สรุปโครงการ “พายเรือเพื่อเจ้าพระยา” พบแม่น้ำเปื้อนขยะพิษ คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมหนัก

ธรรมศาสตร์จับมือภาครัฐและภาคธุรกิจปลุกจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม ทำกิจกรรมทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล หลังสรุปกิจกรรม “พายเรือเพื่อเจ้าพระยา เก็บขยะจากปากน้ำโพถึงสมุทรปราการ ปี 2” พบขยะกว่า 3,215 กิโลกรัม มีขยะพิษ กว่า 100 กิโลกรัม ซ้ำยังพบว่าน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาในทุกจังหวัดมีคุณภาพย่ำแย่ โดยเฉพาะแม่น้ำในเขต กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมอย่างรุนแรง

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนหลักในโครงการ “พายเรือเพื่อเจ้าพระยา” กล่าวสรุปผลกิจกรรมว่า ในปีนี้สามารถเก็บขยะระหว่างเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 10 จังหวัด ตั้งแต่บริเวณปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ ผ่าน จ.อุทัยธานี จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสิ้นสุดที่ จ.สมุทรปราการ เป็นจำนวนรวมทั้งหมด 3,215 กิโลกรัม โดยพบว่าในจำนวนขยะทั้งหมดที่เก็บได้จากแม่น้ำเจ้าพระยา มีขยะพิษจำพวกกระป๋องสี สารเคมี กระป๋องยาฆ่าแมลง รวมกว่า 100 กิโลกรัม

อ.ปริญญาเก็บขยะ
ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล นำถุงบรรจุขยะที่เก็บได้จากในแม่น้ำเจ้าพระยา ลงจากเรือมาขึ้นฝั่ง //ขอบคุณภาพจาก: Prinya Thaewanarumitkul

ผศ.ปริญญา ตั้งข้อสังเกตว่า จำนวนขยะที่เก็บได้ทั้งหมดจากโครงการในปีนี้มีปริมาณมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับขยะที่เก็บได้จากโครงการปีที่แล้ว ที่สามารถรวบรวมขยะได้ทั้งหมด 2,500 กิโลกรัม อย่างไรก็ดี ตัวเลขที่มากขึ้นไม่สามารถบอกได้ว่าปัญหาหนักขึ้น แต่อาจเป็นเพราะจำนวนคนเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น ที่น่าสนใจคือจุดที่พบขยะมากที่สุดคือบริเวณริมตลิ่ง บริเวณวัด ชุมชนริมน้ำ จะมีขยะจำนวนมาก เช่น กล่องโฟม วัสดุบรรจุอาหาร ขวดเครื่องดื่ม ยางรถยนต์ ที่นอนหมดสภาพ และถุงดำขนาดใหญ่บรรจุขยะที่ทิ้งลงสู่แม่น้ำโดยตรง

สำหรับโครงการ “พายเรือเพื่อเจ้าพระยา” ปีที่ 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้จัดกิจกรรมพายเรือคายักเก็บขยะตั้งแต่ต้นน้ำเจ้าพระยา 10 ที่ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ เรื่อยมาจนจรดที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์กรเอกชนต่างๆ ระหว่างวันที่ 1 – 10 ตุลาคม โดยมีจุดประสงค์เพื่อรณรงค์และสร้างจิตสำนึกให้คนไทยเห็นคุณค่าของแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ทิ้งขยะลงสู่แม่น้ำ รวมไปถึงสร้างความตระหนักรู้ในการใช้พลาสติกอย่างรู้คุณค่าเกิดประโยชน์สูงสุด

โดยภายหลังจากเสร็จสิ้นโครงการ “พายเรือเพื่อเจ้าพระยา” ขยะทั้งหมดที่รีไซเคิลได้จะถูกนำมา “ทอดผ้าป่าขยะหัวเรือ” ให้วัดจากแดง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จัดกิจกรรมทอดผ้าป่าขยะหัวเรือ เพื่อนำขยะมารีไซเคิลตามกระบวนการต่อไป

