สพฐ.แจง ไทยพร้อมมีหลักสูตรโลกร้อนแล้วหรือยัง?

สพฐ.แจง ไทยพร้อมมีหลักสูตรโลกร้อนแล้วหรือยัง?

สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แจงวิสัยทัศน์ หลักสูตรโลกร้อนประเทศไทย จะทำเข้มข้นขึ้น ด้านนักวิชาการชี้ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบาย หลังปีก่อนยื่นข้อเสนอพัฒนาหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อกระทรวงศึกษา

หลายประเทศได้เริ่มต้นบรรจุการศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศลงในหลักสูตรเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดี แม้ว่าประเทศไทยยังไม่มีการบรรจุหลักสูตรดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่ ดร. เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ผู้เชี่ยวชาญพิเศษจาก สพฐ. ได้ให้ข้อมูลกับสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมาว่า ภาครัฐไทยเองก็กำลังเริ่มแนวคิดส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องโลกร้อนในโรงเรียนเช่นกัน

“การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นคำสำคัญที่อยู่ในระดับนโยบาย เราอยากให้เด็กเข้าใจปัญหา ผลกระทบและหาวิธีการในฐานะพลเมืองโลก  เชื่อมโยงประเด็นโลกโยงกับการเรียนรู้ของเด็ก เราจะทำเพิ่มและเพิ่มความเข้มข้น เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต้องปรับให้เหมาะสมกับสภาพโรงเรียนแต่ละแห่ง เช่น โรงเรียนริมทะเลก็เรียนรู้ผ่านเรื่องทะเล โรงเรียนบนภูเขาก็เรียนรู้ผ่านสภาพแวดล้อมอีกอย่าง” ดร. เบญจลักษณ์ อธิบาย

ถึงแม้ว่า “โลกร้อน” จะเป็นคำที่คุ้นหูคุ้นปากชาวไทยมานาน ทว่าชุดความรู้ดังกล่าวยังไม่เป็นที่เข้าใจโดยแพร่หลายนักในหมู่นักเรียนนักศึกษาไทย เห็นได้ชัดจากเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน ที่เยาวชนทั่วโลกกว่า 130 ประเทศหันมาตื่นตัวเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลังจากการจุดประกายของนักเคลื่อนไหว Greta Thunberg ทางประเทศไทยเองมีกลุ่มเยาวชนและผู้ที่สนใจออกมาลงถนนในชื่อ  Climate Strike Thailand ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่และภูเก็ต ทว่ากลับพบว่าผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นนักเรียนโรงเรียนนานาชาติและชาวต่างชาติ 

Climate Strike Thailand ยื่นจดหมายเปิดผนึกข้อเรียกร้องแก่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 21 กันยายน พ.ศ. 2562 // ขอบคุณภาพจาก: Climate Strike Thailand

ต่างจากหลายประเทศเริ่มตื่นตัวเรื่องหลักสูตรเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เช่น อิตาลีเป็นประเทศแรกที่ประกาศในเดือนพฤศจิกายนพ.ศ. 2562 ให้บรรจุหลักสูตรดังกล่าวเป็นภาคบังคับ ส่วนหนึ่งเดือนถัดมา นิวซีแลนด์ประกาศเตรียมเพิ่มเนื้อหา วีดิโอและแนวทางการสอนเกี่ยวกับประเด็นนี้แก่ครูทุกโรงเรียน พร้อมสอนให้เด็กรับมือกับอารมณ์หดหู่ที่เกิดขึ้นจากการรับรู้ข่าวปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน แล้วแปรออกมาเป็นการลงมือสร้างการเปลี่ยนแปลง

