การเก็บเห็ดป่าในยุโรปตะวันออกเป็นอะไรที่มากกว่าประเพณี ทุกปีในช่วงฤดูร้อนและต้นฤดูใบไม้ร่วง ผู้คนนับพันต่างมุ่งหน้าเข้าป่าเพื่อตามหาเห็ดที่ใหญ่และสมบูรณ์แบบที่สุด เด็กๆ ตามพ่อแม่ไปเพื่อเรียนรู้ว่าเห็ดชนิดใดกินได้หรือมีพิษจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น

ในช่วงเย็นหลังจากที่ได้เห็ดมาแล้ว แต่ละครอบครัวในชุมชนจะเอาผลงานของตัวเองมาแบ่งปันกัน ทั้งที่ผ่านการปรุงแล้วและที่ยังสดใหม่ พวกเขาเฉลิมฉลองความรักที่มีต่อผืนป่า แลกเปลี่ยนความรู้กันว่าจุดใดสามารถพบเห็ดชนิดใดได้บ้าง รวมถึงเล่าถึงสัตว์ที่พวกเขาพบเจอตลอดเส้นทางเก็บเห็ดอีกด้วย

ป่าเป็นหนึ่งในสมบัติล้ำค่าของโลกใบนี้ มันเป็นที่อยู่ของต้นไม้ ต้นกำเนิดของแหล่งน้ำ ทำหน้าที่ช่วยปกป้องผืนดินและความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างไรก็ดี มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ยังมองป่าเป็นแค่ที่ที่พวกเขาสามารถเข้าไปตัดไม้เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยไม่มองถึงภาพรวมว่าป่ายังให้ผลผลิตอย่างอื่นกับมนุษย์อีกมากมาย เช่น น้ำผึ้ง เห็ด ผลเบอร์รี่ และสมุนไพรต่างๆ

ผลผลิตต่างๆ ที่ป่ามอบให้กับมนุษย์เรานั้นมากมายมหาศาลและไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดที่เราไม่ทำลายป่าเหล่านั้น การอนุรักษ์ป่าให้อยู่คู่กับมนุษย์จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน ที่ผู้คนล้วนคำนึงถึงผลประโยชน์ในระยะสั้นเสียมากกว่า

บัลแกเรีย เป็นหนึ่งในประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีป่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง พื้นที่กว่า 1 ใน 3 ของประเทศถูกปกคลุมโดยป่าธรรมชาติ รวมถึงสัตว์หายาก เช่น หมีสีน้ำตาล เสือภูเขา และหมาป่า ถูกพบได้ในป่าของบัลแกเรีย รวมถึงนกและพืชอีกนับร้อยสายพันธุ์

การเป็นประเทศที่ผู้คนและผืนป่าต่างพึ่งพิงกัน ทำให้บัลแกเรียคิดโครงการขนาดใหญ่ที่ดึงชุมชนต่างๆ ในประเทศ ให้เข้ามาช่วยดูแลป่าร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ ทุกฝ่ายต่างช่วยกันดูแลป่าเพื่อให้ความหลากหลายทางชีวภาพยังคงอยู่

กว่า 90% ของผลผลิตจำพวกของป่าและสมุนไพรที่เก็บได้จากป่าในบัลแกเรีย ถูกขายไปยังเยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา เพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ สร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล จนพวกเขากลายเป็นต้นแบบของกลุ่มประเทศบอลข่านในด้านการอนุรักษ์ป่า

ในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา บัลแกเรียได้รับเงินอุดหนุนจากสหภาพยุโรป (อียู) สำหรับโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติต่างๆ ไปแล้ว 335.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เงินทุนเหล่านี้ถูกกระจายไปยังกระทรวงสิ่งแวดล้อมและน้ำ กรมอุทยานแห่งชาติ องค์กรปกครองท้องถิ่น และองค์กรไม่แสวงผลกำไร เพื่อใช้ในโครงการอนุรักษ์ในประเทศ

อย่างไรก็ดี มิโรสลาฟ คาลูเยรอฟ ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์ธรรมชาติ กระทรวงสิ่งแวดล้อมและน้ำของบัลแกเรีย ตระหนักดีว่า เงินทุนเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งของงานอนุรักษ์เท่านั้น และมันไม่ได้การันตีว่าจะช่วยให้ประสบความสำเร็จ เพราะสิ่งที่สำคัญมากกว่าคือ “ข้อมูล”

“งานอนุรักษ์ป่าจะกลายเป็นเรื่องยุ่งเหยิงถ้าปราศจากข้อมูล เป้าหมายจะไม่มีวันเป็นจริงได้” คาลูเยรอฟ กล่าว

มาซิโดเนียเหนือ เป็นตัวอย่างที่ช่วยยืนยันในเรื่องนี้ เพราะแม้ว่าพื้นที่ในประเทศจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับบัลแกเรีย แต่พวกเขากลับล้มเหลวในการส่งเสริมให้คนกับป่าดูแลซึ่งกันและกันเช่นในบัลแกเรีย สาเหตุหลักเกิดจากการขาดองค์ความรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์ของพืชในพื้นที่และกฎหมายที่ชัดเจน

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กระทรวงสิ่งแวดล้อมของมาซิโดเนียเหนือ ร่วมกับ UN Environment และมูลนิธิความเชื่อมโยงระหว่างป่ากับมนุษย์ ได้จัดโปรแกรมไปดูงานที่บัลแกเรีย เพื่อศึกษาจากความสำเร็จของประเทศเพื่อนบ้านในการอนุรักษ์ และสร้างรายได้จากผลผลิตของป่าเข้าประเทศ

การเรียนรู้จากหน่วยงานและองค์กรท้องถิ่นในบัลแกเรียผ่านโปรแกรมนี้ เชื่อว่าจะช่วยให้มาซิโดเนียก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่ผู้คนและผืนป่าต่างพึ่งพาอาศัยกันได้ คนจะสามารถใช้ประโยชน์จากผลผลิตของป่าเพื่อรายได้ ขณะเดียวกันพวกเขาจะช่วยอนุรักษ์ป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์และยั่งยืน

อเนล่า สตาเรฟสกา-พานาโยโตว่า ผู้ประสานงานมูลนิธิความเชื่อมโยงระหว่างป่ากับมนุษย์ กล่าวว่า การส่งเสริมให้คนเห็นคุณค่าของป่าและผลผลิตต่างๆ ในป่า จะทำให้ป่าได้รับการปกป้องมากขึ้นจากมนุษย์ ซึ่งการมีป่ามากขึ้นย่อมหมายถึงความสามารถในการดูดซับคาร์บอนและมลพิษต่างๆ ที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนที่รุนแรงมากขึ้น

ปัจจุบันกลุ่มประเทศบอลข่านตะวันตก ได้กำหนดให้การปรับปรุงคุณภาพอากาศเป็นวาระสำคัญของชาติ มีการจำกัดให้โรงไฟฟ้าต้องปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 45 ล้านเมตริกตันต่อปี ซึ่งแน่นอนว่านอกจากมาตรการจำกัดการปล่อยมลพิษแล้ว พวกเขาจะอนุรักษ์การเพิ่มผืนป่าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอีกด้วย

ที่มา: www.worldenvironmentday.global

- Advertisement -