจีนซึ่งเป็นปลายทางการค้าไม่ได้ส่งข้อมูลกลับมาให้ ดังนั้นจึงหวังว่าการที่จีนประกาศสั่งห้ามบริโภคและค้าสัตว์ป่าเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563) จะช่วยให้ไทยสามารถรวบรวมข้อมูล และปราบปรามการค้าสัตว์ป่าคดีใหญ่ได้มากขึ้น 

สตีฟ กัลสเตอร์ ผู้ก่อต้ังมูลนิธิฟรีแลนด์ แสดงความเห็นว่าการปิดตลาดค้าสัตว์ป่าในจีนครั้งนี้อาจเป็นเพียงชั่วคราว เพราะเมื่อปีพ.ศ.2545 เมื่อโรคซาร์สระบาดจากความนิยมกินแมวชะมดซึ่งเป็นโฮสท์กลางรับโรคจากค้างคาว ทางการจีนได้สั่งปิดตลาดค้าสัตว์ป่า แต่ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ธุรกิจก็ตีกลับมาอีก เขาคาดหวังให้ไทยและประเทศอาเซียนอื่นๆ ปิดตลาดค้าสัตว์ป่าอย่างถาวรเพื่อความปลอดภัย แล้วนำสัตว์มาเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู 

“โลกเริ่มที่จะตระหนักถึงอันตรายของการลักลอบค้าสัตว์ป่าเพราะโคโรน่าไวรัส” เขากล่าว “แต่ปัญหานั้นเกินเลยไปมากกว่าแค่เรื่องประเทศจีนหรือไวรัสโคโรน่า”

สตีฟ กัลสเตอร์ ผู้ก่อต้ังมูลนิธิฟรีแลนด์ กล่าวในงานแถลงข่าวมหาภัยจากการลักลอบค้าสัตว์ป่าในเอเชีย / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ณิชา เวชพานิช