หมอกควันยังไม่จาง มอ.เร่งติดตั้งเครื่องตรวจวัด PM2.5 ทั่วภาคใต้

นักวิจัยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ชี้ กระแสลมเปลี่ยนทิศทำภาคใต้ตอนบนอ่วมหมอกควันข้ามข้ามพรมแดนจากอินโดนีเซียด้วย พร้อมเร่งดำเนินการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 เพิ่มเติมในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อแจ้งเตือนสภาวะมลพิษทางอากาศแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงที

เมื่อวันที่ 24 กันยายน ดร.ระชา เดชชาญชัยวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า สถานการณ์มลพิษหมอกควันข้ามพรมแดนที่ทวีความรุนแรงจนส่งผลกระทบกว้างขวางไปทั่วภาคใต้ เป็นผลมาจากกระแสลมเปลี่ยนทิศ พัดนำหมอกควันไฟจากประเทศอินโดนีเซียขึ้นเหนือกระทบจังหวัดภาคใต้ตอนบน

“แม้ว่าปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนจะเริ่มกระทบพื้นที่ภาคใต้มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมแล้ว แต่เราก็พบว่าสถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้น จนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าฝุ่นละออง PM2.5 ในหลายพื้นที่ทั่วภาคใต้พุ่งสูงขึ้นจนถึงระดับอันตราย เพราะกระแสลมได้เลี้ยวเบนนำหมอกควันขึ้นเหนือไปกระทบจังหวัดแถบชายฝั่งอันดามัน จากเดิมที่จะพัดเอาควันไฟลอยเข้าทาง จ.สตูล และกระทบพื้นที่ จ.สงขลา และภาคใต้ตอนล่าง” ดร.ระชา กล่าว

โดยจากการตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์พบว่าค่าเฉลี่ย PM2.5 รายชั่วโมงในช่วงวันที่ 22 และ 23 กันยายนที่ผ่านมาในหลายพื้นที่ภาคใต้สูงเกินกว่า 100  ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร (มคก./ลบ.ม.) อาทิ มอ.หาดใหญ่ (100 มคก./ลบ.ม.),  อ.สะเดา จ.สงชลา (113 มคก./ลบ.ม.), หรือ อ.เมืองสตูล (135 มคก./ลบ.ม.) ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานของประเทศไทยที่ 50 มคก./ลบ.ม. ถึงกว่าสองเท่า

หมอกควัน ภาคใต้ หาดใหญ่
กลุ่มหมอกควันหนาปกคลุมตัวเมืองหาดใหญ่ //ขอบคุณภาพจาก: เพจรายงานสถานการณ์หมอกควันในภาคใต้

สอดคล้องกับรายงานคุณภาพอากาศจากกรมควบคุมมลพิษที่รายงานว่าค่า PM2.5 สูงสุดรายชั่วโมงระหว่างวันที่ 22 – 23 กันยายน ในพื้นที่ภาคใต้ พบว่า ค่า PM2.5 ได้พุ่งสูงสุดในวันที่ 22 กันยายน ที่ ภูเก็ต (93 มคก./ลบ.ม.), นราธิวาส (102 มคก./ลบ.ม.), หาดใหญ่ (104 มคก./ลบ.ม.), และสตูล (111 มคก./ลบ.ม.) และในวันที่ 23 กันยายน ที่ ปัตตานี (72 มคก./ลบ.ม.) และยะลา (103 มคก./ลบ.ม.)

อย่างไรก็ดี ดร.ระชา กล่าวว่ากระแสลมที่กำลังเปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันออก รวมไปถึงปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่เกาะสุมาตราในอินโดนีเซีย จะทำให้สถานการณ๋หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้จะค่อยๆคลี่คลายในที่สุด โดยในวันนี้ (24 กันยายน) ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคใต้ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้คุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้เริ่มดีขึ้นตามการคาดการณ์ แม้ว่าลมตะวันออกจะยังพัดเอาฝุ่นควันที่ตกค้างเหนืออ่าวไทยเข้ามาปกคลุมซ้ำในบางพื้นที่เช่น ภูเก็ต พังงา และกระบี่ บ้าง แต่กลุ่มควันน่าจะสลายตัวไปภายในหัวค่ำนี้

เพื่อเป็นการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ต่อสถานการณ์หมอกควันข้ามพรมแดนในอนาคต ดร.ระชา กล่าวว่า สถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ และ สถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ร่วมกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภาคใต้ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดฝุ่น PM2.5 ใน 23 จุดแล้ว เพื่อที่ประชาฃนในพื้นที่จะสามารถติดตามคุณภาพอากาศในพื้นที่ของตนแบบเรียลไทม์ได้

screenshot PM2.5
Screenshot interface ของเว็บไซต์ สถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

“ถ้ามองตามความเป็นจริง ประชาชนในพื้นที่ต้องการรู้ข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์เป็นรายชั่วโมงมาก เพราะเราต้องการรู้ว่าอากาศในตอนนี้ปลอดภัยต่อการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านหรือไม่ดังนั้นการรายงานค่าเฉลี่ย PM2.5 ย้อนหลังแบบรายวันจึงไม่ตอบโจทย์การตัดสินใจป้องกันตัวของประชาชนต่อระยะเวลานั้นๆ เพราะข้อมูลจะไม่ตรงกับสถานการณ์คุณภาพอากาศจริง ณ ขณะนั้น” ดร.ระชา ระบุ

“ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้สามารถตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่ของตนได้ทางเว็บไซต์ https://airsouth.things.in.th/d/-B73iuGWz/aerosure?orgId=1 และเพจ รายงานสถานการณ์หมอกควันในภาคใต้ ซึ่งจะมีทั้งการรายงานคุณภาพอากาศและการพยากรณ์คุณภาพอากาศด้วย”

ในขณะเดียวกัน Climate Change Data Centre มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ขยายการติดตั้งเซ็นเซอร์ DustBoy วัดฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคใต้แล้วเช่นกัน โดยนำร่อง 4 จุดในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อน ได้แก่ สำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ โรงเรียนเทศบาล 6 ห้างสรรพสินค้าลีการ์เด้นท์ และห้างสรรพสินค้าไดอาน่าคอมเพล็กซ์ โดยประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลการตรวจวัด PM2.5 รายชั่วโมงได้ตามลิงค์ดังกล่าว

 

ช่าวที่เกี่ยวข้อง

กรีนพีชเผยเกษตรเชิงเดี่ยวรุกคืบกินป่าอินโดฯ ต้นเหตุหมอกควันข้ามพรมแดนหนักสุดในรอบสี่ปี

ภาคใต้ยังจมฝุ่นไฟป่า ทำอัตราผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจพุ่ง

ทส.ลงนาม MOU 11 หน่วยงานแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้านหาดใหญ่ยังอ่วมควันไฟป่า