งาช้างเอาท์แล้ว! เซเลปแฟชั่นหัวแถวเมืองไทย รวมใจแบนสินค้าจากงาช้าง

USAID Wildlife Asia และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จับมือ 5 เจ้าแม่วงการแฟชั่น นำโดย ซินดี้-สิรินยา บิชอพ นางแบบและนักแสดงชื่อดัง ร่วมรณรงค์ “สวยที่ใจ ไม่ใช่ที่งา” สร้างความตระหนักไม่ซื้อ – ไม่สวมใส่เครื่องประดับจากงาช้าง มุ่งเป้าตัดตอนดีมานด์งาช้างในกลุ่มสินค้าแฟชั่น เพื่อหยุดวงจรการล่าช้างเอางาและการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

อุปทูตรักษาการแทนเอกอัคราชทูต สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพมหานคร นายไมเคิล ฮีธ แถลงในเวทีเปิดตัวแคมเปญ “สวยที่ใจ ใช่ที่งา” เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมาว่า แม้ว่าช้างจะถูกนับให้เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย เป็นที่มาของความภาคภูมิใจของชาติไทย หากแต่ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดการค้าผลิตภัณฑ์งาช้างหลักของโลก โดยมีการประมาณการว่ามูลค่าการค้าผลิตภัณฑ์งาช้างในไทยอาจสูงถึงหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ

“จากการศึกษาของ USAID พบว่า คนไทยกว่า 500,000 คนยังคงใช้ผลิตภัณฑ์งาช้าง คนไทยอีก 750,000 คนยังมีความต้องการที่จะซื้อผลิตภัณฑ์งาช้างในอนาคต และยิ่งไปกว่านั้น การศึกษายังพบว่าคนไทยกว่า 2.5 ล้านคน ยังมองว่าการครอบครองงาช้างเป็นสิ่งที่แสดงถึงความมีรสนิยม” นายไมเคิลกล่าว

นายไมเคิล เปิดเผยอีกว่า จากความคึกคักของตลาดการค้าผลิตภัณฑ์งาช้างและความต้องการงาช้างจำนวนมาก ทำให้ช้างกว่า 30,000 ตัวถูกล่าในแต่ละปี โดยงาจากช้างเหล่านี้มักถูกแปรรูปเป็นเครื่องประดับป้อนสู่ตลาดสินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับ ซึ่งสุดท้ายแล้วกำไรจากผลิตภัณฑ์งาช้างเหล่านี้จะตกไปสู่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ส่งผลเสียต่อการรักษากฎหมายและความมั่นคงของชาติในที่สุด

ซินดี้
สามคนดังวงการแฟชั่นที่ร่วมรณรงค์ในแคมเปญ “สวยที่ใจ ไม่ใช่ที่งา” //ภาพโดย: สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

ดังนั้น นายไมเคิล จึงกล่าวว่า การเปลี่ยนแนวความคิดของสังคมที่ยังยกย่องการครอบครองงาช้างว่าเป็นสิ่งเชิดหน้าชูตา จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการจัดการกับการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายและหยุดการล่าช้างเอางา และเป็นที่มาของการออกแคมเปญรณรงค์ดังกล่าวนี้

นาง Eleanora De Guzman หัวหน้าทีมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและสื่อสารสังคม USAID Wildlife Asia กล่าวว่า แคมเปญ “สวยที่ใจ ไม่ใช่ที่งา” มีจุดประสงค์มุ่งสื่อสารกับกลุ่มผู้หญิงชนชั้นกลางในเมืองที่ยังบริโภคสินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับจากงาช้างเป็นหลัก ให้หันกลับมานึกถึงผลกระทบต่อสัตว์ป่าและสังคมจากการสนับสนุนผลิตภัณฑ์งาช้าง และเปลี่ยนค่านิยมที่มองว่างาช้างเป็นสิ่งสวยงามทรงคุณค่า ให้เป็นสินค้าเปื้อนเลือดที่ส่งเสริมอาชญากรรมและการลักลอบล่าสัตว์ป่า

ดังนั้นแคมเปญดังกล่าวจึงได้เชิญ 5 ผู้นำวงการแฟชั่นชื่อดังได้แก่ ซินดี้-สิรินยา บิชอพ นางแบบชื่อดัง, จริยา สเป็นเซอร์ ผู้จัดรายการโทรทัศน์ยอดนิยม, เชฟแพม พิชญา สุนทรญาณกิจ เชฟชื่อดัง, แพรวัชร ชมิด ผู้เข้ารอบสุดท้ายในการประกวด Miss Thailand Universe 2019, และ วฤณ จรุงวัฒน์ บิวตี้บล็อกเกอร์แถวหน้าของไทย มาร่วมรณรงค์เปลี่ยนแนวคิดว่างาช้างไม่ใช่สิ่งล้ำแฟชั่นอีกต่อไป

“แคมเปญนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเราเท่านั้น เพราะผลิตภัณฑ์เครื่องประดับจากงาช้างเป็นเพียงส่วนหนึ่งของตลาดงาช้างเท่านั้น เพราะงาช้างยังถูกแปรรูปเป็นสินค้าแบบอื่นเช่น เครื่องรางของขลัง แต่ด้วยแนวคิดที่ปลูกฝังมาแต่โบราณว่างาช้างเป็นสิ่งมีค่าด้านจิตวิญญาณ ทำให้เราต้องเริ่มจากกลุ่มที่สามารถเปลี่ยนแนวคิดได้ง่ายที่สุด โดยเริ่มจากกลุ่มผู้บริโภคสินค้าแฟชั่น” นาง Eleanora กล่าว

คุณซินดี้-สิรินยา บิชอพ หนึ่งในผู้ร่วมรณรงค์ในแคมเปญนี้ กล่าวว่า จริงๆแล้ววงการแฟชั่นเป็นวงการที่ใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองมาก ดังนั้นการรณรงค์ครั้งนี้จึงเป็นเรื่องดีที่ให้คนในวงการแฟชั่นได้เข้ามาร่วมปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีด้านสิ่งแวดล้อมต่อสังคมมากขึ้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนแนวคิดว่าการบริโภคสินค้าจากงาช้างให้เป็นเรื่องที่ไม่น่ายกย่องและไม่เป็นที่ยอมรับอีกต่อไป

คุณแพรวัชร ชมิด กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้ทุกคนมองถึงที่มาของเครื่องประดับและสินค้าจากงาช้างว่ากว่าจะได้สิ่งเหล่านี้มา จะต้องมีช้างโดนฆ่าเพื่อนำงาเอามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่เห็น ซึ่งเป็นสิ่งที่โหดร้าย ดังนั้นการเลือกใช้เครื่องประดับอื่นๆ อย่างเช่น จี้โลหะรูปช้างน่ารักๆ ยังจะดูสวยงามและน่ายกย่องมากกว่า