ภาคใต้ยังจมฝุ่นไฟป่า ทำอัตราผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจพุ่ง

สถานการณ์หมอกควันไฟป่าข้ามพรมแดนในพื้นภาคใต้ตอนล่างยังคงวิกฤต ค่าฝุ่น PM2.5 ที่หาดใหญ่พุ่งถึง 121 ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมากเริ่มเจ็บป่วยด้วยอาการระคายเคืองตา – จมูก โรคทางเดินหายใจ ด้านศูนย์พยากรณ์อากาศอาเซียนเผยไฟป่าอินโดนีเซียรุนแรงที่สุดในรอบ 4 ปี

สถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์รายงานว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 12 กันยายน ต่อเนื่องจนถึงถึงช่วงกลางวันของวันที่ 13 กันยายน คุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเลวล้ายลงอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ค่าเฉลี่ย PM2.5 รายชั่วโมงพุ่งแตะระดับ 121 มคก./ลบม. เมื่อเวลา 4.00 น. อยู่ในระดับอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐาน PM2.5 ของประเทศไทยที่ 50 มคก./ลบ.ม. และ ค่ามาตรฐาน PM2.5 ของข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO Guideline) ที่ 25 มคก./ลบ.ม.

อย่างไรก็ดีจากข้อมูลการตรวจวัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 แบบเรียลไทม์ที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า คุณภาพอากาศในพื้นที่มีแนวโน้มดีขึ้น โดยเมื่อเวลา 12.00 น. พบว่าค่าเฉลี่ย PM2.5 รายชั่วโมงในพื้นที่หาดใหญ่ได้ลดต่ำลงจนอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยที่ต่ำกว่า 50 มคก./ลบ.ม.

ค่าฝุ่น PM2.5 หาดใหญ่
กราฟแสดงค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ช่วงวันที่ 13 กันยายน 2562

หากแต่ข้อมูลจากระบบรายงานคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษพบว่า สถานการณ์มลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อ.เมือง จ.ยะลา และอ.เมือง จ.นราธิวาส ยังคงน่าเป็นห่วง โดยกรมควบคุมมลพิษรายงานว่า ค่าเฉลี่ย PM2.5 รายชั่วโมงในสองพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ที่ 73 มคก./ลบ.ม. และ 72 มคก./ลบ.ม. ตามลำดับและยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา เปิดเผยว่า จากสถานการณ์หมอกควันไฟป่าข้ามพรมแดนภาคใต้ที่ยังคงทวีความรุนแรง ทำให้ประชาชนในพื้นที่เริ่มได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากการสัมผัสกับมลพิษฝุ่น PM2.5 โดยหลายๆคนมีอาการระคายตา – จมูก และเจ็บป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ

“ขณะนี้เริ่มเห็นจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลมากขึ้น นอกจากนี้เรายังพบว่ามีผู้ป่วยจากฝุ่นควันไฟป่าอีกจำนวนมากที่ไม่ได้มารับการรักษาที่โรงพยาบาล และเลือกรักษาตัวอยู่ที่บ้านแทน” น.พ.สุภัทรกล่าว

“แม้ว่าสถานการณ์ความรุนแรงหมอกควันในพื้นที่ภาคใต้จะยังไม่รุนแรงถึงขั้นต้องออกประกาศปิดโรงเรียนอย่างในประเทศมาเลเซีย แต่ประชาชนก็ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้งในระยะนี้ และควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นควันทุกครั้งหากต้องทำกิจกรรมนอกบ้าน”

หาดใหญ่ เขาคอหงส์
หมอกควันไฟป่าข้ามพรมแดนบดบังทิวทัศน์เขาคอหงส์ในอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา //ขอบคุณภาพจาก นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

ด้านศูนย์พยากรณ์อากาศอาเซียนเผยว่า จากการตรวจสอบจำนวนจุดความร้อนจากภาพถ่ายดาวเทียมในช่วงเดือนที่ผ่านมาพบว่า จำนวนจุดความร้อนทั้งบนเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียวในประเทศอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน จนถึงวันที่ 13 กันยายน พบว่าบนเกาะสุมาตรามีจำนวนจุดความร้อนสะสมสูงถึง 2,010 จุด ในขณะที่เกาะบอร์เนียวมีจุดความร้อนสะสมรวม 6,121 จุด ซึ่งสูงกว่าจำนวนจุดความร้อนสะสมรวมของทั้งเดือนสิงหาคมของทั้งสองเกาะที่ 1,876 จุด และ 4,430 จุด ตามลำดับ

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบจำนวนจุดความร้อนรายปีในพื้นที่ภูมิภาคอาเซียนตอนใต้ยังพบว่า สถานการณ์ไฟป่าในอินโดนีเซียปีนี้มีความรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2558 เป็นต้นมา

โดยสถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิเคราะห์ว่าสถานการณ์ไฟป่ารุนแรงในอินโดนีเซียเกิดจากสภาวะอากาศแห้งแล้งผิดปกติในบริเวณดังกล่าว โดยเมื่อพิจารณาสภาพอากาศจากแบบจำลอง ECMWF จะเห็นได้ว่าบนเกาะสุมาตรามีฝนตกอยู่บ้างแต่ส่วนใหญ่จะตกบริเวณตอนบนของหมู่เกาะสุมาตรา ซึ่งไม่มีจุดเผาไหม้ แต่ในพื้นที่ตอนล่างที่ตรวจพบจุดความร้อนจำนวนมากกลับไม่มีฝนตก จึงเป็นผลให้ไฟป่าลุกลามและเกิดฝุ่นควันข้ามแดนอย่างต่อเนื่อง

หมอกควันไฟป่าข้ามพรมแดน
แผนที่แสดงจุดความร้อนและเส้นทางลมที่หอบเอาหมอกควันข้ามพรมแดนเข้ามายังประเทศมาเลเซียและภาคใต้ของไทย //ขอบคุณภาพจาก ASMC

ส่วนทางด้านภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย สถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพวิเคราะห์ต่อว่า ทิศทางลมในระยะนี้ได้หอบเอาฝุ่นควันไฟป่าจากอินโดนีเซียเข้าสู่พื้นที่โดยตรง โดยควันไฟป่าจะใช้เวลาประมาณ 48-72 ชั่วโมงในการเคลื่อนที่มายังภาคใต้ของไทย จึงทำให้สถานการณ์หมอกควันไฟป่าในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างระยะนี้เลวร้ายลง แม้ในพื้นที่จะมีฝนตกอยู่บ้าง ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ได้ แต่ด้วยปริมาณฝนตกน้อยและไม่ต่อเนื่องจึงทำให้ค่าฝุ่นควันกลับมาสูงขึ้นในเวลาต่อมา

ดังนั้นประชาชนในพื้นที่จึงควรติดตามการรายงานคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด และควรสวมใส่หน้ากากกันฝุ่นเมื่อต้องอยู่ภายนอกอาคาร โดยสามารถเช็คคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์รายชั่วโมงได้ที่เว็บไซต์ http://airsouth.things.in.th

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทส.ลงนาม MOU 11 หน่วยงานแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้านหาดใหญ่ยังอ่วมควันไฟป่า