แท้จริงแล้วหลักสูตรเรื่องโลกร้อนเป็นหนึ่งในความตกลงเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่สังคมรู้จักกันในชื่อ “SDG Goals” เว็บไซต์ Sustainable Development Goal indicators ของสหประชาชาติ ระบุตัวบ่งชี้การพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG Indicitor) ข้อ 12.1.8 เกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาเรื่องการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศให้แพร่หลายในวงกว้างทั้งในนโยบายการศึกษาระดับประเทศ หลักสูตร แนวทางอบรมครู รวมถึงการประเมินนักเรียน เพื่อให้ผู้คนตระหนักและรู้ข้อมูลเรื่องการบริโภคที่ยั่งยืนภายในปีค.ศ. 2030 

การศึกษาเรื่องโลกร้อนนับเป็นประเด็นย่อยหนึ่งในสิ่งแวดล้อมศึกษา ซึ่งการเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมอาจครอบคลุมประเด็นทางสิ่งแวดล้อมได้หลายประเด็น ตั้งแต่สัตว์ป่า ขยะพลาสติก ไปจนถึงมลพิษ ตามมาตราฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดหลักสูตรเนื้อหาของไทย การสอนเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้นอาจบรรจุอยู่ในทั้งส่วนวิชาสังคมและวิทยาศาสตร์ 

“ทุกโรงเรียนมีนโยบายเกี่ยวกับการศึกษาสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วค่ะ เช่น หลัก 3R ลดการใช้พลาสติกก็เป็นการลดการนำปิโตรเลียมมาผลิต เพราะฉะนั้นก็เกี่ยวพันกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเด็นคาบเกี่ยวกันอยู่แล้ว แล้วแต่จะพูดด้วยคำเล็กหรือคำใหญ่”

ดร. บรรเจอดพร สู่แสงสุข ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและส่งเสริมคุณธรรมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในสถานศึกษา สำนักพัฒนานวัตกรรมจัดการการศึกษา สพฐ. ให้คำตอบเมื่อทีมข่าวถามถึงการสอนเรื่องโลกร้อน

เด็กไทยกับวิถีชีิวิตชุมชนริมทะเล /สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม/ ณิชา เวชพานิช

นอกเหนือจากเรื่องหลักสูตร สิ่งแวดล้อมศึกษาในไทยอาจยังมีข้อให้พัฒนาอีกหลายประการ เมื่อเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา ระริน สถิตธนาสาร หรือ “ลิลลี่” เยาวชนไทยวัย 12 นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม นักเรียนโรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ ได้เข้าพบดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี นักวิจัยสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผู้อำนวยการโครงการจัดการขยะในสถานศึกษา Chula Zero Waste ให้ช่วยผลักดันเรื่องสิ่งแวดล้อมศึกษาในประเทศไทย

จากนั้นเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน สุจิตราร่วมกับคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ร่างข้อเสนอเชิงนโยบายเรื่องแนวทางพัฒนาการศึกษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Environmental Education for Sustainable Development : EESD) และเสนอต่อกระทรวงการศึกษา ทว่าจนถึงเดือนมกราคมนี้ เธอยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย

ข้อเสนอมีว่ากระทรวงการศึกษาควรทำงานร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และกระทรวงอุดมศึกษา นวัตกรรมและการวิจัย (อว.) อย่างใกล้ชิด รวมถึงหน่วยงานภาคีอื่นๆ ร่วมจัดทำแผนยุทธศาสตร์และโร้ดแมพขับเคลื่อนงานสิ่งแวดล้อมศึกษาในทุกระดับตั้งแต่ประถมจนถึงอุดมศึกษาและต่อยอดสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยแผนงานต้องไม่ถูกยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงไปตามวาระของรัฐบาล

ตัวอย่างข้อเสนอแผนระยะสั้นที่ดำเนินการได้ใน 1-2 ปี คือ กระทรวงการศึกษาควรกำหนดบุคคลที่จะรับบทบาทหน้าที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ในระดับกระทรวงและทบทวนตัวชี้วัดประเมินคุณภาพระดับโรงเรียน 

