อบอุ่น..ครอบครัวและเพื่อนฝูงร่วมส่งวิญญาณบิลลี่กลับใจแผ่นดิน 

แม้ยังรอคอยความยุติธรรมให้กับการตายของพ่อ สามี และเพื่อน ครอบครัวและเครือข่ายกะเหรี่ยงจัดพิธีทำบุญตามความเชื่อดั้งเดิมให้ พอละจีบิลลี่รักจงเจริญ  แกนนำเรียกร้องสิทธิที่ดินทำกินให้ชาวกระเหรี่ยงในผืนป่าแก่งกระจาน หลานปู่คออี้ ที่ถูกอุ้มหายเมื่อ 5 ปีก่อน หลังจากพบหลักฐานชี้ชัดว่าเขาถูกฆาตกรรม  ด้านอัยการไม่สั่งฟ้องเอาผิดเจ้าหน้าที่อุทยาน ผู้ต้องสงสัยในคดี แม้ดีเอสไอยืนยันว่าหลักฐานหนักแน่นพอ

ครอบครัวทำบุญจุดเทียนส่งดวงวิญญาณบิลลี่กลับบ้าน / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

ครอบครัวบิลลี่ กับตัวแทนชาวกะเหรี่ยงจากกลุ่มป่าแก่งกระจานซึ่งประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำภาชี จัดพิธีศพตามความเชื่อกระเหรี่ยงและศาสนาให้บิลลี่ เมื่อวันที่ 27 – 28 มกราคม พ.ศ. 2563 ณ หมู่บ้านกะเหรี่ยง บ้านโป่งลึก-บางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ภายหลังผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ชิ้นกระดูกที่ถูกพบในถังน้ำมัน กลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ยืนยันการเสียชีวิตของบิลลี่ หลังจากการหายตัวอย่างลึกลับของแกนนำเรียกร้องสิทธิชุมชนกะเหรี่ยงแก่งกระจาน กว่า 5 ปีที่แล้ว 

โดยในช่วงค่ำของวันที่ 27 มกราคม ครอบครัวและเพื่อนฝูงเครือข่ายชาวกะเหรี่ยงได้ประกอบพิธีศพตามประเพณีกะเหรี่ยง ที่ศาลาพอละจี พื้นที่ส่วนกลางของชุมชนบ้านบางกลอยที่ตั้งชื่อให้เกียรติแก่บิลลี่ ภายในงาน ผู้จัดงานได้เตรียมของไหว้ตั้งไว้หน้ารูปถ่ายผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย บ้านทรงกะเหรี่ยงขนาดเล็กสานจากไม้ไผ่ อาหารซึ่งทำเป็นอาหารที่บิลลี่ชื่นชอบ  เพื่อขอให้ผู้เสียชีวิตมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและอาหาร นอกจากนั้นยังมีตุ๊กตานกสานซึ่งเป็นเสมือนองค์รักษ์ ช่วยให้ดวงวิญญาณเดินทางกลับบ้านได้ไม่หลงทิศทาง 

ภายในงานมีการร้องเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตกะเหรี่ยงที่ผูกพันกับธรรมชาติ วิถีชีวิตการทำไร่หมุนเวียน และความทุกข์ใจของชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยที่ต้องย้ายออกจากบริเวณบางกลอยบนซึ่งเป็นบ้านเก่าลงมายังพื้นที่ซึ่งอุทยานจัดสรรไว้ให้อาศัย ณ บ้านบางกลอยล่างและขาดพื้นที่ทำกิน พวกเขาเรียกบ้านเก่าว่า “ใจแผ่นดิน”

“บนแผ่นดินผืนนี้ เราอยู่อย่างนี้มานาน ไว้คอยย้ำเตือนลูกหลาน ทดแทนพระคุณแผ่นดิน ตามวิถีชนเผ่า ไม่หลงมัวเมาหนี้สิน ไม่ไถ่ไม่พรวนผืนดิน ไม่สิ้นป่าเขาเนาไพร่” 

