ร่วมเทใจให้ชุมชนรู้ทันฝุ่น เปิดแคมเปญบริจาคเพื่อติดตั้ง 500 เครื่องวัด PM2.5 ทั่วไทย

ชมรมผู้รับพระราชทานมูลนิธิอานันทมหิดลเผยความสำเร็จ โครงการ “ชุมชนรู้ทันฝุ่น” เฟสแรก ที่บ้านก้อ อ.ลี้ จ.ลำพูน ในการปลูกฝังความตระหนักรู้ภัยฝุ่นด้วยเครื่องตรวจวัด PM2.5 เพียง 1 เครื่อง พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมใจระดมทุน 1,430,000 บาท เตรียมสานต่อความสำเร็จโครงการเฟสแรก ติดตั้งเครื่องตรวจวัดฝุ่น PM2.5 ในชุมชน 500 แห่งทั่วประเทศ

เจน ชาญณรงค์ ผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวว่า โครงการ “ชุมชนรู้ทันฝุ่น” เป็นโครงการที่ทาง ชมรมผู้รับพระราชทานมูลนิธิอานันทมหิดล ร่วมกับ เทใจดอทคอม มูลนิธิยุวพัฒน์ มูลนิธิเพื่อคนไทย และภาคีเครือข่ายภาคสังคมอื่นๆ ร่วมกันระดมทุนจัดหาเครื่องตรวจวัดฝุ่น PM2.5 จำนวน 500 เครื่อง เพื่อนำไปติดตั้งใน 500 ชุมชนทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยงปัญหาฝุ่นควันพิษ สามารถตรวจสอบคุณภาพอากาศได้ด้วยตนเอง สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพิษภัยฝุ่น PM2.5 และร่วมกันแก้ปัญหาฝุ่นควันในท้องที่ที่ต้นเหตุในที่สุด

เด็กนักเรียน
เด็กนักเรียนกำลังเดินฝ่าฝุ่นไปเรียนหนังสือ //ขอบคุณภาพจาก: เทใจดอทคอม

เจน กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา ชมรมผู้รับพระราชทานมูลนิธิอานันทมหิดล ได้ริเริ่มโครงการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 แห่งแรก ที่บ้านก้อ อ.ลี้ จ.ลำพูน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนฮอตสปอต ที่เกิดจากการเผาในที่โล่งสูงมาก โดยตนเองได้เข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่พบว่า ปัญหาของที่นี่เกิดจากการที่ชาวบ้านเผาป่าเพื่อหาผักหวาน เห็ดเผาะ ในช่วงฤดูแล้ง จนเป็นเหตุให้เกิดปัญหาหมอกควันรุนแรงทุกปี

ดังนั้น ทางชมรมผู้รับพระราชทานมูลนิธิอานันทมหิดล จึงได้ริเริ่มให้มีการติดตั้งเครื่องตรวจวัด PM2.5 ที่โรงเรียนบ้านก้อจัดสรร โดยสอนให้นักเรียนในโรงเรียนเข้าใจผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 และมีส่วนร่วมในการตรวจสอบคุณภาพอากาศ และแจ้งเตือนครอบครัวของตนเมื่อค่าฝุ่น PM2.5 เริ่มสูงเกิดมาตรฐาน

“แต่เดิม เราพยายามประชาสัมพันธ์โดยตรงกับชาวบ้านถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากปัญหาฝุ่นควัน แต่ว่าไม่ได้ผลเท่าใดนัก เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ยังมองว่าการเผาป่าเพื่อหาของป่า เป็นวิถีที่จำเป็นในการดำรงชีพ และหารายได้มาจุนเจือครอบครัว” เขาเปิดเผย

“อย่างไรก็ดี ผลจากการปลูกฝังความรู้ให้กับเด็กๆ ส่งผลให้ชาวบ้านมีความตื่นตัวต่อพิษภัยจากฝุ่น PM2.5 อย่างมาก จากการที่ให้เด็กๆ เป็นตัวเชื่อมในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาหมอกควัน เพราะนอกจากเด็กๆ สามารถเรียนรู้ได้ไวและสามารถเป็นสื่อกลางที่ดีในการสื่อสารกับพ่อแม่ ชาวบ้านทุกคนต่างต้องการปกป้องสุขภาพของลูกหลานของตนจากฝุ่นพิษ จนนำไปสู่การแก้ปัญหา ลดการเผาป่า เพื่อหาของป่าในที่สุด”

