ป่าอยู่ สัตว์อยู่ นักท่องเที่ยวก็อยู่ เปิดโมเดลรีสอร์ทรักธรรมชาติที่เขาหลัก

นักธุรกิจเจ้าของ เมอร์ลิน เขาหลัก รีสอร์ท เผยเคล็ดลับ ใช้ธรรมชาติดึงดูดนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก ให้กลับมาเที่ยวเรื่อยๆ แม้ที่อื่นจะได้รับผลกระทบค่าเงินบาท – ไวรัสโคโรนาจนนักท่องเที่ยวหาย ด้านองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่า Love Wildlife เผย การรักษารีสอร์ทให้คงความเป็นธรรมชาติ นอกจากจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว ยังช่วยรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศด้วย

ท่ามกลางละแวกไม้ร่มรื่น เสียงนกร้องเป็นระยะ สลับกับเสียงซ่าเป็นจังหวะของเกลียวคลื่นที่กระทบกับหาดทรายสีขาวละเอียด นักท่องเที่ยวฝรั่งมากหน้าหลายตากำลังก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ใต้ร่มไม้ บ้างก็กำลังอาบแดด จนแทบไม่มีที่ว่าง

ต้นยีราฟ
นักท่องเที่ยวกำลังพักผ่อนใต้ร่มไม้ของ “ต้นยีราฟ” แลนมาร์กของ เมอร์ลิน เขาหลัก รีสอร์ท ที่จ.พังงา / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

ภาพวันพักผ่อนที่เงียบสงบใน จ.พังงา นี้ ช่างแตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในประเทศไทยในเวลาเดียวกัน ที่กำลังประสบกับปัญหาจากค่าเงินบาทแข็งค่า และสถานการณ์ไวรัสโคโรนาระบาดอย่างหนัก จนสถานที่ท่องท่องเที่ยว ตลอดจนโรงแรมในหลายพื้นที่ถึงกับร้างนักท่องเที่ยว

ผู้บริหารหนุ่ม โรงแรมเครือเมอร์ลิน ชานน วงศ์สัตยนนท์ กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้ภาคการท่องเที่ยวของไทยประสบกับปัญหานักท่องเที่ยวลดลงอย่างมาก แต่ที่ เมอร์ลิน เขาหลัก รีสอร์ท นักท่องเที่ยวยังคงจองเต็มตลอดทั้งเดือนกุมภาพันธ์ สะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งของโรงแรมที่ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาเยือน นั่นก็คือ ความร่มรื่น และธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ของโรงแรม

“คอนเซปของโรงแรมเราก็คือ “Where the rainforest meet the sea” โดยจากจุดเด่นของภูมิทัศน์ในบริเวณเขาหลัก จ.พังงา ที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ และมีชายฝั่งที่เงียบสงบ สวยงาม เราจึงอยากรักษาเอกลักษณ์ความเป็นธรรมชาติเหล่านี้ไว้ เห็นได้จากที่รีสอร์ทของเราเต็มไปด้วยต้นไม้ป่าดั้งเดิมสูงใหญ่ เป็นบ้านของนกและสัตว์เล็กจำนวนมาก” ชานน กล่าว

“การรักษาสภาพแวดล้อมของรีสอร์ทให้ยังคงความเป็นธรรมชาติ ส่งผลดีที่ชัดเจนมาก นั่นก็คือ เราพบว่านักท่องเที่ยวฝรั่งหลายๆ ครอบครัว กลายเป็นลูกค้าประจำของเราที่ต้องกลับมาพักที่รีสอร์ททุกๆ ปี เพราะลูกค้าจากยุโรปส่วนมาก เป็นผู้ที่รักธรรมชาติ แขกของเราหลายๆ คน นอกจากจะชื่นชอบที่จะพักผ่อนในบรรยากาศร่มรื่นแล้ว พวกเขายังตื่นตาตื่นใจกับสัตว์น้อยใหญ่ที่อาศัย หากิน อยู่ในระบบนิเวศที่ยังสมบูรณ์ภายในรีสอร์ท”

เขาเล่าว่า จากการที่ เมอร์ลิน เขาหลัก รีสอร์ท ยังมีต้นไม้ใหญ่สายพันธุ์ท้องถิ่นมากมาย ทำให้ที่นี่เปรียบเสมือนกับ โอเอซิส ให้สัตว์ป่าหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ตัวเงินตัวทอง กิ้งก่าบิน หรือแม้กระทั่ง นางอาย เข้ามาอาศัย โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่เขาหลักมีการพัฒนารีสอร์ทมากขึ้น จนพื้นที่ธรรมชาติเริ่มหดหายไปทีละน้อย

เหี้ย
หนึ่งในสมาชิกสัตว์ป่า ดาราประจำ เมอร์ลิน เขาหลัก รีสอร์ท ที่นักท่องเที่ยวยุโรปต้องมาเซลฟี่ด้วย / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

จากสภาพแวดล้อมที่มีความเป็นธรรมชาติ และระบบนิเวศที่ยังคงความสมบูรณ์ภายใน เมอร์ลิน เขาหลัก รีสอร์ท ที่เป็นบ้านให้กับสัตว์น้อยใหญ่ Nancy Lynn Gibson ผู้ก่อตั้งองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่า Love Wildlife กล่าวว่า Love Wildlife กำลังทำโครงการสำรวจสายพันธุ์สัตว์ภายในโรงแรมกับทาง เมอร์ลิน เขาหลัก รีสอร์ท เพื่อศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพภายในโรงแรม และร่วมกันหาแนวทางส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ดีขึ้น โดยจะมีการสำรวจสายพันธุ์สัตว์ภายในโรงแรมในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้

