มองเหตุผู้พิพากษายะลา แล้วย้อนดูคดีสิ่งแวดล้อม ทนายย้ำคำพิพากษาสำคัญแทรกแซงไม่ได้

ทนายคดีสิ่งแวดล้อมชี้ เหตุผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลจังหวัดยะลา คณากร เพียรชนะ ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองประท้วงกรณีแทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดี สะท้อนปัญหาความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม ย้ำการพิจารณาคดีต้องเป็นอิสระ ด้านสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและอีก 11 องค์กรเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว พร้อมคุ้มครองความปลอดภัยให้ผู้พิพากษาคณากร

จากกรณีที่ คณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลจังหวัดยะลา ได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองในห้องพิจารณาคดี บัลลังก์ 4  ศาลจังหวัดยะลา ภายหลังจากที่อ่านคำพิพากษายกฟ้องคดีหนึ่ง เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ส.รัตนมณี พลกล้า ผู้ประสานงานและทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ย้ำว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นถือว่ามีความสำคัญยิ่งสำหรับการต่อสู้คดีในประเด็นสิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งคำถามว่าที่ผ่านมาเคยมีความพยายามกำหนดทิศทางคำพิพากษาคดีสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมหรือไม่

ส.รัตนมณี กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้สะท้อนถึงปัญหาความอิสระและความโปร่งใสในการพิจารณาคดีของผู้พิพากษา จากการที่อธิบดีผู้พิพากษาภาคใช้อำนาจผ่านระเบียบภายในของศาลในการแทรงแซงการพิจารณาดคีโดยมิชอบ จนสร้างความกดดันจนทำให้ ผู้พิพากษาคณากร ตัดสินใจเขียนแถลงการณ์ประท้วงและใช้ปืนยิงตนเอง

“โดยปกติแล้วการตัดสินคดีที่มีความสำคัญในศาลชั้นต้น ระเบียบศาลยุติธรรมกำหนดให้ผู้พิพากษาในคดีสำคัญต้องส่งคำพิพากษาไปให้อธิบดีผู้พิพากษาภาคตรวจทานคำพิพากษาเพื่อรักษาแนวบรรทัดฐานของคำพิพากษาให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน อย่างไรก็ดีจากแถลงการณ์ของผู้พิพากษาคณากร ชี้ว่ามีการแทรกแซงคำพิพากษาซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง” ส.รัตนมณี กล่าว

“การตัดสินคดีความเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้พิพากษาในคดีที่จะตัดสินตามการสืบพยานหลักฐาน ซึ่งกระบวนการนี้อธิบดีผู้พิพากษาจะไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย ดังนั้นอธิบดีผู้พิพากษาย่อมมีความเข้าใจธรรมชาติของคดีน้อยกว่าผู้พิพากษาในคดี นอกจากนี้หากคู่ความในคดีไม่พอใจคำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ยังสามารถอุธรณ์คดีต่อศาลอุทธรณ์ได้”

ส.รัตนมณี กล่าวย้ำว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นมีบทบาทและความสำคัญอย่างยิ่งต่อการต่อสู้คดีในประเด็นสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น การเรียกร้องให้มีการกำหนดบรรทัดฐานใหม่ในการเยียวยาความสูญเสียด้านจิตใจให้กับชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบในคำพิพากษาศาลชั้นต้นของ คดีเหมืองหินเขาคูหา เป็นต้น

อย่างไรก็ดีจากการที่หลายๆคดีสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมถูกนับรวมอยู่ในกลุ่มคดีที่ผู้พิพากษาในคดีต้องส่งคำพิพากษาไปให้อธิบดีผู้พิพากษาตรวจทาน ส.รัตนมณี ตั้งข้อสังเกตว่า จะเป็นการเปิดช่องให้มีการแทรกแซงคำพิพากษาคดีหรือไม่ โดยเฉพาะในคดีที่คู่ความเป็นบริษัทหรือผู้ทรงอิทธิพลในสังคม ดังนั้น ส.รัตนมณี จึงเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบศาลยุติธรรมให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และผู้พิพากษาต้องมีอิสระในการพิจารณาและตัดสินคดี

