Dark Water หนังเปิดโปงธุรกิจน้ำเน่าของฮีโร่ยักษ์เขียว

Dark Water หนังเปิดโปงธุรกิจน้ำเน่าของฮีโร่ยักษ์เขียว

Spoiler Alert บทความเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์

ไม่ว่าใครเห็นหน้าดาราหนุ่มผมดำ Mark Ruffalo ก็พลอยจะนึกถึง The Hulk ฮีโร่ยักษ์ใหญ่สีเขียว หนึ่งในสมาชิกทีมอเวนเจอร์ ทว่านอกจากบทบาทฮีโร่ตัวเขียวแล้ว นักแสดงหนุ่มคนนี้เองยังเป็นฮีโร่หัวใจสีเขียว จากการใช้ความดังในฐานะนักแสดงเป็นโอกาสสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อม

เมื่อพ.ศ.2554 เขาก่อตั้งองค์กรตรวจสอบและสร้างความตระหนักเรื่องคุณภาพน้ำให้สังคม และโครงการสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือก  ไม่เพียงแต่จะเคลื่อนไหวเรื่องสิ่งแวดล้อมนอกจอ นักแสดงยักษ์เขียวคนนี้ยังออกมาพูดเรื่องนี้ในโลกภาพยนตร์ ผลงานล่าสุดฝีมือเขาที่กำลังเข้าโรงในไทย “Dark Water พลิกน้ำเน่าธุรกิจฉาวโลก” สร้างจากเรื่องจริงเกี่ยวกับบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ที่แอบปล่อยสารเคมีปนเปื้อนแหล่งน้ำส่งผลต่อสุขภาพชาวเมืองนับ 70,000 คน

จุดเริ่มต้นของหนังมาจากการที่นักแสดงหนุ่มได้อ่านบทความสัมภาษณ์ทนายผู้เป็นหัวหอกต่อสู้คดีแล้วตัดสินใจติดต่อเข้าไปและนำเรื่องราวมาสร้างเป็นภาพยนตร์

Wilbur Earl Tennant กับ Robert Billot ในภาพยนตร์ // ขอบคุณภาพจาก: Dark Water Trailer

Robert Billot ซึ่งแสดงโดย Mark Ruffalo เป็นทนายด้านสิ่งแวดล้อม ถึงชื่อตำแหน่งจะเป็นอย่างนั้น ทว่าเขาไม่เคยว่าความให้บุคคลทั่วไป แต่คอยดูแลเรื่องกฎหมายให้บริษัทเคมีภัณฑ์ขนาดใหญ่หลายแห่ง จนกระทั่งในปีพ.ศ.2541  ชาวไร่คนหนึ่งจากเมือง Parkersburg เดินเข้ามาในออฟฟิศแล้วอ้างว่ารู้จักยายเขา พร้อมนำเทปวีดิโอวัวที่ตายอย่างทุกข์ทรมาณหลายสิบเทปมาเปิดให้ดู 

Wilbur Earl Tennant เชื่อว่าไร่ตนได้รับผลกระทบจากหลุมฝังกลบใกล้เคียง ซึ่งบริษัทเคมียักษ์ใหญ่ Dupont ในเมืองได้ซื้อที่ดินผืนนั้นเพื่อฝังกลบอะไรบางอย่าง เขาขอร้องให้ทนายหนุ่มช่วยต่อสู้คดี เมื่อ Billot เริ่มต้นสืบสาวหาต้นตอ เขาค่อยๆ ค้นพบว่าเมืองนี้ได้เปลี่ยนไปไม่เหมือนคราวเขามาเยี่ยมยายตอนเด็ก