ขยะอันตรายเจ้าพระยา
ตัวอย่างของขยะอันตรายที่เก็บพบในแม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างโครงการพายเรือเพื่อเจ้าพระยา //ขอบคุณภาพจาก: เพจพายเรือเพื่อเจ้าพระยา

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ชาติชาย อุทัยพันธ์ กล่าวว่า หน่วยงานราชการไม่ได้นิ่งนอนใจทั้งในเรื่องขยะบนบกและขยะในแม่น้ำ เพราะสภาพคุณภาพแม่น้ำตอนนี้จัดอยู่ในระดับที่มีความเสื่อมโทรมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรปราการมีคูคลองสาขามากมายที่ไหลลงสู่แม่น้ำและเป็นพื้นที่ปลายน้ำ น้ำที่ไหลมาจากกรุงเทพมหานครก็ส่งผลกระทบมาถึงที่นี่ ในแม่น้ำจึงมีแต่ขยะแทบทุกขนาด พอเวลาน้ำลงขยะไม่สามารถไปไหนได้ก็ติดอยู่บริเวณชายเลน บริเวณที่พักตากอากาศบางปู จะเห็นได้ชัดว่าปริมาณขยะติดชายเลนมีปริมาณเยอะมากสงผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ชายฝั่งอย่างรุนแรง

“จริงๆแล้วคุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต ถ้าสิ่งแวดล้อมไม่ดีชีวิตก็ไม่ดี การเก็บขยะไม่ใช่การแก้ปัญหา การเก็บคือการเชิญชวนให้คนไม่ทิ้งขยะเรี่ยราด แม่น้ำเป็นสิ่งสำคัญสิ่งสกปรกที่ลงไปในน้ำถ้าไม่ได้บำบัดก็เน่าเสีย ทุกอย่างทั้งที่ดีและไม่ดีไหลสู่แม่น้ำ การคัดแยกไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่การมีขยะแต่ละพื้นที่คือการบ่งบอกชีวิตและการดำเนินการจัดการของที่นั้นๆ” ชาติชาย กล่าว

นายชญาน์ จันทรวสุ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความยั่งยืน และภาพลักษณ์องค์กร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในส่วนการสนับสนุนให้กิจกรรม การทอดผ้าป่าขยะหัวเรือ และความร่วมมือโครงการพายเรือเก็บขยะเพื่อเจ้าพระยาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รูปธรรมสำคัญของโครงการทำงานคือการมีส่วนร่วมในกิจกรรมร่วมกันไม่ว่าจะเป็นการจัดการขยะที่จะสมทบการนำวัสดุมารีไซเคิล การสร้างบุญด้วยการบริจาคขวด PET ที่ผ่านการรีดให้แบนแยกฝาออกและถุงพลาสติกใช้แล้วที่สะอาดเพื่อรวบรวมในการคัดแยกและไปสู่กรรมวิธีนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง อาทิ การทำผ้าจีวรจากขวดพลาสติกเหลือใช้ การทำเสื้อยืดจากขวดพลาสติก นอกจากนี้ยังให้การพัฒนาศูนย์เรียนรู้การคัดแยกขยะของวัดจากแดง คุ้งบางกระเจ้า และส่งเสริมให้เกิดการคัดแยกขยะพลาสติกเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่อย่างถูกวิธี

ขยะเจ้าพระยา
สรุปผลจากการจัดโครงการ “พายเรือเพื่อเจ้าพระยา” ตลอดระยะเวลา 10 วัน โดยเพจพายเรือเพื่อเจ้าพระยา

