เยาวชนทั่วโลกพร้อมใจเดินขบวน เรียกร้องผู้นำโลกเร่งรับมือโลกร้อน

เยาวชนทั่วโลกพร้อมใจเดินขบวน เรียกร้องผู้นำโลกเร่งรับมือโลกร้อน

เยาวชนกว่าล้านคนทั่วโลกออกเดินประท้วงในกิจกรรม Global Climate Strike ตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งป้องกันและเตรียมการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ด้านคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ก็ออกมาเรียกร้องให้ประชาคมโลกเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลโดยไว เพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษยชาติในการมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี

เมื่อวันที่ 20 กันยายน เยาวชนไทยหลายร้อยคนเดินเท้าออกมาประท้วงร่วมกับเยาวชนจากชาติอื่นๆทั่วโลกในกิจกรรม Global Climate Strike: Bangkok ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการเดินขบวน Global Climate Strike กว่า 4,000 จุด ใน 130 ประเทศทั่วโลก ระหว่างวันที่ 20 กันยายน – 27 กันยายน

สำหรับการเดินขบวนในกรุงเทพฯ กลุ่มเยาวชนได้เริ่มรวมตัวกันที่โรงแรมเสนาเพลส ย่านสะพานควาย ก่อนออกเดินขบวนในเวลา 9.00 น. ไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซอยอารีย์

global climate strike
เยาวชนและประชาชนในกรุงเทพฯออกเดินขบวนในกิจกรรม global climate strike เมื่อวันที่ 20 กันยายน ในกรุงเทพฯ //ภาพโดย สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม/ศิริรุ่ง ศรีสิทธิพิศาลภพ

โดยกลุ่ม Climate Strike Thailand ผู้จัดงาน ประกาศว่า จากสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้น อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ประชาชนทั่วไทยและทั่วโลกตกอยู่ในความเสี่ยงต่อภัยจากสภาพอากาศแบบสุดขั้ว การขาดแคลนอาหารและน้ำ คลื่นความร้อน ความเจ็บป่วย โรคระบาด รวมไปถึงการสูญเสียถิ่นอาศัยอย่างถาวรจากระดับน้ำทะเลที่กำลังเพิ่มระดับสูงขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในกรุงเทพฯที่อาจต้องกลายเป็นผู้อพยพทั้งหมดภายในปีพ.ศ. 2573 เพราะกรุงเทพฯจะจมทะเล หากประชาคมโลกไม่เร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อรักษาเสถียรภาพภูมิอากาศโลก ก่อนสภาวะโลกร้อนจะทวีความรุนแรงจนสายเกินแก้

กลุ่ม Climate Strike Thailand ยังอ้างอิงรายงานฉบับล่าสุดของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ IPCC ที่ระบุว่า มนุษยชาติมีเวลาเหลือเพียงราว 10 ปี ในการควบคุมสภาวะโลกร้อน และหยุดการเพิ่มอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไว้ที่ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส หากมิเช่นนั้นแล้วสภาพภูมิอากาศโลกจะเข้าสู่สภาวะโลกร้อนแบบกู่ไม่กลับ นำไปสู่การล่มสลายของระบบนิเวศโลก และหายนะภัยทางธรรมชาติที่สาหัสเกินจะคาดเดา

“น่าเสียใจที่ปีนี้ ปริมาณคาร์บอนในชั้นบรรยากาศกลับสูงสุดในโลกเท่าที่เคยวัดมา อนาคตบางพื้นที่บนโลกจะต้องประสบกับอากาศร้อนเกินอยู่อาศัย น้ำทะเลจะหนุนสูงจากน้ำแข็งขั้วโลกละลาย หนึ่งในพื้นที่เหล่านั้นคือประเทศไทยด้วย” นันทิชา โอเจริญชัย ผู้ประสานงานกลุ่ม Climate Strike Thailand กล่าว

นันทิชา จึงย้ำว่า สถานการณ์เช่นนี้จึงสาหัสเทียบขั้น ภาวะฉุกเฉินวิกฤตภาวะโลกร้อน ดังนั้นในฐานะคนไทยคนหนึ่งทางกลุ่มจึงออกมาเรียกร้องสิทธิของตนที่จะสามารถอยู่รอดในอนาคต บนโลกที่เป็นบ้านเพียงหลังเดียวของเรา

นันทิชา กล่าวว่า ทางกลุ่มยังได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทยให้ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศทันที และตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 100% ภายในปีพ.ศ. 2583 ด้วยการถอนการลงทุนในเชื้อเพลิงฟอสซิล และเลิกการใช้ถ่านหินทั้งหมดภายในปีพ.ศ. 2568  เพื่อจำกัดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

global  climate strike
ผู้ร่วมชุมนุม global climate strike ในกรุงเทพฯ //ภาพโดย สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม/ศิริรุ่ง ศรีสิทธิพิศาลภพ

นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังขอให้ทุกภาคส่วนทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและการดำเนินชีวิตของตน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงไปสู่ความยั่งยืน และธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมทางสภาพภูมิอากาศ

หลังจากกิจกรรมเดินขบวนต้านโลกร้อนในกรุงเทพฯวันนี้แล้ว กลุ่ม Climate Strike Thailand จะจัดกิจกรรม Global Climate Strike อีกครั้งที่ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 27 กันยายนนี้

ผู้ที่สนใจและเห็นด้วยกับการเรียกร้องเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศดังกล่าวสามารถร่วมลงชื่อได้ที่ http://chng.it/DHKjbH65

ขณะเดียวกัน คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติก็ได้ออกมาเรียกร้องเช่นกันให้ประชาคมโลกเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิทธิขั้นพื้นฐานและความเป็นอยู่ของมนุษย์ทุกคนกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงร้ายแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้ว แต่อัตราการบริโภคเชื้อเพลิงฟอสซิลเช่น น้ำมัน แก๊ซธรรมชาติ และถ่านหิน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่เสริมให้อุณหภูมิของโลกสูงยิ่งขึ้น ยังไม่ลดลงแม้แต่น้อย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘พี่ติ๊ก’ วอนคนไทย ช่วยกันคนละเล็กละน้อย ลดโลกร้อน

 , , , , ,