Billot ค้นพบว่าตัวการที่ทำให้วัวของชาวไร่นับร้อยตัวตายอย่างแปลกประหลาด คือ สารเคมีชื่อ PFOA (Perfluorooctanoic acid) ซึ่ง Dupont ได้แอบเอามาทิ้งในที่ดินข้างไร่และปนเปื้อนแหล่งน้ำที่วัวใช้ดื่ม สารเคมีนี้ใช้เคลือบรถถังให้มีคุณสมบัติกันน้ำช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากสงคราม บริษัทหลายแห่งได้นำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน Dupont เองคือหนึ่งในนั้น  โดยนำมาเคลือบกระทะทำให้ทอดหารแล้วไม่ติดผิวต้ังแต่ปีพ.ศ. 2494 กลายเป็นกระทะประจำบ้านชาวอเมริกันและคนทั่วโลก “กระทะเทฟลอน” 

ใช่ว่าบริษัท Dupont จะไม่รู้เกี่ยวกับผลเสียของสารเคมี สิบปีหลังจากเริ่มใช้สาร PFOA ผลิตสินค้า พวกเขาทำการทดลองและพบว่าสารเคมีนี้ส่งผลอันตรายต่อสัตว์และมนุษย์ แต่ยังคงแอบปล่อยสารเคมีนี้ลงแหล่งน้ำ ต่อมาพวกเขาตรวจพบว่าแหล่งน้ำในชุมชนปนเปื้อนสารปริมาณมาก แต่ยังคงดำเนินการผลิตต่อไป จนกระทั่งถัดมาเกือบสี่สิบปีหลังจากรู้ว่าสารนี้อันตราย ทนาย Billot ได้รับคดีของชาวไร่และเริ่มต้นขุดคุ้ยเบื้องหลังดำมืดของธุรกิจสารเคมี

โรงงาน Dupont เมือง Parkersburg ในภาพยนตร์ // ขอบคุณภาพจาก: Dark Water Trailer

มะเร็ง โรคต่อมไทรอยด์ ความผิดปกติแต่กำเนิด สาร PFOA เป็นสาเหตุให้ชาวเมืองที่บริโภคน้ำดื่มผลิตจากแหล่งน้ำในเมืองพัฒนาหลายโรคร้าย อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลานั้น กฎหมายสหรัฐระบุให้สำนักสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Agency) เข้าไปตรวจสอบการใช้สารเคมีต่างๆ ได้แค่เมื่อบริษัททราบว่าสารเคมีนั้นอันตรายต่อสุขภาพแล้วแจ้งเข้ามา ดังนั้นบริษัท Dupont จึงซุกผลทดสอบว่า PFOA อันตรายไว้ใต้พรมเป็นเวลาหลายปี สารดังกล่าวจึงไม่เคยถูกประกาศขึ้นบัญชีว่าเป็นสารเคมีอันตรายในกฎหมายสหรัฐ 

“พวกเขามีระบบนี้ที่ทำให้เราคิดว่ามีคนปกป้องเรา แต่จริงๆ แล้วพวกเราต้องปกป้องตัวเอง”

Billot กล่าวเมื่อค้นพบความจริง

หลังจากการต่อสู้คดีเวลาหลายปี ปีพ.ศ.2557 Dupont และบริษัทสารเคมียักษ์ใหญ่อีก 5 แห่งได้ยกเลิกการผลิต PFOA และจ่ายเงินชดเชยผู้เสียหายหลายราย  Dupont ประสบกับปัญหาทางธุรกิจ และได้แตกออกมาเป็นบริษัทสารเคมีใหม่ชื่อ Chemours ผลิตสินค้าจากสารเคมีชนิดใหม่ที่คล้ายคลึงกับ PFOA แต่ย่อยสลายได้เร็วกว่า ปัจจุบัน สำนักสิ่งแวดล้อมสหรัฐยังไม่มีการควบคุมสารเคมีดังกล่าว

Rob Billot สืบสวนเรื่องราวจากเอกสารเก่าของ Dupont ในภาพยนตร์ // ขอบคุณภาพจาก: Dark Water Trailer

