ฉลองพบรังเต่ามะเฟืองรังที่สิบ เล็งประกาศเขตอนุรักษ์พื้นที่วางไข่เต่า ชายหาดภูเก็ต – พังงา

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งประกาศข่าวดี พบรังเต่ามะเฟืองรังล่าสุด รังที่ 10 ของฤดูกาล ที่ จ.พังงา อ.ธรณ์ ชี้ การกลับมาของแม่เต่ามะเฟืองแสดงให้เห็นว่า การรณรงค์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลมาถูกทางแล้ว คาดปีนี้ทะเลไทยจะมีลูกเต่ามะเฟืองเกิดใหม่ไม่ต่ำกว่า 400 ตัว พร้อมเสนอไอเดียประกาศให้แนวชายหาดกว่า 100 กิโลเมตร ในเขต จ.ภูเก็ต – จ.พังงา ที่เป็นพื้นที่ทำรังเต่ามะเฟืองเป็นเขตคุ้มครอง

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยผ่านทางแฟนเพจเฟสบุ๊คของกรม ยืนยันการพบรังเต่ามะเฟืองรังใหม่ ที่ชายหาดบ่อดาน อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา โดยระบุว่า สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 (พังงา) ได้รับแจ้งจาก คุณสุรางค์ กิไพโรจน์ ชาวบ้านในพื้นที่ ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ว่าพบร่องรอยการขึ้นมาวางไข่ของเต่ามะเฟืองที่หาดบ่อดาน ใกล้เคียงกับรังไข่เต่ามะเฟืองรังที่ 2 และ รังที่ 4 ภายหลังจากขุดตรวจสอบพบรังไข่เต่ามะเฟือง นับเป็นการค้นพบรังเต่ามะเฟืองเป็นรังที่ 4 ในพื้นที่ชายหาดบ่อดาน และเป็นรังที่ 10 ของไทยในฤดูกาลวางไข่ปีนี้

เต่ามะเฟือง
ไข่เต่าในรังเต่ามะเฟืองรังล่าสุด ที่เพิ่งค้นพบเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่หาดบ่อดาน อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา //ขอบคุณภาพจาก: กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

จากการประเมินพื้นที่รังโดยเจ้าหน้าที่ พบว่ารังเต่ามะเฟืองรังนี้อยู่ในจุดที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายไข่ เพียงแต่ตั้งศูนย์เฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยเท่านั้น

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การค้นพบรังไข่เต่ามะเฟืองถึง 10 รังในปีนี้ แสดงให้เห็นว่า การรณรงค์อนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลไทยประสบความสำเร็จ จนทำให้แม่เต่ามะเฟืองกลับมาทำรังวางไข่ในประเทศไทยอีกครั้ง โดยเขาคาดว่าในปีนี้จะมีเต่ามะเฟืองเกิดใหม่ไม่ต่ำกว่า 400 ตัว แม้ว่าจะมีการขโมยไข่เต่าในรังเต่ามะเฟือง 1 รัง ก็ตาม

“ช่วงที่ผ่านมาเราได้ผลักดันการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก จนสามารถขึ้นทะเบียน เต่ามะเฟือง วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ และฉลามวาฬ เป็นสัตว์สงวนได้สำเร็จ นอกจากนี้เรายังมีการออกนโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลไทย เช่น มาตรการควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว หรือการส่งเสริมการทำประมงอย่างยั่งยืน จนทำให้เต่ามะเฟืองกลับคืนสู่ทะเลไทยอีกครั้ง หลังจากเต่ามะเฟืองได้หายไปจากทะเลไทยไปกว่า 5 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 จนกระทั่งมีการค้นพบเต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่อีกครั้งในปีที่ผ่านมา” ดร.ธรณ์ กล่าว

“ความร่วมมือระหว่างประชาชนในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ จนนำไปสู่การค้นพบรังเต่ามะเฟืองครั้งนี้ ยังชี้ว่า การรณรงค์ปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากบรรลุผลเช่นกัน เพราะชาวบ้านในพื้นที่ต่างเป็นผู้ค้นพบร่องรอยเต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่สองครั้งล่าสุด และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบ แสดงให้เห็นว่าประชาชนมีจิตสำนึกรักและหวงแหนเต่ามะเฟือง ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายาก และสัตว์สงวนของไทย”

ดร.ธรณ์ กล่าวว่า จากการที่เต่ามะเฟืองกลับมาวางไข่ถึง 10 รัง ในพื้นที่แนวชายหาดตั้งแต่ หาดในทอน  อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เรื่อยไปจนจรดหาดท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา รวมเป็นพื้นที่ชายฝั่งยาวกว่า 100 กิโลเมตร แสดงให้เห็นว่าแนวชายหาดดังกล่าวเป็นพื้นที่พิเศษที่มีความสำคัญสูงมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาสภาพแวดล้อมของชายหาดเหล่านี้ให้คงความเป็นธรรมชาติ เพื่ออนุรักษ์พื้นที่วางไข่เต่ามะเฟืองในทะลไทย

เต่ามะเฟือง
เต่ามะเฟือง (Dermochelys coriacea) //ขอบคุณภาพจาก: Paul Mannix

เขาเสนอว่า ในอนาคตควรมีการกำหนดมาตรการคุ้มครองชายหาดแหล่งวางไข่ของเต่ามะเฟืองเหล่านี้เพิ่มเติม โดยอาจประกาศให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่คุ้มครองชั่วคราวในช่วงฤดูวางไข่เต่าระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ โดยให้ชาวบ้านในท้องที่เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ โดยหากเรายังรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมชายหาดให้ยังมีความเหมาะสมต่อการทำรังวางไข่อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ในอีก 20 ปีข้างหน้า เราจะได้ต้อนรับเต่ามะเฟืองที่ฟักในปีนี้ กลับมาวางไข่ที่ชายหาดแห่งเดิมอีกครั้ง

“เมื่อปี พ.ศ.2559 มีการเสนอโครงการขยายรันเวย์สนามบินภูเก็ต โดยวางแผนก่อสร้างรันเวย์ยื่นยาวออกไปในทะเล 1 กิโลเมตร บริเวณหาดไม้ขาว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการค้นพบรังเต่ามะเฟืองรังที่ 9 ห่างจากสนามบินภูเก็ตเพียง 1,000 เมตร เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หากวันนั้นโครงการเดินหน้า วันนี้เราคงกำลังก่อสร้างรันเวย์ขนาดยักษ์ บนหาดและในทะเลอึกทึกครึกโครม และเราคงไม่มีเต่ามะเฟืองมาวางไข่รังที่ 9 ไม่มีไข่ใบอ้วนใต้ผืนทราย” เขากล่าว

“นี่คือตัวอย่างดีที่สุดของการพัฒนาอย่างยั่งยืน รับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน หาทางออกโดยคิดถึงวันหน้าไว้ให้มากๆ แม้สนามบินภูเก็ตมีรันเวย์สั้น แต่เรายังสามารถพัฒนาอาคาร/หลุมจอด ให้สมเป็นสนามบินบนเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว 25 ล้านคนใน 10 ปีข้างหน้า และเราควรภูมิใจในรันเวย์ที่สั้น เพราะเป็นความสั้นที่รู้จักคำว่า “พอ” สั้นเพราะรู้จักคำว่า “เคารพธรรมชาติ”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง