Enlaw ตั้งคำถาม สิทธิทางสิ่งแวดล้อมตามรัฐธรรมนูญ ปาฐกถาเรียกร้องการคุ้มครองสิทธิให้ประชาชน

Enlaw ตั้งคำถาม สิทธิทางสิ่งแวดล้อมตามรัฐธรรมนูญ ปาฐกถาเรียกร้องการคุ้มครองสิทธิให้ประชาชน

ปาฐกถา Enlaw ชี้รัฐธรรมนูญ 2560 ตัดสิทธิทางสิ่งแวดล้อม ประชาชนถูกลดทอนในการมีสิทธิในการเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดี โดย คำสั่ง คสช. คือตัวบ่งชี้รูปธรรมการละเมิดสิทธิ การพัฒนาที่ไม่คุ้มครองประชาชนและสร้างความเป็นธรรมหรือนโยบายที่ดีต่อทุกฝ่าย หรือคำนึงถึงสิทธิของคนรุ่นถัดไปที่จะใช้สิ่งแวดล้อมในอนาคต

ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม(EnLAW) สุภาภรณ์ มาลัยลอย กล่าวปาฐกถาในเวทีสาธารณะเรื่องวิกฤตโลกร้อน ความเป็นธรรม นโยบายสิ่งแวดล้อมที่กินได้ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ เชื่อมให้เห็นเรื่องสิทธิที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมกับรัฐธรรมนูญที่บุคคลพึงได้รับ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีใช้ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เวทีสาธารณะเรื่องวิกฤตโลกร้อน ความเป็นธรรม นโยบายสิ่งแวดล้อมที่กินได้ จัดโดยชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะ (ไทยพีบีเอส) มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย และมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท (FES)

สุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม(EnLAW)

สุภาภรณ์ กล่าวในการปาฐกถาดังนี้ “สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี” คือ สิทธิที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่บุคคลทุกคนพึงมีและได้รับ โดยเราเคยมีการบัญญัติสิทธินี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ (มาตรา 67 วรรคแรก รัฐธรรมนูญฯ 2550) ว่า “สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บำรุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครองส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครองตามความเหมาะสม”

สิทธิการดำรงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีนั้น เป็นสิทธิที่มีพัฒนาการและได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในทางกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างน้อยในฐานะส่วนขยายของสิทธิในชีวิตและร่างกาย โดยมองว่าไม่เพียงแต่การคุ้มครองสิทธิในชีวิตร่างกายมิให้รัฐหรือบุคคลใดมาล่วงละเมิดทำลายหรือพรากเอาไปได้เท่านั้น แต่รัฐพึงต้องคุ้มครองสิทธิในชีวิตร่างกายของประชาชนให้ดำรงอยู่ได้โดยปกติสุขด้วย แต่เป็นที่น่าเสียดายว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีที่เคยบัญญัติไว้กลับถูกตัดทิ้งและไม่ปรากฏว่ามีบทบัญญัติมาตราอื่นใดที่พอจะตีความเทียบเคียงได้ จึงถือเป็นจุดอ่อนอีกประการหนึ่งของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้และเป็นเสมือนการพรากเอาไปซึ่งสิทธิของประชาชนประการสำคัญอันได้รับการรับรองคุ้มครองสืบต่อเนื่องมาในรัฐธรรมนูญไป

“รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีที่เคยบัญญัติไว้กลับถูกตัดทิ้งและไม่ปรากฏว่ามีบทบัญญัติมาตราอื่นใดที่พอจะตีความเทียบเคียงได้ จึงถือเป็นจุดอ่อนอีกประการหนึ่งของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้และเป็นเสมือนการพรากเอาไปซึ่งสิทธิของประชาชนประการสำคัญอันได้รับการรับรองคุ้มครองสืบต่อเนื่องมาในรัฐธรรมนูญไป”

สิทธิในสิ่งแวดล้อมเป็นสิทธิที่เกี่ยวข้องกับบุคคล ชุมชน และรัฐในการร่วมกันทำให้เกิดขึ้น แต่ปรากฎว่าที่ผ่านมานอกจากการที่ไม่มีบัญญัติสิทธินี้ในรัฐธรรมนูญแล้ว เรายังเห็นนโยบายและกฎหมายที่รัฐออกมายังลดทอนมาตรการด้านการคุ้มครองด้านสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น การออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 4/2559 ที่ยกเว้นการบังคับใช้ผังเมืองสำหรับกิจการบางประเภททำให้เกิดการสร้างโรงไฟฟ้าและโรงงานเกี่ยวกับขยะกระจายไปทั่ว โดยเฉพาะภาคตะวันออกที่เห็นถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ตามมา การมีนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ให้มีการจัดทำผังเมืองใหม่รวม 3 จังหวัดเป็นผังเมืองรวม EEC ที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงและนำมาสู่การใช้ประโยชน์ในที่ดินที่เปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ จากเกษตรกรรมและระบบนิเวศน์แหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อีกทั้งนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ไม่มีความชัดเจน เช่น ไม่มีนโยบายการลดการใช้ถ่านหินซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในการก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อน แต่กลับมีการเปิดให้มีการทำเหมืองแร่ถ่านหินเพิ่มทั้งที่ อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ แม่ทะ จังหวัดลำปาง บ้านแหง จังหวัดลำปาง และมีโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เปิดขึ้นใหม่ เช่นที่ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

“เราเห็นว่าทุกคนในรุ่นปัจจุบันควรมีสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่เพียงพอต่อความจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีพโดยไม่ทำให้สิทธิของคนรุ่นถัดไปแย่ลงหรือเสื่อมคุณภาพในการที่จะใช้สิ่งแวดล้อมในอนาคต” 

เราเห็นว่าทุกคนในรุ่นปัจจุบันควรมีสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่เพียงพอต่อความจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีพโดยไม่ทำให้สิทธิของคนรุ่นถัดไปแย่ลงหรือเสื่อมคุณภาพในการที่จะใช้สิ่งแวดล้อมในอนาคต และเราทุกคนรวมถึงรัฐต้องดำเนินการให้สิทธิที่จะอาศัยอยู่โดยปราศจากมลพิษความเสื่อมโทรมทางสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมที่ส่งผลเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมที่คุกคามต่อชีวิตสุขภาพอนามัยวิถีชีวิตสภาพความเป็นอยู่ที่ดีหรือการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งใน ทั้งระหว่างและข้ามพรมแดนเกิดขึ้นให้ได้

 , , , , ,