ชิลี ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีกองทัพรถบัสไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในแถบลาตินอเมริกาและคาริบเบียน ด้วยจำนวนกว่า 200 คัน โดยพวกเขาได้ตั้งเป้าหมายจะเป็นประเทศที่ปราศจากรถโดยสารที่ใช้พลังงานน้ำมัน ภายในปี 2040 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดปัญหาภาวะโลกร้อน

ในแต่ละปี แถบลาตินอเมริกาและแคริบเบียน ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศรวมกันถึง 10% ของปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดบนโลก จากรายงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) เมื่อปีที่ผ่านมา

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังระบุว่า มลพิษทางอากาศเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของประชากรชิลีกว่า 4,000 คนต่อปี โดยมีการประเมินว่า การหันมาใช้รถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า จะช่วยลดการเสียชีวิตของคนจากมลพิษทางอากาศได้ 1,379 คนภายในปี 2030 นอกจากนี้ยังจะช่วยลดงบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศได้ถึง 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

เพื่อลดตัวการก่อโลกร้อนตามข้อตกลงปารีส และลดมลพิษทางอากาศในชิลี เมื่อปีที่ผ่านมารัฐบาลชิลีเลือกที่จะแก้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ด้วยการเลิกใช้รถบัสเก่าซึ่งใช้น้ำมันเชื้อเพลิง อันเป็นตัวการสำคัญทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกและโลกร้อน โดยได้นำเข้ากองทัพรถบัสไฟฟ้าจากจีน เข้ามาร่วมวิ่งกับรถบัสคันที่ให้บริการอยู่ในเมืองหลวงชิลี ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว

ทำให้ปัจจุบันชิลีมีรถบัสไฟฟ้ามากที่สุดในประเทศแถบลาตินอเมริกา ด้วยจำนวนรวมกว่า 200 คัน โดยรถบัส 1 คัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากท่อไอเสียรถยนต์บนท้องถนนรวมกัน 33 คัน ประโยชน์ที่ชิลีได้รับนอกจากช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดค่าฝุ่นละอองในอากาศตามเป้าหมายหลักที่ตั้งใจแล้ว ยังช่วยภาครัฐประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการมากถึง 70% เมื่อเทียบกับรถบัสที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง

ก่อนหน้านี้ ชิลีได้ทดลองวิ่งรถบัสไฟฟ้ารับส่งผู้โดยสารในกรุงซันติอาโกเป็นเวลา 2-3 เดือน พบว่าได้รับความนิยมอย่างมากจากประชาชน โดยมีผู้ใช้บริการ 3.5 แสนราย

ประเทศอื่นๆ ในแถบลาตินอเมริกาได้เริ่มดำเนินรอยตามชิลีแล้ว เช่น โคลอมเบีย สั่งซื้อรถบัสไฟฟ้ามาใช้วิ่งทดแทนรถบัสปกติแล้ว จำนวน 125 คัน ส่วน ปานามา เริ่มทดลองวิ่งรถบัสไฟฟ้าแล้วในกรุงปานามาซิตี้ โดยสนับสนุนให้คนเลือกใช้รถบัสนี้ ด้วยการเปิดให้ขึ้นฟรีเป็นเวลา 6 เดือน

ด้าน เม็กซิโก นั้นมีแผนที่จะนำรถขนส่งมวลชนพลังงานไฟฟ้าจำนวนกว่า 300 คันมาใช้เร็วๆ นี้ ส่วน เปรู ได้มีการลดภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าให้เหลือ 0% เลยทีเดียว

หาก 22 เมืองใหญ่ใน 22 ประเทศแถบลาตินอเมริกา สามารถเปลี่ยนรถบัสและแท็กซี่ที่ใช้น้ำมัน เป็นเชื้อเพลิงจากพลังงานไฟฟ้าแทนได้ทั้งหมด จะช่วยให้ประเทศในภูมิภาคนี้ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ 300 ล้านลูกบาศก์เมตร และช่วยประหยัดพลังงานรวมกันคิดเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท ตามไปด้วย

ที่มา: http://www.worldenvironmentday.global

- Advertisement -