โลกร้อนส่งซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากิบิสถล่มโตเกียว อุตุฯญี่ปุ่นชี้ความรุนแรงพายุอาจถึงขั้นประวัติการณ์

โลกร้อนส่งซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากิบิสถล่มโตเกียว อุตุฯญี่ปุ่นชี้ความรุนแรงพายุอาจถึงขั้นประวัติการณ์

ญี่ปุ่นเตรียมรับมือลมพายุกรรโชกแรง ฝนตกหนัก และคลื่นสูง จากพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดของปีพ.ศ.2562 หลังสำนักอุตุนิยมวิทยาชั้นนำหลายแห่งคาดการณ์ตรงกันว่าพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากิบิส (Hagibis) จะพัดเข้าถล่มภูมิภาคคันโต ทางตะวันออกของเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น ด้วยความเร็วลมสูงสุดถึง 157 กิโลเมตร/ชั่วโมงในวันเสาร์นี้ (12 ตุลาคม) ภายหลังพายุเพิ่มกำลังอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นพายุระดับ 5 หรือซูเปอร์ไต้ฝุ่น เพียงชั่วข้ามคืนเมื่อวันจันทร์ (7 ตุลาคม) ที่ผ่านมา

องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ว่า ณ ขณะเวลา 12.40 น. ตามเวลากรุงโตเกียว ดาวเทียมของ NOAA จับภาพตำแหน่งล่าสุดของพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากิบิส อยู่ห่างจากชายฝั่งของเมืองโยโกสุกะ ไปทางใต้ประมาณ 965 กิโลเมตร แม้ว่าพายุจะเริ่มอ่อนกำลังลงเล็กน้อยเมื่อมุ่งหน้าขึ้นเหนือ แต่ข้อมูลดาวเทียมพบว่าพายุยังมีกำลังแรงและยังคงเส้นทางมุ่งหน้าตรงเข้าสู่ชายฝั่งญี่ปุ่น

ภาพถ่ายดาวเทียมพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากิบิส
ภาพถ่ายดาวเทียมพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากิบิส จากเว็บไซต์ https://www.windy.com

ศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นร่วม หรือ U.S. Joint Typhoon Warning Center (JTWC) คาดการณ์ว่าจากการเคลื่อนที่ของพายุฮากิบิส พายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งที่เมืองโยโกสุกะ ซึ่งเป็นเมืองปริมณฑลด้านใต้ของกรุงโตเกียว ก่อนจะเบนเส้นทางกลับลงมหาสมุทรแปซิฟิกอีกครั้ง

สำนักข่าว NHK World รายงานว่า ด้วยความรุนแรงของพายุฮากิบิสที่มี ทำให้พายุลูกนี้ถือเป็นพายุที่ทรงพลังที่สุดของปีนี้ และอาจเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดที่มีบันทึกในประวัติศาสตร์ในภูมิภาคนี้ โดยจากการตรวจวัดของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นในวันที่ 11 ตุลาคม พบว่า พายุฮากิบิสมีความกดอากาศที่ศูนย์กลางอยู่ที่ 915hPa และมีความเร็วลมสูงสุดที่ 198 กิโลเมตร/ชั่วโมง กำลังเคลื่อนที่เข้าหาฝั่งด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตร/ชั่วโมง

จากความรุนแรงของพายุเมื่อเคลื่อนขึ้นฝั่ง กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าซีกตะวันออกของเกาะฮอนชู จะได้รับผลกระทบจาก ลมพายุกรรโชก ฝนตกหนัก และคลื่นสูง โดยเฉพาะภูมิภาคคันโต ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงโตเกียว และภูมิภาคโตไก ซึ่งเป็นจุดที่พายุจะเคลื่อนผ่านโดยตรง

โดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นพยากรณ์ว่า เมื่อพายุเคลื่อนขึ้นฝั่งจะยังมีกำลังลมแรงถึง 157 กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถสร้างให้เกิดลมกรรโชกที่มีกำลังแรงถึง 220 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในบางพื้นที่ อิทธิพลของพายุยังทำให้เกิดฝนตกหนักมากทั่วบริเวณภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นเป็นเวลาติดต่อกันถึง 2 วัน โดยคาดว่าภูมิภาคโตไกจะได้รับปริมาณน้ำฝนสะสมในรอบ 48 ชั่วโมง (วันที่ 12 – 13 ตุลาคม) สูงถึง 1,300 มิลลิเมตร ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อภัยจากน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม

นอกจากนี้กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นยังเตือนว่า พายุยังก่อให้เกิดคลื่นแรงในทะเล โดยคลื่นอาจสูงถึง 13 เมตร ซึ่งเมื่อคำนึงถึงปัจจัยจากปรากฎการณ์น้ำเกิดที่ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงกว่าปกติในช่วงที่พายุเข้า ทำให้พื้นที่ชายฝั่งมีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะถูกคลื่นพายุซัดฝั่งสร้างความเสียหาย