อนึ่ง เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และเครือข่ายพันธมิตรอีก 11 องค์กร ได้ออกแถลงการณ์ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลจังหวัดยะลา เรียกร้องให้ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ตั้งคณะกรรมการที่เป็นอิสระและเป็นกลาง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่นายคณากรกล่าวอ้างในคำแถลงการณ์ โดยหากพบการกระทำความผิด ต้องมีการดำเนินคดีทั้งทางวินัยและอาญาต่อผู้เกี่ยวข้องตามกระบวนการต่อไปโดยเร็ว และแจ้งผลต่อสาธารณะเพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น

“ทั้งนี้ ก.ต. ต้องดำเนินการเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของนายคณากร และครอบครัวในระหว่างที่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นายคณากรอยู่ในภาวะที่สามารถให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างอิสระ ไม่ถูกข่มขู่ คุกคามจากบุคคลใด” แถลงการณ์ระบุ

นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎระเบียบที่อาจส่อให้เกิดการแทรกแซงการพิจารณาคดี รวมถึงสร้างกลไกอย่างเป็นทางการเพื่อให้เกิดการพิจารณาคดีอย่างถูกต้อง เป็นธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแทรกแซงความเป็นอิสระของผู้พิพากษา และให้ผู้พิพากษาที่ถูกแทรกแซงสามารถร้องเรียนขอความเป็นธรรมได้อย่างปลอดภัย ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชณอาณาจักรไทย มาตรา 188

จากข้อมูลของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ระบุว่า ตามระเบียบว่าด้วยการรายงานคดีสำคัญในศาลชั้นต้นและศาลชั้นอุทธรณ์ต่อประธานศาลฎีกา และการรายงานคดีและการตรวจสำนวนคดีในสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ข้อ 7 กำหนดให้ ผู้พิพากษาศาลต้องรายงานต่ออธิบดีผู้พิพากษาภาค ตามประเภทคดีสำคัญอาทิ

  • คดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
  • คดีความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย
  • คดีแพ่งทรัพย์สินพิพาทตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป
  • คดีเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครองอสังหาริมทรัพย์
  • คดีที่มีพฤติการณ์เป็นที่สนใจของประชาชน
  • คดีที่อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  • คดีเกี่ยวกับความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำหรับผู้พิพากษาในคดีดังกล่าวจะต้องส่งสำนวนและร่างคำพิพากษาให้อธิบดีผู้พิพากษาภาคตรวจ โดยการตรวจร่างคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น เพื่อเป็นการรักษาแนวบรรทัดฐานของคำพิพากษาหรือคำสั่ง และให้การใช้ดุลพินิจของศาลเป็นไปโดยถูกต้องในแนวทางเดียวกัน

อย่างไรก็ดี iLaw ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อพิจารณาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม และระเบียบการรายงานคดีสำคัญฯจะเห็นว่า อธิบดีผู้พิพากษาภาค หรือประธานศาลฎีกา ไม่ได้มีอำนาจตามกฎหมายโดยตรงที่จะสั่งให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงคำพิพากษา หรือสั่งให้ผลคดีออกมาเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง มีเพียงหน้าที่ต้องรักษาบรรทัดฐานแนวทางการทำคำพิพากษาให้สอดคล้องกันในแต่ละคดีเท่านั้น นอกจากนี้หากผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนไม่เชื่อฟังตามคำแนะนำของอธิบดีผู้พิพากษาภาค กฎหมายก็ไม่ได้กำหนดให้เป็นความผิดหรือมีโทษ

เพียงแต่อธิบดีผู้พิพากษาภาคเป็นผู้มีอำนาจในการสั่งจ่ายสำนวน การเรียกสำนวนคืน หรือสั่งย้ายชั่วคราวได้ อยู่แล้วตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ซึ่งอาจเป็นช่องทางในการใช้อำนาจทางอ้อมต่อผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนได้

แถลงการณ์ผู้พิพากษา
หน้าสุดท้ายของแถลงการณ์ผู้พิพากษาคณากร //ขอบคุณภาพจาก: เพจพระเจ้า