ด้วยเหตุนี้ เจน จึงเปิดเผยว่า จากสิ่งที่เราได้เรียนรู้ที่บ้านก้อ ทำให้ ชมรมผู้รับพระราชทานมูลนิธิอานันทมหิดล ตัดสินใจที่จะทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร และขยายความสำเร็จจากโครงการในเฟสแรก ไปสู่หมู่บ้านอีก 500 แห่ง ทั่วประเทศ โดยจะเน้นไปยังภูมิภาคที่มีปัญหาการเผาในที่โล่ง และได้รับผลกระทบจากหมอกควันพิษรุนแรงก่อน

เขาคาดการณ์ในเบื้องต้นว่า จากจำนวนหมู่บ้าน 500 แห่งในโครงการปีนี้ 200 แห่งจะมุ่งเป้าไปที่ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเผาป่าหาของป่ามาก อีก 200 แห่งในภาคอีสาน ซึ่งมีการเผาอ้อย และอีก 100 แห่งในพื้นที่ภาคกลาง

ชุดเตือนภัยคุณภาพอากาศ
ชุดเตือนภัยคุณภาพอากาศ //ขอบคุณภาพจาก: เทใจดอทคอม

“เราหวังว่า จากโครงการนี้ ชุมชนอื่นๆ จะสามารถเข้าถึงระบบเตือนภัยคุณภาพอากาศ เรียนรู้ถึงพิษภัยจากฝุ่น PM2.5 และนำไปสู่การแก้ปัญหาการก่อมลพิษทางอากาศในพื้นที่ของตน อย่างเช่นที่บ้านก้อทำสำเร็จในที่สุด” เขากล่าวทิ้งท้าย

อนึ่ง จากแคมเปญระดมทุน “ชุมชนรู้ทันฝุ่น” ทางเว็บไซต์เทใจดอทคอม กล่าวว่า  มีเป้าหมายในการติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่นและอุปกรณ์ในการสื่อสารที่เกี่ยวข้อง สู่ศูนย์กลางชุมชน 500 แห่ง รวมถึงศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน และโรงพยาบาลชุมชน โดยครอบคลุมพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อให้คนในชุมชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ ทันต่อเหตุการณ์ และสามารถป้องกันภัยจากฝุ่นควันที่เกิดขึ้นได้ โดยหวังว่าโครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือรณรงค์ป้องกันการเผาและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวต่อไป

โดยโครงการนี้มีแผนการทำงานดังนี้

  1. ติดตั้งเครื่องวัดฝุ่น 500 โรงเรียน/ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานที่สำคัญ
  2. จัดชุดข้อมูลสื่อสารค่าฝุ่นผ่านธงสีต่าง ๆเพื่อให้โรงเรียนติดตั้ง และรายงานค่าฝุ่นในพื้นที่ตัวเอง ผ่านธงสามสี ประกอบด้วย สีแดง เหลือง เขียว
  3. ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และคนในชุมชนรู้ข้อมูลฝุ่นที่แท้จริงในพื้นที่อยู่อาศัยของตนเอง สามารถป้องกันตัวเองได้ถูกต้อง ตลอดจนเกิดกระบวนการเรียนรู้และความร่วมมือของชุมชนในการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่น การรณรงค์ให้ลดเลิกการเผาทุกรูปแบบ เป็นต้น

สำหรับแผนการใช้เงินของโครงการ จะมีการจัดซื้อเครื่องตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 รุ่น sndwaySW-625B เครื่องละ 1,500 บาท จำนวน 500 เครื่อง ชุดจัดชุดข้อมูลสื่อสารค่าฝุ่นผ่านธงสีต่าง ๆเพื่อให้โรงเรียนติดตั้ง และรายงานค่าฝุ่นในพื้นที่ตัวเอง ชุดละ 1,100 บาท จำนวน 500 ชุด และบวกกับค่าดำเนินการทางเว็บไซต์ 10% รวมเป็นต้นทุนโครงการทั้งสิ้น 1,430,000 บาท

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมบริจาคได้ที่ https://taejai.com/th/d/farfoon/ โดยขณะนี้ (20 กุมภาพันธ์) มียอดบริจาคแล้ว 72,800 บาท

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง