Ragnarok เมื่อตำนานเทพไวกิ้ง ปะทะ ประเด็นสิ่งแวดล้อม

ตามตำนานเทพเจ้านอร์ส “Ragnarok” คือมหาศึกครั้งสุดท้ายระหว่างเทพเจ้าและยักษ์ โลกยุคศตวรรษที่ 21 เองก็ไม่พ้นกลายเป็นสนามรบของสงครามนัดสำคัญครั้งนี้ ซีรี่ส์เรื่องใหม่จากเน็ตฟลิกซ์ ส่งตรงมาจากนอร์เวย์ “Ragnarok มหาศึกชี้ชะตา” ผสมผสานความเชื่อตำนานเทพเจ้าไวกิ้งกับปัญหาสิ่งแวดล้อมปัจจุบันได้อย่างลงตัว

“มังนะ” เด็กหนุ่มที่มีภาวะบกพร่องทางการอ่าน จนเรียนไม่เก่ง ย้ายกลับมายังเมืองเอ็ดด้า เมืองบ้านเกิดซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่รายล้อมด้วยทะเลสาบและภูเขาสวยงามพร้อมกับแม่และน้องชาย ทว่าตั้งแต่กลับมา เด็กหนุ่มกลับรู้สึกว่าตนเองเปลี่ยนไป ประสาทสัมผัสเขาเฉียบคมมากขึ้น มีพละกำลังมากกว่าเดิมจนเรียกได้ว่าเหนือมนุษย์

อย่างไรก็ตาม มังนะเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อน เพื่อนคนแรกและแทบจะเรียกได้ว่าคนเดียว คือ สาวพังค์รักสิ่งแวดล้อมที่มักถูกเพื่อนล้อ “อิโซเดล” มีงานอดิเรกเป็นยูทูบเบอร์สายอนุรักษ์ เธอมักเดินขึ้นเขาใกล้เมืองไปสำรวจธารน้ำแข็ง (Glacier) ที่กำลังละลายเพราะภาวะโลกร้อนและตรวจวัดคุณภาพน้ำ แม้น้ำในลำธารจะใสแจ๋ว แต่อิโซเดลสงสัยว่าอาจปนเปื้อนสารเคมีอันตรายจากโรงงานใหญ่ประจำเมือง “บริษัทยูทู อินดรัสทรี” ของครอบครัวเพื่อนร่วมห้องที่แสนไฮโซ มังนะจึงได้เข้ามามีส่วนร่วมกับเรื่องราวฉาวครั้งนี้ ครอบครัวยูทูที่สมบูรณ์แบบมีอะไรไม่ชอบมาพากล เขาจึงได้ออกสืบสาวเบื้องหลังพร้อมทั้งเรียนรู้ตัวตนที่แท้จริงของตนเอง

ความสนุกของซีรี่ส์นี้คือ ความตลกร้าย เมื่อเมืองที่แสนสวยงามเหมือนภาพในโปสการ์ดกลับเผชิญปัญหามลพิษอย่างเงียบๆ จากธุรกิจสำคัญในเมือง เอ็ดด้าเป็นภาพแทนของเมืองมากมายในประเทศนอร์เวย์ นอกจากนั้น ซี่รี่ส์ยังถักถอปัญหาสิ่งแวดล้อมปัจจุบันกับตำนานเทพไวกิ้งได้อย่างเหมาะสม ตัวการก่อความกลหลในโลกเก่าคือพวกยักษ์ร้าย แต่ในโลกปัจจุบัน อาจเรียกได้ว่าบริษัทยักษ์ใหญ่คือสาเหตุของความวุ่นวาย บางคนถึงกับพูดว่าสังคมเรากำลังมุ่งหน้าสู่แร็กนาร็อกอีกครั้ง ยกเว้นแต่จะมีฮีโร่ที่จะลุกขึ้นสู้กับอำนาจเก่าแก่สักคน

โปสเตอร์ซีรี่ส์ Ragnarok // ขอบคุณภาพจาก: Netflix

Ragnarok มหาศึกชี้ชะตา

ความยาว : หกตอน ตอนละประมาณ 40 นาที

สถานะ : กำลังฉาย (เริ่มต้นฉายวันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2563)