นักวิจัยสหรัฐค้นพบ ‘สตอร์มเควก’ หลังพิสูจน์ได้ว่าพายุสามารถทำให้เปลือกโลกสั่นสะเทือนได้

นักวิจัยสหรัฐค้นพบ ‘สตอร์มเควก’ หลังพิสูจน์ได้ว่าพายุสามารถทำให้เปลือกโลกสั่นสะเทือนได้

ผลการศึกษาชิ้นล่าสุด ยืนยันแล้วว่าพายุใหญ่สามารถสร้างผลกระทบถึงขนาดแผ่นดินสะเทือนเลือนลั่นได้ หลังจากกลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลอริดาสเตต (FSU) ในสหรัฐอเมริกา ศึกษาพบว่าพลังจากคลื่นที่รุนแรงจากพายุสามารถกระตุ้นให้เกิดแรงสั่นสะเทือนคล้ายแผ่นดินไหวในพื้นที่ชายฝั่ง หรือ สตอร์มเควก ได้นับเป็นการค้นพบปรากฎการณ์ธรรมชาติรูปแบบใหม่ล่าสุด ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้นักวิจัยสามารถทำความเข้าใจธรณีสันฐานของโลกและพื้นมหาสมุทรได้มากขึ้น

ผศ.ดร.ฟ่าน เหวินหยวน หัวหน้าทีมวิจัยเจ้าของผลการศึกษาชิ้นสำคัญ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Geophysical Research Letters กล่าวว่า ผลการวิจัยชิ้นนี้ได้พิสูจน์ว่าปัจจัยจากสภาพภูมิอากาศและมหาสมุทร มีความเชื่อมโยงและสามารถส่งผลกระทบถึงชั้นเปลือกโลกได้ หลังจากทีมวิจัยศึกษาพบว่า พลังงานมหาศาลจากพายุ ซึ่งส่งต่อไปยังพื้นโลกผ่านคลื่นพายุ สามารถทำให้แผ่นดินเกิดการสั่นไหวในรูปแบบที่คล้ายกับแผ่นดินไหวได้ โดยทีมวิจัยได้ตั้งชื่อปรากฎการณ์ดังกล่าวว่า สตอร์มเควก

ข้อมูลจากบทความการศึกษาชิ้นดังกล่าว ระบุว่า งานวิจัยครั้งนี้ศึกษาโดยการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศและมหาสมุทร รวมถึงคลื่นแรงสั่นสะเทือนในพื้นที่ชายฝั่งของทวีปอเมริกาเหนือ ในช่วงระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ ปีพ.ศ.2549 จนถึง พ.ศ.2558 โดยทีมวิจัยมุ่งศึกษาแรงสั่งสะเทือนในพื้นที่ชายฝั่งที่ตรงกับคุณสมบัติของ สตอร์มเควก กล่าวคือ แรงสั่นสะเทือนจะต้องเกิดขึ้นในวันที่มีพายุ และมีลักษณะตามเกณฑ์ทางภูมิศาสตร์อื่นๆที่ทีมวิจัยได้กำหนดไว้ โดยไม่นับคลื่นแผ่นดินไหวที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก เพื่อประมวลผลหาความเชื่อมโยงกับข้อมูลพายุและสภาพมหาสมุทร

พายุ
ภาพความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ที่พัดถล่มประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2556 //ขอบคุณภาพจาก: Wikimedia

ซึ่งหลังจากการวิเคราะห์ข้อมูล ทีมวิจัยค้นพบคลื่นแรงสั่งสะเทือนของผืนดินที่มีลักษณะตรงกับ สตอร์มเควก ถึง 14,007 ครั้ง ตลอดช่วงระยะเวลาที่เก็บข้อมูล

“เราพบว่า คลื่นแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากคลื่นพายุ หรือ สตอร์มเควก มีลักษณะคล้ายคลึงกับคลื่นแผ่นดินไหวที่เกิดจากการเคลื่อนของเปลือกโลกอย่างยิ่ง ที่น่าสนใจก็คือ คลื่นแรงสั่นสะเทือนจากพายุสามารถเขย่าแผ่นดินต่อเนื่องได้นานหลายชั่วโมง หรืออาจจะถึงกับหลายวัน และยังสามารถทวีความรุนแรงได้มากกว่า 3.5 แมกนิจูด” ผศ.ดร.ฟ่าน กล่าว

