สส.เดินหน้าเร่งเสริมพลังการมีส่วนร่วมรับมือ ‘สภาวะโลกร้อน’

ปฏิบัติการเสริมพลังรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Action of Climate Empowerment: ACE) เป็นชื่อเรียกใหม่ในการดำเนินงานตามมาตรา 6 ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) ในการประชุม COP 21 ที่มีการบรรลุความตกลงปารีส (Paris Agreement) เมื่อปี 2558 มีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นให้ความสำคัญการเสริมสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้มากขึ้นโดยที่รัฐภาคีสมาชิกต้องรับไปดำเนินการ

สาวิตรี ศรีสุข รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) อธิบายว่า มีการกำหนดกลไกสนับสนุนการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมไว้อยู่แล้วตั้งแต่ในพิธีสารเกียวโต ในปี 2540 แต่ถูกเพิ่มระดับความสำคัญขึ้นในการประชุม COP 21 ที่ปารีส เนื่องจากประเทศใหญ่ๆ ไม่ได้เข้าร่วม มีการมองว่าการลดก๊าซตามความตกลงปารีสอาจจะไม่ได้ผล จึงต้องเน้นการเสริมพลังจากภาคส่วนต่างๆ โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยประสานงานหลัก มาตรา 6 ระดับประเทศ (National Focal Point on Article 6 of the Convention) มาตั้งแต่ปี 2557

สำหรับมาตรการที่สำคัญของ ACE จะเน้น 6 กิจกรรมหลัก คือ การให้การศึกษา การสร้างจิตสำนึก การมีส่วนร่วม การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การฝึกอบรม และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยยังคงสาระสำคัญหลักของมาตรา 6 แต่มีการจัดให้เป็นกลุ่มเดียวกัน เนื่องจากหลังบรรลุความตกลงปารีสเป็นต้นมา หลายโครงการขององค์การสหประชาชาติ (UN) ได้หันมาให้ความสำคัญของโครงการลักษณะนี้มากขึ้น เช่น โครงการ Momentum for Change ที่มีการมอบรางวัลให้กับบุคคลทั่วโลกที่มีผลงานเกี่ยวกับการสร้างจิตสำนึก และการมีส่วนร่วม

ทั้งนี้ ในส่วนของไทยได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เช่นกัน โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในปี 2560 ให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) จัดทำแผนการเสริมสร้างศักยภาพการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งให้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อเผยแพร่และสร้างความตระหนักรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายต่างๆ และจัดทำหลักสูตรร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนที่เกี่ยวข้อง

“แต่เนื่องจาก สส. เป็นหน่วยประสานงานหลักระดับประเทศ เรื่องมาตรา 6 อยู่เดิม จึงปรับมาทำงานเรื่อง ACE ด้วย โดยปัจจุบัน (ปีนี้) อยู่ระหว่างการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการปฏิบัติการเสริมพลังความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ACE) หลังจากที่ได้มีการศึกษาแนวทางการดำเนินงาน หรือ road map ด้าน ACE ไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งการดำเนินงาน ACE ของ สส. ก็จะไปสอดรับกับแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปี 2558-2593 ที่ดำเนินงานโดย สผ.

“โดยเฉพาะภายใต้กรอบแนวคิดด้านการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่มีการขับเคลื่อนผ่านคณะกรรมการแผนแม่บทฯ ที่มีนายกฯ เป็นประธาน และมีคณะอนุกรรมการ 4 คณะ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการนโยบายและแผน คณะอนุกรรมการวิชาการและฐานข้อมูล คณะอนุกรรมการประสานท่าทีการเจรจา และคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และเสริมพลังความร่วมมือด้านภูมิอากาศ

“ถ้ามองในแง่การขับเคลื่อน ACE สามารถปรับคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และเสริมพลังความร่วมมือด้านภูมิอากาศ เพื่อใช้เป็นกลไกการปรับตัวได้ เนื่องจากจะมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แนวทางการดำเนินงานของกรมในตอนนี้ คือการรวบรวม Stock take (ข้อมูลภาพรวม) ทั้ง 6 ด้าน เพื่อนำมาทำแผนปฏิบัติการระดับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมามีการทำเวิร์คช็อปกับกว่า 40 หน่วยงาน

