เปิดคดีเปรมชัย ‘ติดสินบน’ จำคุก-ไม่รอลงอาญา ตอกย้ำกฎหมายไม่เลือกปฏิบัติ?

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2562 เวลา 9.00 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จังหวัดสมุทรสงคราม อ่านคำพิพากษากรณีพนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 7 ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 และนายยงค์ โดดเครือ คนขับรถ จำเลยที่ 2 ในข้อหาร่วมกันให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ หรือ “คดีติดสินบนเจ้าพนักงาน” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ประกอบมาตรา 83 อันเป็นกรณีสืบเนื่องจากเหตุการณ์จับกุมคณะของนายเปรมชัยและพวกรวม 4 คนในจุดไม่อนุญาตให้พักค้างแรมในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี และเกิดเหตุการณ์ล่าเสือดำและสัตว์ป่าช่วงวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ 2561

ผลพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 คดีติดสินบนเจ้าพนักงานออกมาดังนี้

ศาลสั่งจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา นายเปรมชัย กรรณสูตร จำเลยที่ 1 โดยศาลสั่งให้นับโทษต่อจากคดีหมายเลขแดง อ.63/2562 หรือ “คดีล่าเสือดำและสัตว์ป่า” ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ซึ่งศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาให้นายเปรมชัยจำคุกรวม 16 เดือน ไม่รอลงอาญา ขณะที่คดีหมายเลขดำ อ.1143/2561 หรือ “คดีครอบครองงาช้าง” และคดีหมายเลขดำ อ.1144/2561 หรือ “คดีครอบครองอาวุธปืนไรเฟิล” ไม่สามารถนับโทษต่อได้ เนื่องจากทั้ง 2 คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น

ส่วนนายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 ศาลยกฟ้องคดีติดสินบนเจ้าพนักงาน เนื่องจากเห็นว่าคลิปเสียงตามที่ปรากฏเป็นข่าวเป็นการสนทนาตามปกติ และขณะนั้นนายเปรมชัยไม่ได้อยู่ในบริเวณดังกล่าว

หลังศาลอ่านคำพิพากษา ทนายความได้ยื่นขอประกันตัวนายเปรมชัย กรรณสูตร โดยใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน 200,000 บาท ศาลอนุญาตให้ประกันตัวโดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศก่อนได้รับอนุญาต

จากนั้นนายเปรมชัยเดินทางออกจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ทันที

หลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความเห็นว่า คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ยืนยันว่ากฎหมายไม่ได้เลือกปฏิบัติ

“ผลการตัดสินเมื่อวานนี้เป็นคดีเรื่องการทุจริตการติดสินบนเจ้าพนักงาน ไม่ใช่คดีล่าเสือดำ ถึงตอนนี้คุณเปรมชัยถูกศาลตัดสินจำคุกมาเป็นคดีที่สองแล้วนะครับ แล้วยังมีคดีครอบครองงาช้าง ครอบครองอาวุธปืนหลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นที่บ้านซึ่งก็ต้องดำเนินการกันต่อไป จะเห็นว่าอัยการทำงานตามพยานหลักฐาน ตามสำนวนที่มีการสอบสวนส่งมาให้ คำกล่าวที่เป็นอคติต่อกระบวนการยุติธรรมที่ว่า คุกมีไว้ขังแต่คนจน คนรวยไม่ติดคุก ควรเลิกคิดกันได้แล้ว ทุกคนไม่ว่าจะมีฐานะทางสังคมเช่นไรต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน มีสิทธิ์ และความเสมอภาคเท่าเทียมกัน นี่คือตัวอย่างสำหรับผู้มีฐานะทั้งหลายว่าต้องระมัดระวัง การกระทำการใดๆ ของท่าน ยิ่งท่านมีฐานะดีเท่าไหร่ สังคมก็สนใจมากเท่านั้น ผมอยากให้ดูทั้งสองคดีนี้เป็นตัวอย่าง”

ทั้งนี้ สิทธิตามกฏหมายของคดีนี้ หลังยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหาจะสามารถยื่นคำร้องอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้ภายใน 1 เดือน

ความคืบหน้า “คดีหลัก” คดีล่าเสือดำและสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก

สรุปบทลงโทษตามคำพิพากษาศาลจังหวัดทองผาภูมิหรือศาลชั้นต้นของจำเลยทั้ง 4 คน ในคดีล่าเสือดำและสัตว์ป่า เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562 มีดังนี้

จำเลยที่ 1 เปรมชัย กรรณสูต : รวมจำคุก 16 เดือน ยกฟ้อง 1 ข้อหา

  • ถูกลงโทษข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน
  • ข้อหาล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กับข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ (กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท) จำคุก 8 เดือน
  • ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต กับ ข้อหาร่วมกันซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย (กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท) จำคุก 2 เดือน

จำเลยที่ 2 นายยงค์ โดดเครือ : รวมจำคุก 13 เดือน ยกฟ้อง 3 ข้อหา

  • ถูกลงโทษข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน
  • ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน
  • ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต กับ ข้อหาร่วมกันซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย (กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท) จำคุก 4 เดือน

จำเลยที่ 3 นางนที เรียมแสน : จำคุก 4 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 2 ปี ยกฟ้อง 3 ข้อหา

  • ถูกลงโทษข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต กับ ข้อหาร่วมกันซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย (กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท)

จำเลยที่ 4 นายธานี ทุมมาศ : รวมจำคุก 2 ปี 17 เดือน (ไม่มีข้อหาใดยกฟ้อง)

  • ถูกลงโทษข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน
  • ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน
  • ข้อหาล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กับข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ (กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท) จำคุก 1 ปี
  • ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต กับ ข้อหาร่วมกันซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย (กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท) จำคุก 4 เดือน
  • ข้อหาพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ จำคุก 4 เดือน
  • ข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ จำคุก 1 ปี

ในส่วนค่าเสียหายให้จำเลยที่ 1 และ 4 ร่วมกันชำระค่าเสียหาย 2 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ทั้งนี้ ปัจจุบันคดีกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์

โดยเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 อัยการศาลสูงจังหวัดกาญจนบุรีได้ยื่นอุทธรณ์ โดยมีประเด็นสำคัญในส่วนของนายเปรมชัย กรรณสูตร จำเลยที่ 1 คือ

  • อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานเป็นตัวการให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่า(เสือดำ) ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จากเดิมศาลจังหวัดทองผาภูมิวินิจฉัยว่าเป็นผู้สนับสนุน
  • อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันเก็บหาของป่าภายในเขตป่าสงวน
  • อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง(เสือดำ) จากเดิมศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษายกฟ้อง
  • อุทธรณ์ว่าการมีซากเสือดำ และซากไก่ป่า(ไก่ฟ้าหลังเทา) เป็นการกระทำหลายกรรม จากเดิมศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียว
  • อุทธรณ์ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืน และพาอาวุธมีด เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จากเดิมศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงบทหนัก ฐานพาอาวุธปืน