“ทุกวันนี้ การเรียนการสอนเรื่องสิ่งแวดล้อมยังคงเน้นการท่องจำเหมือนวิชาอื่นๆ โรงเรียนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจและไม่มีนโยบายเรื่องกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาที่ต้องมี 4 องค์ประกอบหลัก คือ นโยบายของโรงเรียนที่ชัดเจน การเรียนการสอนทั้งนอกและในห้องเรียนเพื่อให้เด็กเข้าใจปัญหาสิ่งแวดล้อมจริงๆ การปรับสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เอื้อต่อพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  และการเชื่อมโยงกับบ้านและชุมชนที่เอื้อให้เด็กพัฒนาเกิดเป็นนิสัย”

การประชุมหารือเรื่อง “วิกฤตสิ่งแวดล้อม: ถึงเวลาปฏิรูปการเรียนการสอนด้านสิ่งแวดล้อมในระบบการศึกษาไทย?” จัดโดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2562 // ขอบคุณภาพจาก: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ด้านผู้สอน นายเอกโชค บูรณอนันต์ อดีตนิสิตคณะครุศาสตร์ ปัจจุบันทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจกรรมและการศึกษา สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ได้เข้าไปจัดกิจกรรมเสริมสอนเรื่องธรรมชาติในเมืองแก่นักเรียนชั้นประถม โรงเรียนสตรีจุลนาค กรุงเทพฯ เอกโชคแสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์การศึกษาสิ่งแวดล้อมในไทย

“การสอนหนังสือในไทยเป็นแบบบรรยาย สื่อสารทางเดียว ผมว่าเนื้อหาที่กำหนดไว้เพียงพอ แต่อาจจะต้องปรับเสริมให้ถูกจุด คือ เพิ่มเวลาเรียนรู้ผ่านปฏิบัติและแทรกกระบวนการให้เด็กได้คิดในสิ่งที่ทำ ต้องขจัดความเป็นไทยๆ ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น พาไปเก็บขยะหน้าโรงเรียนแล้วจบ”

ทุกวันนี้มีหน่วยงานอิสระหลายแห่งได้เข้ามามีส่วนร่วมเรื่องสิ่งแวดล้อมศึกษาทั้งในไทยและต่างประเทศ หนึ่งในนั้นคือโครงการความร่วมมือขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรสัญชาติอังกฤษและสหประชาชาติ “eduCCate Global Project” จัดหลักสูตรออนไลน์เรียนฟรีสำหรับครูทั่วโลก เรื่องกระบวนการสอนเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยโรงเรียนที่มีครูผู้นำหนึ่งคนที่ผ่านหลักสูตรนี้จะได้รับการรับรองจากสหประชาชาติ  นับตั้งแต่เริ่มโครงการ 2 ปีก่อน มีครูได้รับการรับรองมากกว่า 225,000 คนและเป็นครูประจำโรงเรียนในไทยสองแห่ง

ด้านผู้เรียน มีเยาวชนบางส่วนที่ตื่นตัวกับการเรียนรู้เรื่องโลกร้อน วันเด็กปีล่าสุด “ลิลลี่” ระริน ได้ยื่นจดหมายถึงพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในงานวันเด็ก ณ ทำเนียบรัฐบาล

“หนูอายุแค่สิบสองปี แต่หนูได้เห็นภัยทั้งหลายด้านสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมมากมาย ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ หนูเข้าใจและเห็นความสำคัญของหลักสูตรการศึกษาของประเทศไทยที่ต้องมีการพัฒนาเพื่อสอนเยาวชน มากกว่าแค่เรื่องสิ่งแวดล้อม คือ สอนให้พวกเรามีชีวิตที่ยั่งยืน”

ระริน สถิตธนาสาร ยื่นจดหมายถึงพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในงานวันเด็กที่ทำเนียบรัฐบาล 11 มกราคม พ.ศ.2563 // ขอบคุณภาพจาก: Sasie Smittipatana

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 , , , , , , , ,