“ถ้ามองกว้างๆ เรื่อง Climate Change จะกว้างมาก จึงโฟกัสไปที่ขอบเขตของงาน เช่น การบริโภคที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม เมืองยั่งยืน และการจัดการขยะ ซึ่งเป้าหมายของ ACE เน้นส่งเสริมสังคมคาร์บอนต่ำ ประชาชนมีความพร้อมในการตั้งรับปรับตัวหรือเน้นที่ adaptation (การปรับตัว) และ mitigation (การบรรเทา) ซึ่งหลายหน่วยงานได้ทำเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว แต่กระจัดกระจาย กลุ่มเป้าหมายก็กระจัดกระจายมาก จึงต้องดูข้อมูลในภาพรวมก่อน แล้วค่อยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ทิศทางการทำงาน ACE ว่าควรจะเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายไหนก่อน หรือถ้าเขาทำอยู่แล้ว เราควรจะเสริมอะไรเข้าไปในฐานะ focal point (หน่วยประสานงานกลางระดับประเทศ)” สาวิตรี ระบุ

รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวอีกว่า ก่อนการทำแผนปฏิบัติการฯ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ทำแผนหรือโรดแมปของ ACE มาแล้ว โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะแรกปี 2562-2563 เน้นการทำแผนปฏิบัติการ ACE โดยการพัฒนาแพลตฟอร์มการสื่อสาร ระยะที่ 2 ปี 2564-2568 เรื่องการศึกษา พัฒนาศักยภาพผู้นำการเปลี่ยนแปลง (change agent) ส่งเสริมบุคลากรภาครัฐให้เป็นผู้ที่มีความตระหนักรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจังจนถึงขั้นมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ (climate literacy) ระยะที่ 3 ปี 2569-2571 การเสริมพลัง เช่น การจัดการขยะ การไปสู่เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน และการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความตกลงปารีสให้ความสำคัญเรื่อง ACE ในฐานะเป็นเครื่องมือจึงจะมีการรายงานเรื่อง ACE ให้ที่ประชุมสหประชาชาติ โดย สผ.จะเป็นผู้รายงานทุก 4 ปี แต่ตอนนี้จะเพิ่มการรายงานความก้าวหน้าทุก 2 ปี ก่อนที่จะต้องมีการเสนอรายงานทุก 4 ปี ซึ่งในรายงานทุก 4 ปี จะรวมถึงข้อมูลการปล่อยและการลดก๊าซฯ และข้อมูลการดำเนินงานตามมาตรา 6 เดิม หรือ ACE ตามชื่อเรียกใหม่

“ในแง่หลักสูตรการศึกษา ทางกระทรวงศึกษาธิการมีการปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานไปแล้วเมื่อปี 2561 โดยทางกระทรวงศึกษามองว่าการจัดการเรียนการสอนปัจจุบันมีการสอดแทรกเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าไปประปรายอยู่แล้ว จึงควรเน้นเสริมศักยภาพไปที่การสอนของครูมากกว่า ขณะที่การสอดแทรกแทรกหรือการฝึกอบรมก็ต้องดูระดับด้วยว่าควรเสริมไปให้กับใคร ต้องแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่เน้นการฝึกอบรม การทำสื่อ แผ่นผับ ยังไม่ได้เป็นทิศทางเดียวกัน จึงต้องทำข้อมูลในภาพรวม เพื่อดูว่าเนื้อหาที่ควรจะให้ตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างไร

“เรื่องข้อมูลภาพรวมเป็นเรื่องสำคัญจะเป็นฐานว่าเราอยู่ตรงไหนแล้ว แต่ต้องนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ว่ากลุ่มเป้าหมายทำอะไรไปบ้าง หลักสูตรครอบคลุมแค่ไหน ปีนี้ไม่ถึงกับรายงานตัวเลข แต่ต้องบอกความก้าวหน้าว่าทำอะไรไปบ้าง ซึ่งข้อตกลงปารีสเน้นเรื่องการตั้งรับปรับตัวมาก เท่าที่ดูเรื่อง ACE ที่ไปสัมพันธ์กับการตั้งรับปรับตัวยังทำน้อย อย่างอนุกรรมการ 4 คณะ ต้องนำมาทำ ACE ทั้ง 4 ด้านให้มีการเชื่อมโยงกัน ซึ่งที่ผ่านมาเน้นเฉพาะการประชาสัมพันธ์เป็นหลัก” รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ระบุ

ถามว่าในฐานะ ACE อยู่ภายใต้กรอบ UNFCCC ความรู้ความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยรวมเป็นอย่างไร สาวิตรี ยอมรับว่า “ยังมีน้อย เช่น การใช้ถุงผ้าเพื่อลดโลกร้อน เป็นคำพูดติดปาก โลกร้อนก็เปิดแอร์ แต่ความรู้ความเข้าใจยังน้อย และยังเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเฉพาะอุณหภูมิ แต่ยังมีเรื่องพิบัติภัย ร้อนมากขึ้น แล้งมากขึ้น แต่คนก็เริ่มตื่นตัว ตระหนัก ซึ่งยังต้องอธิบายต่อ เพราะแต่ละประเทศก็มีความตื่นตัวหรือมีความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่เท่ากัน”