พิษพายุส่งน้ำโขงล้นตลิ่งท่วมลาวไทย ผู้ประสบภัยเขื่อนแตกอัตตะปือหนีขึ้นที่สูง

พิษพายุส่งน้ำโขงล้นตลิ่งท่วมลาวไทย ผู้ประสบภัยเขื่อนแตกอัตตะปือหนีขึ้นที่สูง

แม่น้ำโขงล้นตลิ่งแล้วที่โขงเจียม – ปากเซ หลังพายุโพดุล – คาจิกิ พาฝนพัดถล่มอีสานตะวันออก – ลาวใต้ จนหลายเมืองพื้นที่จมบาดาล MRC เตือนภัย กัมพูชาเตรียมรับมือน้ำโขงท่วมรายต่อไป

คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ประกาศเตือนภัย น้ำท่วมในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2562 หลังจากพายุฝนที่โปรยปรายติดต่อกันอย่างหนักตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมาจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชันโพดุลและคาจิกิทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงตั้งแต่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานีเพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็วจนล้นตลิ่ง

โดยระบบเตือนภัยน้ำท่วมในลุ่มแม่น้ำโขงของ MRC แจ้งเตือนว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่อำเภอโขงเจียมได้เพิ่งสูงขึ้นจนล้นท่วมตลิ่งที่ระดับ 15.29 เมตร ซึ่งสูงกว่าระดับตลิ่งบริเวณดังกล่าวที่มีระดับอยู่ที่ 14.5 เมตร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 กันยายน และระดับน้ำโขงจะยังเพิ่มระดับสูงขึ้นอีกในระยะสามวันนี้

น้ำท่วม อุบล
พื้นที่อำเภอวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ยังคงจมอยู่ใต้น้ำ หลังจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ขอบคุณภาพจาก: วารินชำราบบ้านเฮา อุบลราชธานี

MRC คาดการณ์ว่าระดับน้ำแม่น้ำโขงที่อำเภอโขงเจียมจะสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ 15.72 เมตร ขึ้นไปถึง 16.23 เมตร หรือสูงกว่าระดับตลิ่งถึงเกือบ 2 เมตร ภายในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ (8 กันยายน)

การคาดการณ์กังกล่าวสอดคล้องกับคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนสะสมในพื้นที่โดยแบบจำลองพยากรณ์อากาศ ECMWF ที่ทำนายว่าว่าพื้นที่อีสานตะวันออกและลาวใต้จะได้รับปริมาณฝนสะสมสูงถึง 120 มิลลิเมตร ในช่วงสามวันข้างหน้า (ศักยภาพระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯอยู่ที่ราว 60 มิลลิเมตร)

ระดับแม่น้ำโขงที่เท้อสูงยังส่งผลกระทบต่อเมืองปากเซ ในแขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว เมื่อวันที่ 4 กันยายน แม่น้ำโขงได้เอ่อล้นตลิ่งที่ระดับ 12 เมตร เข้าท่วมตัวเมืองปากเซ โดยระดับน้ำโขงในวันดังกล่าววัดได้ที่ระดับ 13.06 เมตร สูงกว่าระดับตลิ่งกว่า 1 เมตร

MRC คาดการณ์ว่าเมืองปากเซจะยังคงจมอยู่ใต้ระดับน้ำท่วมสูงต่อไปอย่างน้อยอีกสามวัน เนื่องจากระดับน้ำโขงที่เมืองปากเซจะยังเพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าระดับน้ำโขงที่ปากเซจะแตะระดับ 14 เมตรภายในวันอาทิตย์นี้

flood Pakxe
แม่น้ำโขงที่เอ่อสูงไหลเข้าท่วมเมืองปากเซ ขอบคุณภาพจาก: Bounkham Xaypasath

จากสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บวกกับปริมาณฝนที่ยังโปรยปรายไม่ขาดสายในพื้นที่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพยากรณ์น้ำท่วมประจำสำนักเลขาธิการ MRC นาย Sothea Khem กล่าวว่า ระดับน้ำโขงที่เมืองสตึงแตรงทางด้านท้ายน้ำในประเทศกัมพูชาจะเริ่มสูงขึ้นจนแตะระดับน้ำท่วมในเร็วๆนี้ โดยในขณะนี้ระดับน้ำโขงที่เมืองสตึงแตรงได้อยู่ที่ระดับเฝ้าระวังที่ 11.59 เมตรแล้ว โดยระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นเกือบ 1 เมตรภายในวันเดียว เมื่อเทียบกับระดับน้ำเมื่อวันที่ผ่านมาที่ 10.82 เมตร

ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่จุดอื่นๆในประเทศกัมพูชาต่างก็ใกล้ล้นตลิ่งเต็มทีเช่นกัน แม้กระทั่งระดับน้ำที่ปากแม่น้ำโขงในประเทศเวียดนามก็เห็นแนวโน้มปริมาณน้ำที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

จากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่ลาวใต้ ชาวบ้านชาวลาวโดยเฉพาะผู้ประสบภัยเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อยวิบัติที่เมืองสนามไชย แขวงอัตตะปือ ต่างอยู่ด้วยความหวาดกลัว แม้พวกเขาได้ถูกอพยพขึ้นไปยังพื้นที่สูงเรียบร้อยแล้วก็ตาม เมื่อเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อยประกาศเร่งระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อโครงสร้างเขื่อนเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา

พ่อบุน หนึ่งในผู้ประสบภัยเขื่อนแตกเมื่อปีที่ผ่านมา เล่าถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่เมืองสนามไชยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเซเปียนเพิ่มระดับสูงอย่างรวดเร็วหลังจากเขื่อนปล่อยน้ำลงมามากขึ้น ดังนั้นทางการลาวจึงสั่งอพยพชาวบ้านราว 20 ครอบครัวที่กลับไปอาศัยในพื้นที่หมู่บ้านเดิมที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ต่ำริมแม่น้ำให้อพยพขึ้นมายังพื้นที่สูงโดยด่วน

แม้ว่าชาวบ้านสนามไชยจะไม่ได้รับความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์น้ำท่วมในปีนี้เท่าใดนัก แต่ความกลัวฝังใจจากเหตุการณ์เขื่อนแตกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ยังคงจำฝังใจชาวบ้าน

“มีแต่เขาให้เก็บข้าวเก็บของไว้ที่สูง  เขาจะปล่อยเขื่อน  ชาวบ้านก็กลัวนะ พอฟังข่าวเขาให้ย้าย กลัวเขื่อนมันจะแตก   พวกที่ว่ากลับไปอยู่บ้านเก่าบ้านเดิม   พวกบริษัท SK (บริษัท SK Engineering and Construction หนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ของโครงการ) ก็ให้ย้ายแล้ว ไปอยู่ที่สูง ไปอยู่เขตทางไปปินดงนั้นน่ะ” พ่อบุนกล่าว

กราฟ น้ำท่วม
กราฟแสดงความสูงของระดับน้ำแม่น้ำโขงวันนี้จากสถานีวัดระดับน้ำของ MRC ที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก ประเทศลาว

ด้านทางการลาวรายงานผ่านสำนักข่าว One News Laos ว่า ปัจจุบันลาวประสบอุทกภัยใน 6 แขวงทางภาคกลางและภาคใต้ได้แก่ คำม่วน สะหวันนะเขต จำปาสัก สาละวัน อัตตะปือ และเซกอง ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมดราว 37 เมือง 788 หมู่บ้าน มีชาวบ้านต้องโยกย้ายจากภัยน้ำท่วมกว่า 3,400 ครัวเรือน ขณะที่กลุ่มแลกเปลี่ยนเรื่องที่ดินลาวรายงานว่า ตัวเลขผู้ประสบอุทกภัยในลาวอาจสูงถึง 54,207 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย และสูญหาย 2 ราย

สำหรับพื้นที่ประสบอุทกภัยในไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า ผลจากพายุโซนร้อนโพดุล – คาจิกิ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ รวม 32 จังหวัด 147 อำเภอ 581 ตำบล 3,142 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 158,028 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 19 ราย ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร อำนาจเจริญ ยโสธร ขอนแก่น อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ และสกลนคร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พายุดีเปรสชันลูกใหม่จ่อซ้ำรอยโพดุล อีสานยังอ่วมฝน เสี่ยงท่วมซ้ำ

 , , , , , ,