ภาพถ่ายดาวเทียมด้วยวิธีพิเศษแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของลมพายุและขอบตาพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากิบิส //ขอบคุณภาพจาก: NOAA Environmental Visualization Laboratory

ดังนั้นทางการญี่ปุ่นจึงย้ำว่า พายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากิบิสมีอันตรายอย่างยิ่ง และประชาชนในพื้นที่ประสบภัยควรรีบอพยพออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตตนเอง

ก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน ภูมิภาคคันโตและกรุงโตเกียวเพิ่งได้รับความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นฟ้าใส ซึ่งได้พัดเข้าสู่ภูมิภาคคันโตโดยตรง ด้วยความเร็วลมสูงสุดที่ 155 กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และสร้างความเสียหายเป็นมูลค่าถึง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

พิษจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นยังทำให้การคมนาคมญี่ปุ่นต้องอยู่ในสภาพชะงักงัน โดยล่าสุดสำนักข่าว NHK World รายงานว่า สายการบินในประเทศกว่า 1,500 ไฟล์ท และสายการบินระหว่างประเทศกว่า 187 ไฟล์ท ต้องถูกงดบินในวันเสาร์นี้ จากสนามบินนาริตะและฮาเนดะ ทำให้มีผู้โดยสารตกค้างอยู่ทั้งสองสนามบินแล้วกว่า 10,000 คน นอกจากนี้การเดินรถไฟหลายเส้นทาง รวมถึงรถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็น ยังงดให้บริการชั่วคราวตั้งแต่วันเสาร์นี้อีกด้วย

สำหรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ประสบภัย องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่นได้เปิดช่องทางในการรับข่าวสารการแจ้งเตือนภัยเป็นภาษาอื่นๆได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาเกาหลี ผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 050-3816-2787 และ ยังสามารถติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ภัยพิบัติล่าสุดได้ทางแอคเคาท์ทวิตเตอร์ทางการขององค์กร รวมไปถึงแอปพลิเคชัน Safety tips สำหรับนักท่องเที่ยว

ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้ออกประกาศเตือนภัยชาวไทยและนักท่องเที่ยวไทยในพื้นที่ประสบภัยให้ระวังภัยจากฝนตกหนัก และลมกระโชกแรง หลีกเลี่ยงการออกจากเคหะสถานขณะมีพายุ นอกจากนี้ควรตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของที่อยู่อาศัย และเตรียมพร้อมปฏิบัติตามประกาศอพยพของทางการญี่ปุ่น

ความเสียหาย
ภาพความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นฟ้าใสที่พัดถล่มพื้นที่กรุงโตเกียวเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา //ขอบคุณภาพจาก: U.S. Navy photo by Mass Communication Specialist 2nd Class Tyler R. Fraser

ผู้เชี่ยวชาญพายุหมุนเขตร้อนจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ Kerry Emanuel ให้สัมภาษณ์กับ The Weather Channel ว่า การก่อตัวอย่างรวดเร็วของพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากิบิสถือเป็นเรื่องที่น่าจับตาด้วยความกังวล เพราะจากข้อมูลการติดตามสภาพอากาศพบว่าพายุฮากิบิสทวีกำลังจากหย่อมความกดอากาศต่ำเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6 ตุลาคม) กลายเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับสูงสุดภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง นับเป็นการทวีกำลังของพายุที่รวดเร็วที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีการตรวจวัด

Emanuel ระบุว่า การทวีกำลังของพายุฮากิบิสอย่างฉับพลันเป็นผลมาจากปัจจัยสภาพอากาศในบริเวณที่พายุก่อตัวที่มีลมเฉือนน้อย และน้ำทะเลอุณหภูมิสูง อันเป็นผลมาจากสภาวะโลกร้อน เร่งให้พายุเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเขาจึงแสดงความกังวลว่า นับจากนี้เราจะเห็นปรากฎการณ์การก่อตัวของพายุและทวีกำลังอย่างฉับพลันเช่นนี้บ่อยขึ้นในอนาคตจากผลของวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“ผลการศึกษาวิจัยของผมยืนยันว่ายิ่งอุณหภูมิโลกสูงขึ้น เราจะยิ่งประสบกับพายุที่มีกำลังรุนแรงสร้างความเสียหายบ่อยยิ่งขึ้น จนกระทั่งพายุรุนแรงจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาในอนาคต” Emanuel กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เวลากำลังนับถอยหลัง ยูเอ็นเตือนชาวโลกให้เร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก่อนสาย

เยาวชนทั่วโลกพร้อมใจเดินขบวน เรียกร้องผู้นำโลกเร่งรับมือโลกร้อน

พายุดีเปรสชันลูกใหม่จ่อซ้ำรอยโพดุล อีสานยังอ่วมฝน เสี่ยงท่วมซ้ำ

Climate taking heavy toll

 , , , , ,