เอสซีจียกระดับวงการก่อสร้าง ลดของเสีย ช่วยโลก

เอสซีจี ยกระดับกลุ่มธุรกิจซีเมนต์และวงการก่อสร้าง ปั้นศูนย์ “CPAC Solution Center” เน้นตลาดภูมิภาค โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล BIM เพื่อการวางแผนการก่อสร้างระดับ 3 มิติ ช่วยลดของเสียในงานตอบโจทย์แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

 

วันที่ 23 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. ณ อาคารสำนักงานใหญ่ 1 เอสซีจี(บางซื่อ) ได้จัดงานแถลงข่าว “Cement and Construction Solution Business Transformation” ยกระดับธุรกิจด้วยนวัตกรรมการก่อสร้างครบวงจร โดยมีแนวคิดคือ “งานคุณภาพ สร้างเสร็จไว คุมงบได้ ไร้ปัญหา” โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล BIM (Building Information Modeling)  เพื่อช่วยลดของเสียในงานก่อสร้างตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเป้าหมายหลักคือการ ยกระดับอุตสาหกรรมการก่อสร้างให้มีคุณภาพสูง เน้นการขยายตัวในระดับภูมิภาค ซึ่งเป้าหมายเริ่มต้นคือพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ตามลำดับ

นายชนะ ภูมี Vice President – Cement and Construction Solution Business ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี เป็นผู้ผลิตซีเมนต์และคอนกรีตที่ได้รับการยอมรับในตลาดทั่วภูมิภาคมากว่า 100 ปี และมีการปรับตัวเพื่อเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันให้รับกับความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ มาตลอด เช่นเดียวกับครั้งนี้ ที่มีการยกระดับกระบวนการทำงานของกลุ่มธุรกิจซีเมนต์และโซลูชั่นการก่อสร้าง (Cement and Construction Solution Business) โดยอาศัยเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งทั้งในระดับท้องถิ่นถึงระดับประเทศ เพื่อยกระดับวงการก่อสร้างไทยให้เป็นสังคมรุ่งเรืองที่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายตลอดห่วงโซ่คุณค่าได้รับประโยชน์และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน รวมทั้งเกิดสังคมสีเขียว (Green Society) ที่มีการบริหารจัดการทรัพยากรในการก่อสร้างทั้งวัตถุดิบ คน งบประมาณ และเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลประโยชน์ที่จับต้องได้ในเชิงคุณค่าทางเศรษฐกิจ

นายชนะ ภูมี กล่าวต่อว่า จุดกลยุทธ์แรกในการยกระดับกระบวนการทำงาน จึงเป็นการใช้ Construction Solution Technology ตอบโจทย์ความต้องการและการแก้ปัญหาให้ลูกค้าเจ้าของงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งช่าง ผู้รับเหมา บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายใหญ่และรายย่อย และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ  ตัวอย่างโซลูชั่นสำหรับกลุ่มเจ้าของบ้าน ช่าง และผู้รับเหมารายย่อย ที่นำสินค้าพร้อมทีมช่างมืออาชีพซึ่งได้รับการเสริมศักยภาพจากซีแพคให้มีความรู้และความชำนาญไปให้บริการ อีกทั้งยังสร้างความสบายใจให้เจ้าของบ้านด้วยการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่สามารถติดตามการทำงานของทีมช่างได้ตลอดเวลา โดยมีโซลูชั่นงานพื้น ที่ให้บริการเท ปาด ขัด โซลูชั่นเสาและคาน ที่ช่วยเสริมการก่อสร้างให้แข็งแรงขึ้น ด้วยระบบเสาและคานสำเร็จรูป โซลูชั่นผนังสำเร็จรูป ที่ให้บริการฉาบ รวมทั้งยังพัฒนาเป็นโซลูชั่นอื่นๆ ตามความต้องการของลูกค้า เช่น โซลูชั่นสำหรับฟาร์มปศุสัตว์ ที่ให้บริการออกแบบและให้คำปรึกษาการก่อสร้างโรงเรือนที่ได้มาตรฐาน สร้างเสร็จเร็ว และคุมงบได้ด้วยวัสดุก่อสร้างแบบสำเร็จรูป ส่วนโซลูชั่นสำหรับผู้รับเหมาและบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เช่น โซลูชั่นสำหรับงานโครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น งานก่อสร้างพื้นไร้คานสำหรับสถานีรถไฟฟ้า หรืองานหล่อคานสำหรับสะพานที่ให้บริการออกแบบ  การจัดหาวัสดุ การควบคุมการผลิต รวมถึงการติดตั้ง โซลูชั่นซ่อมแซมหรือยืดอายุสิ่งก่อสร้าง เช่น โครงสร้างอาคาร โรงงาน สะพาน หรือท่าเทียบเรือ และโซลูชั่นงานฐานรากใต้พื้นดินที่ให้บริการออกแบบระบบงานดินและระบบระบายน้ำเพื่อลดเวลาการก่อสร้าง รวมทั้งการแก้ปัญหาอื่นๆ ตาม

นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่ นายชนะ ภูมี ต้องการนำเสนอในงานครั้งนี้ คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยตอบโจทย์การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด การใช้ BIM (Building Information Modeling) ซึ่งเป็นโมเดล 3 มิติ ที่รวมแบบสถาปัตย์ โครงสร้าง และงานระบบเข้าด้วยกัน ในการออกแบบก่อสร้างอาคารตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้สามารถวางแผนสั่งวัสดุต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ และสามารถตรวจสอบตำแหน่งหรือความผิดพลาดในจุดต่างๆ ผ่านโมเดลได้ก่อนลงมือสร้างจริง จึงช่วยลดของเสียจากการเผื่อวัสดุ ประหยัดพื้นที่จัดเก็บ เวลา และต้นทุนการก่อสร้าง รวมถึงการนำวัสดุเหลือใช้ในงานก่อสร้าง เช่น เศษคอนกรีต หมุนเวียนกลับมาเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตอีกครั้ง ทำให้ของเสียกลายมาเป็นประโยชน์ที่เกิดกับทุกฝ่าย (From Waste to Wealth)

และเพื่อให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งอย่างแท้จริง นายชนะ ภูมี ทิ้งท้ายว่าการดำเนินครั้งนี้มีกลยุทธ์การตั้ง “CPAC Solution Center” เป็นศูนย์รวมที่คนในวงการก่อสร้างแต่ละจังหวัดสามารถมาแลกเปลี่ยนความรู้ วิธีบริหารงานก่อสร้าง รวมถึงหาโซลูชั่นต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งซีแพคจะช่วยเชื่อมโยงนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีจากผู้เกี่ยวข้องมาแก้ไขปัญหาต่างๆ ในงานก่อสร้างให้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร ด้วย “CPAC Construction Solution” โดยได้เปิด CPAC Solution Center แห่งแรกที่เชียงใหม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา พร้อมตั้งเป้าเปิดครบ 9 สาขา ทั้งเชียงใหม่ ขอนแก่น พิษณุโลก ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี  อุบลราชธานี พัทยา นนทบุรี และนครปฐม ในสิ้นปี 2562 ก่อนขยายเป็น 20 สาขาทั่วประเทศ ในปี 2563 โดยหวังขยายเครือข่ายช่างและผู้รับเหมาท้องถิ่นจาก 2,000 คน เป็น 20,000 คน ในปี 2563 เพื่อเกิดประโยชน์กับวงการก่อสร้างไทยอย่างยั่งยืนต่อไป