“ปีนี้เป็นปีที่ 2 ของโครงการการพายเรือเพื่อเจ้าพระยา เราเห็นว่าเป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดี ทำให้พี่น้องที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำได้มาช่วยร่วมกัน นอกจากคนที่พายเรือคนที่เป็นประชาชนที่อยู่รอบๆก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างมาก ซึ่งเหล่านี้ทำให้มีการตระหนักรู้ถึงปัญหา มีการเก็บขยะที่อยู่ในแม่น้ำได้ปริมาณมากพอสมควร แต่ที่สำคัญคือเราอยากให้ทุกคนร่วมกันลดละเลิกทิ้งขยะลงแม่น้ำ” ชญาน์ กล่าว

ชญาน์กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล ให้ความสำคัญเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยคิดว่าจะทำอย่างไรให้ลดการใช้ทรัพยากรให้มากที่สุด และใช้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ถ้าจำเป็นต้องมีขยะจริงๆก็ต้องช่วยกันจัดการไม่ให้ลงไปสู่แม่น้ำซึ่งจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นปัญหาต่อประชาชนในอนาคต

นอกจากนี้ ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ยังกล่าวถึงการตรวจวัดคุณภาพน้ำโดยกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งผลการตรวจออกมาค่อนข้างน่าผิดหวัง เพราะสภาพน้ำมีคุณภาพแย่ลงกว่าปีที่ผ่านมา โดยพบว่าคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไม่มีจังหวัดใดอยู่ในเกณฑ์ที่ดี หรือมีค่าปริมาณออกซิเจนละลาย หรือค่า DO สูงกว่า 6 มิลลิกรัม/ลิตร มีพบอยู่ในระดับที่แค่พอใช้เท่านั้น โดยจุดที่แม่น้ำเจ้าพระยามีคุณภาพน้ำเน่าเสียที่สุดอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร มีค่า DO เพียง 1.7 มิลลิกรัม/ลิตร ถือว่าจัดอยู่ในระดับคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมมาก เหมาะแก่การคมนาคมเท่านั้น

อ.ปริญญา ชี้ป้าย
ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ชี้ไปยังแผนผังคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่แสดงให้เห็นว่าคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงตั้งแต่ปทุมธานีลงไปเริ่มมีคุณภาพเสื่อมโทรม //สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม/ศิริรุ่ง ศรีสิทธิพิศาลภพ

“น่าแปลกใจที่เมื่อปีที่แล้วเดือนธันวาคม 2561 ปริมาณน้ำในจังหวัดนครสวรรค์มีน้อยกว่าแต่คุณภาพน้ำนครสวรรค์กลับได้ระดับดี แต่ในปีนี้มีน้ำมากแต่คุณภาพน้ำกลับแค่พอใช้ เพราะบรรดาสารพิษจากระบบเกษตรทั้งหลายในที่นาที่น้ำฝนชะลงมาในแม่น้ำเป็นต้นหตุ กลายเป็นว่าพอน้ำยิ่งมากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายิ่งเสียยิ่งมีสารพิษเพราะชะลงมาจากที่ดินสู่คูคลองและไหลสู่รวมกันในแม่น้ำเจ้าพระยา” ผศ.ปริญญา วิเคราะห์

“บริเวณที่กลายเป็นแหล่งน้ำเสื่อมโทรมได้แก่ ปทุมธานี  นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ จัดเป็นพื้นที่แหล่งน้ำเสื่อมโทรมมาก กรุงเทพเป็นตัวการใหญ่สุดที่แม่น้ำเต็มไปด้วยสารพิษ เราไม่ได้แค่ต้องการแม่น้ำใสและสวย และไม่ใช่แค่เรื่องมาเรียมตาย แต่คุณภาพน้ำแย่และขยะมีจำนวนมากที่เกิดขึ้นมันคือการพูดเรื่องคุณภาพชีวิตของผู้คน และถึงเวลาที่พวกเราต้องแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาคธุรกิจไทยนำทัพเปลี่ยนขยะเป็นสินค้า เพิ่มมูลค่าและลดปริมาณขยะเพื่อโลก

มันอยู่ในปลาทู!! นักวิจัยพบไมโครพลาสติกในปลาทูไทย