3 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 นานาชาติร่วมลงชื่อยกเลิกการผลิต PFOA  ในอนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษตกค้างที่ยาวนาน (Stockholm Convention on Persistent Organic Pollutants : POPs) โดยยังยกเว้นผลิตภัณฑ์บางประเภทเพื่อให้เวลาธุรกิจปรับตัว เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ ส่วนประกอบในฟิลม์ถ่ายภาพและโฟมดับเพลิง ซึ่งเวลาดับไฟ โฟมนี้มักปนเปื้อนเข้าสู่แหล่งน้ำใต้ดิน

ประเทศไทยถือเป็นสมาชิกอนุสัญญาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีแผนระงับการใช้สารแล้ว สาร PFOA นั้นเป็นสารที่ใช้เวลาย่อยสลายนาน ทำให้มีชื่อเล่นว่า “สารเคมีอมตะ (Forever Chemical)” ดังนั้นจึงอาจตกค้างและสะสมระยะยาวในสิ่งแวดล้อม เมื่อปีพ.ศ. 2561 จิรา คงปราณ นักวิจัยจากสาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี สานักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ทำงานวิจัยเรื่องการปนเปื้อนของสารกลุ่ม PFASs ในไทย สารกลุ่มนั้นคือสารประกอบด้วยธาตุคาร์บอนและฟลูออรีนซึ่ง PFOA คือหน่ึงในนั้น ประเทศไทยใช้สารกลุ่ม PFASs ในหลายธุรกิจ เช่น ผสมในน้ำยาเคลือบเงาพื้นและยังใช้เคลือบผิวเครื่องหนัง พรม ผ้า รวมถึงเครื่องครัวเพื่อป้องกันน้ำ

ในสหรัฐฯ พบว่าน้ำดื่มเกือบทุกรัฐมีสาร PFOA ปนเปื้อน สำหรับประเทศไทย การตรวจวัดสาร PFASs เมื่อพ.ศ.2556-2557 จากตัวอย่างน้ำผิวดินบริเวณปากแม่น้ำสายหลัก 4 สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางประกง พบการปนเปื้อนสาร PFOA ระหว่าง 1.4 – 16.9 นาโนกรัม/ลิตร ซึ่งเกินระดับความปลอดภัยที่นักวิจัยจาก Harvard School of Public Health ได้ประเมินไว้สำหรับน้ำดื่ม คือ ที่ 1 นาโนกรัม/ลิตร

ผลสำรวจสาร PFOA ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมไทย // ขอบคุณภาพจาก: จิรา คงปราณ

จิรา ชี้ว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากว่าไตจะฟอก PFOA ออกจากร่างกาย

เธอระบุว่าทุกวันนี้การศึกษาสารกลุ่ม PFAS ในไทยยังมีอยู่จำกัด

“การศึกษาวิจัยสารกลุ่มนี้ในประเทศไทยมีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อให้มีฐานข้อมูลความรู้ที่มากพอในการสนับสนุนการออกข้อกำหนดหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ สำหรับบังคับควบคุมการผลิตและใช้สารกลุ่ม PFASs อย่างจริงจังและป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อให้ภัยเงียบที่ว่าเกิดขึ้นจากลักษณะความเป็นอันตรายของสาร PFASs เท่านั้น ไม่ใช่เป็นภัยที่เกิดจากการละเลย”

ปัจจุบัน Rober Billot ทนายผู้กลายมาเป็นศัตรูตัวฉกาจของ Dupont ยังคงต่อสู้เรื่องสารเคมี PFASs เขาเป็นตัวแทนประชาชนชาวสหรัฐฟ้องบริษัทสารเคมีอีก 8 แห่งในข้อหาเป็นต้นเหตุของสารเคมีในเลือดชาวอเมริกันทุกคน

ตัวอย่างภาพยนตร์ Dark Water พลิกน้ำเน่าคดีฉาวโลก

 

 , , , , , , , ,