หนึ่งในผู้ที่อยู่เบื้องหลังการรักษาภูมิทัศน์ของรีสอร์ทให้ยังคงความเป็นธรรมชาติ ต้องยกความดีความชอบให้กับคุณป้าหัวหน้าแม่บ้าน สตารัตน์ แสวงสินสุทธิ์ ผู้ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่ดูแลต้นไม้ที่มีอยู่ในรีสอร์ทแล้ว เธอยังขยันหาสายพันธุ์ไม้ป่าในพื้นที่ มาลงปลูกเสริม เติมเต็มความหลากหล่ายทางชีวภาพให้กับ เมอร์ลิน เขาหลัก รีสอร์ท

“จากที่ป้านับได้ ที่รีสอร์ทของเรามีต้นไม้ท้องถิ่นรวมกว่า 30 สายพันธุ์ มีต้นไม้น้อยใหญ่ในรีสอร์ทหลายร้อยต้น เช่น ยางนา ตีนเป็ดขาว ตะเคียนหิน ตะเคียนทอง จิกทะเล จำปาหอม จำปาทอง ไม้จวง ไม้ไผ่” สตารัตน์ ยกตัวอย่าง

“ต้นไม้ต้นเด่น ชูโรง ของเราก็คือ ต้นยีราฟ ที่หน้าหาด ซึ่งเป็นต้นไทรที่มีลักษณะลำต้นคล้ายกับ ยีราฟ ซึ่งนักท่องเที่ยวชอบมาก และมถ่ายรูปด้วยบ่อยๆ”

เมอร์ลิน เขาหลัก รีสอร์ท
สตารัตน์ แสวงสินสุทธิ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำ เมอร์ลิน เขาหลัก รีสอร์ท ผู้ที่รักและชื่นชอบการดูแลต้นไม้ / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

เธอกล่าวว่า การดูแลต้นไม้เหล่านี้ให้ยังคงเติบโต มีสุขภาพดี นับว่าเป็นงานที่ท้าทายมากที่สุด เพราะต้นไม้เหล่านี้ต้องการน้ำจำนวนมาก เฉลี่ยถึงวันละ 180 ลูกบากศ์เมตร/วัน การจัดการน้ำให้พอเพียงสำหรับรดน้ำต้นไม้ โดยเฉพาะในหน้าแล้ง จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

ซึ่งในเรื่องนี้ ทรงยุทธ ปรางค์ศรีอรุณ หัวหน้าช่างของ เมอร์ลิน เขาหลัก รีสอร์ท กล่าวว่า ทางรีสอร์ทแก้ปัญหาในส่วนนี้โดยการรีไซเคิลน้ำเสียที่เกิดขึ้นภายในโรงแรมให้กลับมามีคุณภาพดีอีกครั้ง เพื่อนำมารดน้ำต้นไม้ภายในบริเวณรีสอร์ท

“ที่รีสอร์ทของเรามีการทำระบบบำบัดน้ำเสียโดยใช้ธรรมชาติเป็นตัวช่วยในการบำบัด โดยภายหลังจากที่นำน้ำเสียผ่านการบำบัดในระบบเรียบร้อยแล้ว จะมีการปล่อยน้ำเข้าสู่ระบบคลองมรกต ให้ไหลเวียนภายในบริเวณรีสอร์ท ซึ่งจะมีการปลูกพืชริมน้ำ ไม้น้ำ ช่วยในการบำบัดน้ำเสียโดยธรรมชาติ ในคลองยังมีปลา ซึ่งนอกจากจะเป็นตัวชี้วัดถึงคุณภาพน้ำที่ดีแล้ว ยังช่วยเสริมให้ระบบนิเวศภายในโรงแรมยิ่งสมบูรณ์อีกด้วย” ทรงยุทธ กล่าว

เขาเปิดเผยว่า ระบบคลองยังทำให้สภาพแวดล้อมภายในรีสอร์ทมีความชุ่มชื้น เสริมภูมิทัศน์ให้ยิ่งดูเป็นธรรมชาติ มีความสวยงาม นอกจากนี้น้ำจากคลองยังนำมารดน้ำต้นไม้อีกต่อหนึ่ง ทำให้รีสอร์ทแห่งนี้แทบไม่มีการปล่อยน้ำเสียออกนอกระบบเลย เพราะน้ำเสียทั้งหมดจะถูกนำมาบำบัดและใช้ซ้ำภายในโรงแรมทั้งหมด

คลองมรกต
น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วของโรงแรมจะถูกปล่อยให้ไหลผ่านคลองมรกต สร้างความชุ่มชื้นให้กับธรรมชาติภายในรีสอร์ท / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

จากความสำเร็จในการรักษาฐานนักท่องเที่ยว ด้วยโมเดลการทำรีสอร์ทสไตล์ธรรมชาติที่ จ.พังงา ภายใต้สถานการณ์ปัญหาต่อธุรกิจการท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวพังงา นันทิดา อติเศรษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาคธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรมใน จ.พังงา ถือได้ว่ายังไม่ได้รับผลกระทบเท่าใดนักจากปัญหาค่าเงินบาท และการระบาดของไวรัสโคโรนา โดยหลายๆโรงแรมยังมีลูกค้าชาวยุโรปจองเต็ม จากการที่พังงามีจุดขายคือการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์

“ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรป ที่นิยมมาตากอากาศในสถานที่ที่เงียบสงบ มีความเป็นธรรมชาติ ยังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ได้รับผลกระทบเท่าใดนัก ดังนั้นการรักษาฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไว้ จึงเป็นทางออกสำหรับการท่องเที่ยวไทยในช่วงเวลานี้” นันทิดา กล่าว