ตรังพบซากพะยูนเพิ่ม ทีมอนุรักษ์ห่วงการท่องเที่ยวอาจกระทบพะยูนไทยกลุ่มสุดท้าย

ตรังพบซากพะยูนเพิ่ม ทีมอนุรักษ์ห่วงการท่องเที่ยวอาจกระทบพะยูนไทยกลุ่มสุดท้าย

กลุ่มพิทักษ์ดูหยง เกาะลิบง จ.ตรัง พบซากพะยูนเกยตื้นบริเวณชายหาดที่เกาะลิบง สภาพเน่ามาก ไม่สามารถระบุเพศได้ คาดเป็นซากพะยูนเดียวกับที่พบในทะเลบริเวณเกาะมุกเมื่อวันที่ 14 กันยายน ด้านกลุ่ม MAHASAMUT PATROL THAILAND แสดงความกังวลว่าพะยูนอาจตายเพิ่มช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ หลังกระแสมาเรียมทำให้นักท่องเที่ยวนิยมเช่าเรือดูพะยูนทะเลตรังมากขึ้น

เมื่อวันที่ 18 กันยายน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งรายงานว่า ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามันได้รับแจ้งว่า พบซากพะยูนลอยเกยตื้นบริเวณเกาะลิบง จากการตรวจสอบซากเบื้องต้นพบว่าเป็นพะยูน ไม่ทราบเพศ ขนาดโตเต็มวัย ความยาวประมาณ 3 เมตร สภาพซากเน่ามาก กระดูกและกล้ามเนื้อบางส่วนสูญหายไป คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 – 7 วัน โดยพบว่าส่วนของผิวหนังมีรอยขอบคม ซึ่งเป็นลักษณะของการถูกของมีคมตัดเป็นแนวตามลำตัว

พะยูน 18 กันยา
ซากพะยูนที่พบบริเวณชายหาดที่เกาะลิบง //ขอบคุณภาพจาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจึงได้ประสานให้เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าเกาะลิบงเข้ามาเก็บซากนำส่งศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน เพื่อชันสูตรซากและสาเหตุการตายต่อไป

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์แสดงความคิดเห็นบนเฟสบุ๊คของตนต่อกรณีนี้ว่า การพบซากพะยูนอย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก เพราะถ้าหากพะยูนตัวนี้ไม่ใช่ซากเดียวกับที่พบลอยตายบริเวณเกาะมุก เท่ากับว่าในปีนี้พะยูนตายไปแล้ว 20 ตัว คิดเป็น 10% ของประชากรในแถบนั้น นับว่าเป็นอัตราการตายที่สูงอย่างน่าวิตกยิ่ง

“มาเรียมโปรเจ็คจะเข้าคณะทะเลแห่งชาติสัปดาห์หน้า ผมจะเป็นผู้นำเสนอต่อคณะกรรมการที่มีท่านรองนายกเป็นประธาน และมีท่านรมต.เป็นรองประธาน จะพยายามเต็มที่ครับ” ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าว

จุดพบ ซากพะยูน
แผนที่จุดพบซากพะยูน //ขอบคุณภาพจาก: กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ด้านกลุ่ม MAHASAMUT PATROL THAILAND กล่าวว่า ทางกลุ่มรู้สึกเป็นห่วงต่อสถานภาพของพะยูนในทะเลตรังอย่างยิ่ง เพราะกระแสมาเรียมที่ผ่านมา ทำให้คนรู้จักพะยูนมากขึ้น อาจทำให้มีนักท่องเที่ยวแห่แหนกันมาชมพะยูนในทะเลตรังมากขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึงปลายปีนี้ จนอาจส่งผลกระทบต่อประชากรพะยูนที่สมบูรณ์ที่สุดในทะเลไทยกลุ่มสุดท้ายได้

“เราคงไปห้ามนักท่องเที่ยวไม่ได้ แต่เราคิดหาแนวทางของการเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์ได้ ที่ลิบงมีจุดชมพะยูน มี่เรียกว่าผาบาตูปูเต๊ะ ซึ่งเป็นจุดชมวิวสำหรับเกาะลิบง ที่นักท่องเที่ยวจะขึ้นไปลุ้นดูพะยูนจากด้านบน แต่ที่ทราบมาตอนนี้ บันไดขึ้นผาบาตูปูเต๊ะได้เกิดการชำรุด ทำให้เดินขึ้นไปลำบาก สิ่งที่แอบห่วงก็คือ เมื่อทางขึ้นผาบาตูปูเต๊ะลำบาก ก็อาจจะมีการดูพะยูนกันทางเรือมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน” กลุ่ม MAHASAMUT PATROL THAILAND ระบุ

“เท่าที่เราทราบมา ดูเหมือนการวางทุ่นกั้นเขตยังไม่พร้อมเท่าที่ควร สำหรับในบริเวณแปลงหญ้าทะเลที่มีพะยูนหากินอยู่ ถ้าทุ่นที่เป็นสัญลักษณ์เขตแดนของพะยูนยังไม่พร้อม เราจะมั่นใจได้อย่างไรกับฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังมาถึงในไม่กี่วันนี้”

ดังนั้นทางกลุ่มจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องการวางทุ่นกั้นเขต ให้จัดการวางทุ่นกั้นขอบเขตพื้นที่หากินของพะยูนให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปรบกวนพะยูนมากเกินไป อีกทั้งยังฝากไปถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวให้ทำความเข้าใจข้อกำหนดที่มีอยู่ในการเที่ยวชมพะยูน รวมถึงปฏิบัติตามกฏข้อบังคับในการท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด

 

ไทม์ไลน์การตายของพะยูนช่วง 30 วันที่ผ่านมา

14 กันยายน      พบซากพะยูนโตเต็มวัย ไม่ทราบเพศ ลอยตายอยู่ในทะเลบริเวณเกาะมุก ต่อมาได้ลอยหายไป

1 กันยายน        พบซากพะยูนขนาดความยาว 1.53 เมตร สภาพเน่ามากเกยตื้นอยู่บริเวณปากคลองตาเปะ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง

22 สิงหาคม    “ยามีล” ลูกพะยูนเพศผู้ อายุ 3 เดือน ป่วยเสียชีวิต หลังจากเจ้าหน้าที่นำมาดูแลตั้งแต่พบเกยตื้นที่ชายหาดบ่อม่วง อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม

22 สิงหาคม       พบซากพะยูนเพศเมีย อายุประมาณ 1 ปีกว่า น้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัม คาดว่าน่าจะป่วยตาย บริเวณปากคลองตาเปะ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง

19 สิงหาคม       พบซากพะยูนเพศผู้ ขนาดโตเต็มวัย ลอยตายอยู่หน้าหาดอ่าวต้นไทร ไร่เลย์ตะวันตก อ.เมืองกระบี่ เสียชีวิตจากการติดเชื้อจากบาดแผลบริเวณช่องท้องหลังถูกเงี่ยงปลากระเบนแทง และพบเศษพลาสติกในกระเพาะอาหาร

 , , ,