หลังจากนั้น ผู้เข้าร่วมงานร่วมจุดเทียนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแสงสว่างเพื่อเปิดทางให้ดวงวิญญาณได้เดินทางกลับบ้าน ทำให้บรรยากาศในงานสว่างไสวไปด้วยแสงเทียนที่ประดับประดาอยู่ทั่วทุกมุม

ครอบครัวทำบุญจุดเทียนส่งดวงวิญญาณบิลลี่กลับบ้าน / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

เกรียงไกร ชีช่วง ผู้ประสานงานเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตงานตะนาวศรี ผู้ดำเนินพิธีการกล่าวว่าพิธีครั้งนี้ยังเป็นโอกาสดีที่จะให้ชาวกะเหรี่ยงรุ่นใหม่รู้จักพิธีกรรมซึ่งกำลังสูญหายท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามชาวกะเหรี่ยงทุกวันนี้นับถือศาสนาหลากหลาย ดังนั้นเช้าวันที่ 28 จึงเชิญพระสงฆ์และเจ้าพิธีศาสนาคริสต์มาประกอบพิธีศพด้วยเช่นกัน

การหายตัวปริศนาของบิลลี่กลายเป็นที่จับตามาของสังคมเป็นเวลานานนับ 5 ปี หลังจากวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2557 ผู้นำชาวกะเหรี่ยงถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติควบคุมตัวฐานเก็บน้ำผึ้งป่า ก่อนหายตัวไปและไม่พบร่องรอย มึนอ หรือ พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาได้เข้าแจ้งความและดำเนินการตามกฎหมาย จนกระทั่งห้าปีถัดมา เมื่อ 26 เมษายน พ.ศ. 2562 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และทีมงานตรวจพบพยานหลักฐานบริเวณใต้สะพานแขวน เขื่อนแก่งกระจาน พบชิ้นส่วนกระดูกซึ่งตรวจพบสารพันธุกรรมตรงกับมารดาของบิลลี่ จึงอนุมานว่าบิลลี่เสียชีวิตก่อนร่างจะถูกนำมาเผาอำพรางแล้วทิ้งไว้ใต้สะพานซึ่งมีน้ำท่วมขังตลอดปี

ด้านการดำเนินคดีทางกฎหมาย ล่าสุด 27 มกราคม พ.ศ. 2563 สำนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 เผยไม่ส่งฟ้องชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกับพวกรวม 4 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าฯ บิลลี่ และจะส่งฟ้องเพียงข้อหาเดียว คือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เนื่องจากหลักฐานเอาผิดไม่เพียงพอ หนึ่งในเหตุผลคือการตรวจด้วยวิธีไมโทรคอนเดรียกระโหลกที่พบน้ันพิสูจน์ได้เพียงว่ากระดูกที่พบสืบสกุลมาจากหญิงครอบครัวเดียวกับบิลลี่ตั้งแต่บรรพบุรุษหลายรุ่น 

บ่ายวันเดียวกัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โต้กลับว่าการตรวจสอบด้วยวิธีนิติวิทยาศาสตร์ดังกล่าวเป็นวิธีที่ใช้ทั่วโลกและติดตามได้เพียง 2 รุ่น คือ ยายและมารดาบิลลี่เท่านั้น ซึ่งนอกจากตัวบิลลี่เองแล้วไม่มีบุคคลอื่นที่เข้าข่ายถูกฆาตกรรมเช่นนี้ หลังจากนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษจะเตรียมส่งความเห็นแย้งอัยการ

30 มกราคมนี้ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมที่คอยช่วยครอบครัวบิลลี่ดำเนินคดี เตรียมยื่นหนังสือสนับสนุนการร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาณและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ต่อประธานรัฐสภา และประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย ยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ณ รัฐสภา เพื่อผลักดันกฎหมายคุ้มครองการละเมิดโดยเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งนอกจากกรณีของบิลลี่แล้ว ยังมีนักเคลื่อนไหวชนเผ่าอีกหลายรายที่ประสบเหตุคล้ายคลึงกัน

คลิปบรรยากาศพิธีทำบุญตามประเพณีกะเหรี่ยงให้พอละจี ‘บิลลี่’ รักจงเจริญ