น้ำโขงผันผวนหนักจากหน้าแล้งยันกลางฤดูฝน แห้งลงกว่า 1.5 เมตร คาด ‘เขื่อนจีน’ กักเก็บน้ำ

ระดับน้ำโขงช่วงแล้งผันผวนหนัก ขึ้น-ลงผิดปกติตั้งแต่ พ.ย.61 ยันหน้าฝน มิ.ย.62 เจอลดฮวบกว่า 1.5 เมตร เกิดเนินทรายโผล่กลางแม่น้ำ

เว็บไซด์คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ MRC (www.mrcmekong.org) นำเสนอกราฟแสดงระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จากการสำรวจระดับน้ำของแม่น้ำโขงทุกวันเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวตั้งแต่ปี 2504-2561 พบว่าช่วงเดือน พ.ย. 2561 – พ.ค. 2562 ซึ่งถือเป็นช่วงหน้าแล้งของแม่น้ำโขงส่วนที่ไหลผ่านประเทศไทย พบว่าระดับน้ำผันผวนขึ้น-ลง อย่างผิดปกติ อาทิ ลดลงประมาณ 2 เมตรช่วงต้นเดือน พ.ย. และขึ้นๆ ลงๆ จนกระทั่งช่วงปีใหม่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างพรวดพราดแล้วลดระดับลงมาอีก ถึงช่วงกลางเดือน ก.พ. – เม.ย. 2562 ระดับน้ำเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับสถิติระยะยาวปีก่อนหน้า ก่อนที่จะลดลงอย่างกะทันหันช่วงสงกรานต์ ซึ่งทางการจีนประกาศว่าจะงดปล่อยน้ำจากเขื่อนจิงหง เมื่อพ้นช่วงสงกรานต์ไปแล้วระดับน้ำจึงค่อยๆ สูงขึ้น

เมื่อถึงช่วงต้นฤดูฝนของแม่น้ำโขงคือราวเดือน มิ.ย. เมื่อตรวจสอบระดับน้ำบริเวณสถานีวัดน้ำที่เชียงแสน พบว่าแม่น้ำโขงลดระดับลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย. 2562 เป็นต้นมา โดยมีระดับต่ำกว่าเมื่อปีกลาย ต่อมาวันที่ 20-23 มิ.ย. 2562 ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย พื้นที่ซึ่งแม่น้ำโขงไหลผ่านต่อจาก อ.เชียงแสน ระดับน้ำแม่น้ำโขงลดลงอย่างกะทันหันไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตรภายในเวลา 3-4 วัน เกิดเนินทรายโผล่ให้เห็นกลางแม่น้ำ และพบชาวบ้านออกเก็บไกหรือสาหร่ายแม่น้ำโขงเช่นเดียวกับช่วงหน้าแล้ง ซึ่งจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้สร้างความวิตกกังวลให้กับชาวบ้านที่ทำมาหากินกับแม่น้ำโขง และกลุ่มอนุรักษ์ในท้องถิ่นเป็นอย่างมาก

ภาพ: www.mrcmekong.org/mrc/river-monitoring/dry-season-chiang-saen

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ ระบุว่า ทางกลุ่มมีความคิดที่จะเดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยในกรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือถึง สี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีจีน ในฐานะประเทศที่ตั้งอยู่ต้นน้ำ เพื่อขอให้ทบทวนระบบการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงใหม่ พร้อมเน้นย้ำว่าการเปิดและปิดประตูเขื่อนส่งผลกระทบกับประเทศท้ายน้ำ

“ที่เห็นได้ชัดในปีนี้คือช่วงหน้าแล้งเมื่อไม่กี่เดือนก่อน จีนปล่อยน้ำมาหลายระรอกเพื่อให้เรือสินค้าของเขาแล่นผ่าน ทำให้น้ำโขงท่วมสูงผิดปกติ สร้างความเสียหายให้กับชุมชนริมแม่น้ำโขงรวมทั้งนกต่างๆ ที่วางไข่ในลำน้ำโขง คือรังและไข่ถูกน้ำท่วม ถึงตอนนี้ย่างเข้าหน้าฝน ปกติน้ำในแม่น้ำโขงจะสูงขึ้น และจีนก็จะเร่งระบายน้ำ แต่พอจีนเห็นว่าปีนี้ฝนยังไม่มา เขากลับกักน้ำไว้ ทั้งๆ ที่มีน้ำจากหิมะต้นแม่น้ำเคยไหลหล่อเลี้ยงแม่น้ำอยู่เสมอ ทำให้ช่วงต้นฝนปีนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงแห้งผิดปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก” นายนิวัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้ นายนิวัฒน์ ยังชี้ว่าการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงเป็นตัวอย่างสำคัญของการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและวงจรชีวิตในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา เกิดผลกระทบมากมาย ซึ่งน่าเสียดายว่าในอนาคตอันใกล้ก็จะมีเขื่อนถูกสร้างบนแม่น้ำโขงตอนล่างอีก ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนไซยะบุรีในประเทศลาวที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ หรือโครงการที่กำลังจะเกิดคือเขื่อนปากแบง เขื่อนหลวงพระบาง ในประเทศลาวเช่นกัน ถึงเวลานี้ทุกภาคส่วนจึงควรหยิบยกเรื่องราวเหล่านี้มาหารือกัน โดยเฉพาะประเทศต่างๆ ในอาเซียนควรหยิบยกปัญหาของแม่น้ำโขงขึ้นเป็นวาระสำคัญเพื่อนำไปเจรจาต่อรองกับจีน