ยึดคืนพื้นที่สร้างเขื่อนคลองสังข์ ครอบครัวลูกจ้างการยางฯ เมืองคอนเสี่ยงไร้บ้าน

กรมชลประทานแจ้งหนังสือให้ลูกจ้างการยางแห่งประเทศไทยย้ายออกจากพื้นที่ เพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสังข์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช นักวิชาการคาดกระทบครอบครัวแรงงานไร้ที่ทำกินกว่า 664 คน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 15 กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน ได้ทำหนังสือแจ้งผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย เขตภาคใต้ตอนกลาง ขอเข้าใช้พื้นที่เพื่อทำการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยให้การยางแห่งประเทศไทยเข้ารื้อย้ายต้นยางและสิ่งปลูกสร้างบริเวณแนวก่อสร้างทำนบดินและบริเวณที่ใช้เป็นบ่อยืมดิน

นายไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้แสดงความเห็นต่อหนังสือ โดยระบุใน Facebook ‘Chainarong Setthachua’ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า ลูกจ้างหรือแรงงานของการยางแห่งประเทศไทยในพื้นที่ที่กรมป่าไม้มอบให้การยางแห่งประเทศไทยเข้าใช้ประโยชน์ 3,995 ไร่ เป็นแรงงานที่รับจ้างกรีดยาง 166 ราย แรงงานแต่ละรายเป็นตัวแทนของครอบครัวในการรับสิทธิการเป็นลูกจ้างกรีดยาง นอกจากนั้นยังมีลูกจ้างเหมาประมาณ 20 คน แรงงานทั้งสองกลุ่มอาศัยเป็นครอบครัวในห้องแถวสวัสดิการของการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งแบ่งออกเป็นเขตๆ กระจายในสวนยาง ครอบครัวของแรงงานบางครอบครัวอาศัยอยู่รวมกันถึง 6 คน เพราะมีทั้งตนเองและคู่สมรส ลูกๆ และพ่อแม่ที่เกษียณจากการเป็นแรงงานแล้ว หากคำนวณโดยใช้ตัวเลขเฉลี่ยแต่ละครอบครัวมีสมาชิกครอบครัวละ 4 คน จะมีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 664 คน และยังมีแรงงานจ้างเหมาอีกประมาณ 20 คน พร้อมกับครอบครัว

ภาพโดย: เฟสบุ๊กหยุดเขื่อนคลองสังข์

สำหรับครอบครัวแรงงานที่เป็นลูกจ้างกรีดยาง แต่ละครอบครัวมีรายได้ประมาณเดือนละ 5,000 บาท ซึ่งเป็นรายได้หลักที่มาจากการเป็นแรงงานรับจ้างกรีดยาง ขณะที่แรงงานเหมาจะได้รับค่าแรงรายวันที่ต่ำกว่าค่าแรงตามที่กฎหมายกำหนด รายได้นี้ แรงงานต้องเลี้ยงดูสมาชิกทุกคนในครอบครัวหรือครัวเรือน แรงงานและสมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนจะอยู่กันอย่างประหยัด การที่แรงงานดำรงชีพได้แม้รายได้ต่ำ เป็นเพราะไม่ต้องเสียค่าเช่าที่พักและค่าน้ำที่อาศัยน้ำจากคลองสังข์ และยังได้พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งพรรณพืชในพื้นที่ ปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ ในคลองสังข์ ทำให้สามาถลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารของครัวเรือนหรือครัวเรือนได้

หากกล่าวอย่างถึงที่สุด แรงงานกลุ่มนี้คือเกษตรกรที่ไร้ที่ดินทำกิน และอพยพมาจากพื้นที่อื่นเพื่อมาเป็นแรงงานให้กับการยางแห่งประเทศไทย แรงงานเหล่านี้เป็นแรงงานมา 2 ชั่วอายุคน โดยแรงงานรุ่นแรก บางส่วนได้เสียชีวิตแล้ว ผู้ที่ยังมีชีวิตในปัจจุบันจะเป็นผู้สูงอายุที่เกษียณแล้ว หลังเกษียณก็ยังอาศัยอยู่กับครอบครัวของแรงงานรุ่นที่สองที่เป็นลูกและได้รับสิทธิในการเป็นลูกจ้างกรีดยางสืบต่อจากพ่อหรือแม่ที่เกษียณ การที่แรงงานได้อาศัยอยู่ที่นี่มานาน แรงงานและอดีตแรงงานจึงมีความรู้สึกว่าบ้านพักสวัสดิการเป็นชุมชนของพวกเขา แรงงานรุ่นสองเกิดที่นี่ และบิดามารดาของแรงงานรุ่นสองบางคนก็เสียชีวิตที่นี่ แรงงานจึงมีความรู้สึกผูกพันกับพื้นที่นี้เสมือนเป็นบ้านเกิด

ปัจจุบัน แรงงานและครอบครัวของแรงงานมีความรู้สึกไม่มีความมั่นคงในชีวิต และวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตของตนเองและครอบครัว เนื่องจากแรงงานไม่ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารใดๆ เกี่ยวกับโครงการ ขณะที่ผลกระทบต่อแรงงานและครอบครัวคือการต้องอพยพแน่นอน ถ้าหากการยางแห่งประเทศให้สิทธิในการเป็นลูกจ้างกรีดยางในพื้นที่อื่น แรงงานก็จะถูกอพยพไปที่อื่น ซึ่งอาจจะไม่ได้อยู่รวมกันเป็นชุมชนเหมือนในปัจจุบัน แต่หากแรงงานถูกเลิกจ้างเนื่องจากสัญญาจ้างเป็นสัญญาปีต่อปี และเป็นแรงงานจ้างเหมา แรงงานจะไม่มีสิทธิใดๆ แรงงานจะมีสภาพเหมือนถูกลอยแพเนื่องจากตกงาน และครอบครัวก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย

ทั้งนี้ สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 15 กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชาสัมพันธ์ว่าโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสังข์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีหัวงานโครงการตั้งอยู่หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 8 ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ลักษณะเป็นเขื่อนดิน ทำนบดินกว้าง 8 เมตร ความสูงเฉลี่ยประมาณ 22 เมตร ความยาว 1,557 เมตร สามารถเก็บกักน้ำได้ 36.575 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการก่อสร้าง 4 ปี ระหว่างปี 2561-2564 ที่ดินที่ใช้ในการก่อสร้างจำนวน 6,847 ไร่ แบ่งเป็น 3 พื้นที่ คือ 1.พื้นที่ป่าไม้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 จำนวน 631 ไร่ 2.พื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินจำนวน 2,266 ไร่ และ 3.พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 3,950 ไร่ โดยกรมชลประทานจะดำเนินการจ่ายค่าชดเชยให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างตามระเบียบและกฎหมาย  คาดว่าจะมีราษฎรได้รับประโยชน์ประมาณ 1,000 ครัวเรือน  ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว ร้อยละ 0.42