อย่างไรก็ดี ทีมนักวิจัยพบว่าไม่ใช่พายุใหญ่ทุกลูกจะสามารถส่งผลให้เกิด สตอร์มเควก ได้ เพราะจากการประมวลข้อมูลพบว่า อัตราการเกิดสตอร์มเควกมีความแตกต่างกันมากในแต่ละพื้นที่ แม้ว่าจะมีพายุขนาดรุนแรงเทียบเท่ากันพัดเข้าหาฝั่งบริเวณดังกล่าว โดยจากการวิเคราะห์ ทีมนักวิจัยพบว่าชายฝั่งที่มีลักษณะน้ำตื้น มีไหล่ทวีปกว้าง เช่น บริเวณชายฝั่งแถบนิวอิงแลนด์ และโนวาสโกเชีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีป มีความชุกของการเกิด สตอร์มเควกมากกว่าจุดอื่นๆ โดยเฉพาะบริเวณที่มีสันฐานชายฝั่งเป็นน้ำลึก มีไหล่ทวีปแคบ เช่น บริเวณชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่มลรัฐนิวเจอร์ซีย์ จนถึงมลรัฐจอร์เจีย ซึ่งแทบไม่ปรากฏการเกิด สตอร์มเควก เลย

จากข้อค้นพบดังกล่าว ทีมนักวิจัยจึงสรุปว่า ลักษณะของภูมิประเทศ สันฐานชายฝั่งและพื้นมหาสมุทร ของแต่ละพื้นที่เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเกิดปรากฎการณ์ สตอร์มเควก โดยพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดสตอร์มเควกมากที่สุดคือ พื้นที่ชายฝั่งที่มีไหล่ทวีปกว้าง น้ำตื้น

“ผลการศึกษาของเราชี้ให้เห็นว่า ยังมีข้อมูลอีกหลายสิ่งเกี่ยวกับโลกที่มนุษย์ยังไม่รู้ ก่อนหน้าการศึกษาวิจัยครั้งนี้ เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีปรากฎการณ์สตอร์มเควกมีอยู่จริง อย่างไรก็ดีงานวิจัยชิ้นนี้ถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เราเข้าใจปรากฏการณ์ทางธรรมชาติมากขึ้น” ผศ.ดร.ฟ่าน กล่าว

แผ่นดินไหว
ข้อมูลแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเวลาเดียวกับพายุฮากิบิสเคลื่อนขึ้นฝั่งในจุดเดัยวกัน เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมา //ขอบคุณข้อมูลจาก: volcanodiscovery.com

ดร.ไพบูลย์ นวลนิล นักวิชาการด้านแผ่นดินไหว ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลที่สรุปไว้ในบทความวิชาการของทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยฟลอริดาสเตต คลื่นแรงสั่งสะเทือนจากพายุ หรือ สตอร์มเควก ไม่ใช่ปรากฏการณ์เดียวกับแผ่นดินไหว เพราะรูปแบบคลื่นมีลักษณะต่างกัน และเกิดจากคนละแหล่งที่มา

ดร.ไพบูลย์ อธิบายว่า ปรากฎการณ์สตอร์มเควก เป็นการสั่นสะเทือนเนื่องจากคลื่นคาบยาวกระทบชายฝั่งที่ตื้น สามารถสั่นสะเทือนได้เทียบเท่าแผ่นดินไหวถึงขนาด มากกว่า 3.5 ได้ เปรียบเทียบได้กับการที่พื้นดินสั่นสะเทือนเมื่อมีรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งผ่าน ดังนั้นจึงอาจเรียกได้แค่ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่คล้ายกับแผ่นดินไหวเท่านั้น

นอกจากนี้ ดร.ไพบูลย์ ยังกล่าวเสริมว่า การเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่นในเวลาเดียวกับที่พายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากิบิสพัดถล่มชายฝั่งญี่ปุ่น ที่หลายๆคนตั้งข้อสังเกตว่าเป็น สตอร์มเควก นั้น แท้จริงแล้วเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวไม่ใช่ สตอร์มเควก เป็นเพียงความบังเอิญที่เกิดแผ่นดินไหวจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกในเวลาพร้อมๆกับที่พายุฮากิบิสเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศญี่ปุ่นพอดี ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจนัก เพราะญี่ปุ่นตั้งอยู่ในเขตเสี่ยงแผ่นดินไหว และมีอัตราการเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กถี่แทบทุกวันอยู่แล้ว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 , , , , ,