บิ๊กแบ็คกันคลื่นทับสะแกปนเปื้อนสารก่อมะเร็งจากจีน นักวิชาการเตือนเร่งแก้ไขด่วน

นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชี้ ถุงบิ๊กแบ็คที่นำมาวางป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งที่หาดทุ่งประดู่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นถุงบรรจุผงคาร์บอนด์แบล็คใช้แล้วจากประเทศจีน ถือเป็นกากอุตสาหกรรมอันตราย และเป็นสารก่อมะเร็ง ย้ำต้องนำส่งไปกำจัดอย่างเหมาะสมในโรงงานที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานเท่านั้น ด้านรองพ่อเมืองประจวบฯเผยจะเปลี่ยนบิ๊กแบ็คกันคลื่นใหม่ทั้งหมด

จากกรณีเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่นและกรมเจ้าท่าได้นำถุงบิ๊คแบ็คไนลอนสีดำซึ่งเคยใช้บรรจุผงคาร์บอนด์แบล็คใช้แล้วจำนวน 1,000 ถุง เพื่อป้องกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่งบริเวณชายหาดความยาว 800 เมตร ในพื้นที่หมู่ 2 บ้านทุ่งประดู่ ต.ทับสะแก ต่อมาพบว่ามีถุงบิ๊กแบ็คบางถุงถูกคลื่นซัดจนแตก ทำให้มีทรายปนผงคาร์บอนด์แบล็ครั่วไหลออกมาปนเปื้อนบนชายหาดและน้ำทะเลจำนวนมาก

บิ๊กแบ็ค ปนเปื้อน
ส่วนหนึ่งของแนวถุงบิ๊คแบ็คบรรจุกากอุตสาหกรรมอันตรายที่นำมาวางเป็นแนวกันคลื่นชั่วคราวที่หาดทุ่งประดู่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ //ขอบคุณภาพจาก: Sonthi Kotchawat

สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมว่า กรณีสารเคมีจากถุงบิ๊คแบ็ครั่วไหลปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมดังกล่าว ถือเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง เพราะว่าผงคาร์บอนแบล็คใช้แล้วจัดเป็นกากของเสียอุตสาหกรรมอันตราย มีรหัส061303 HA และเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 2B ขององค์การอนามัยโลกคืออาจจะก่อมะเร็งในมนุษย์

“ดังนั้นกากของผงคาร์บอนด์แบล็ครวมทั้งภาชนะที่บรรจุจึงควรต้องนำไปกำจัดในโรงงานที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานเท่านั้น ตามที่ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วพ.ศ.2548 กำหนด ไม่ควรนำถุงมาใช้ใส่ทรายกันคลื่นจนแตกมีผงคาร์บอนด์แบล็ครั่วออกมาปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมดังกล่าว” สนธิ กล่าว

“การนำถุงบิ๊คแบ็คบรรจุกากอุตสาหกรรมอันตรายมาใช้ถือว่าผิดกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม จะต้องรีบ Clean up โดยด่วน”

สนธิอธิบายเพิ่มเติมว่า ผงคาร์บอนด์แบล็คเป็นผลผลิตจากการกลั่นน้ำมันชนิดหนัก ใช้เป็นส่วนผสมของยางรถยนต์ เมื่อนำไปผสมกับยางรถยนต์จะให้คุณสมบัติที่ทนต่อแรงเสียดทานและมีความยืดหยุ่นสูง

ทรายปนเปื้อน
ทรายปนเปื้อนผงคาร์บอนด์แบล็คที่ตกค้างอยู่ในถุงบิ๊กแบ็คที่บรรจุ //ขอบคุณภาพจาก: Sonthi Kotchawat

จากการรายงานของสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภิรมย์ นิลทยา เปิดเผยว่า ภายหลังการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหา ได้ข้อสรุปว่าจะต้องเร่งหางบประมาณมาเปลี่ยนถุงบิ๊กแบ็คใหม่ทั้งหมดและจัดซื้อถุงบิ๊คแบ็คเพิ่มเติมเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่ง

อย่างไรก็ดี รองผู้ว่าราชการประจวบกล่าวว่า ทางจังหวัดยังไม่สามารถเบิกงบประมาณเพื่อดำเนินการได้ทันที เพราะจะต้องรอประกาศเตือนภัยคลื่นซัดฝั่งจากกรมอุตุนิยมวิทยาก่อน แต่คาดว่าน่าจะมีประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาในเร็วๆนี้ เพราะขณะนี้กำลังเข้าสู่ฤดูมรสุมของภาคใต้แล้ว

“ระหว่างนี้จะยังคงถุงบิ๊กแบ็คทั้งหมดไว้ก่อนตามความต้องการของชาวบ้าน และจากการสำรวจยังไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อสิ่งแวดล้อม” ภิรมย์กล่าว

ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านทุ่งประดู่ เสรี พรามณี กล่าวว่า พื้นทีชายฝั่งบ้านทุ่งประดู่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรงจนบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายแล้วหลายหลังคาเรือน

แนวกันคลื่น
แนวกันคลื่นชั่วคราวจากถุงบิ๊กแบ็ค //ขอบคุณภาพจาก: Sonthi Kotchawat

เสรี กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการนำถุงบิ๊คแบ็คที่เคยใช้บรรจุกากของเสียอุตสาหกรรมมาวางเป็นแนวป้องกันคลื่น ผู้รับเหมารายหนึ่งได้มาสอบถามความคิดเห็นจากชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นด้วยเพราะที่ผ่านมาชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหาคลื่นซัดฝั่ง

ผู้รับเหมารายดังกล่าวจึงได้มีการนำถุงบิ๊กแบ็คมาวางเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายน 2562 เป็นแนวยาว 800 เมตร เพื่อเป็นแนวกันคลื่นชั่วคราวในระหว่างที่กรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างการประกวดราคาหาผู้รับจ้างรายใหม่เข้ามาสานต่อโครงการสร้างแนวเขื่อนกันคลื่นถาวรที่ดำเนินการตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 แต่โครงการได้หยุดชะงักไปในปีพ.ศ. 2561 หลังก่อสร้างไปได้เพียง 400 เมตรจากระยะทางทั้งหมด 1,175 เมตร เพราะผู้รับเหมาเดิมทิ้งงาน

เสรี กล่าวว่า ล่าสุดได้มีการประชุมชาวบ้านจำนวนกว่า 50 คน มีมติให้คงถุงบิ๊กแบ็คดังกล่าวไว้เพื่อป้องกันคลื่นในช่วงฤดูมรสุมที่กำลังจะมาถึงนี้ หากจะมีการนำเอาถุงบิ๊กแบ็คออก ก็ต้องหาถุงบิ๊กแบ็คชนิดใหม่มาทดแทนให้ชาวบ้านด้วย