ไบโอเทคเปิดตัวฐานข้อมูล ‘จุลินทรีย์’ อาเซียน รวม 30,000 ชนิด-ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ

ไบโอเทค สวทช. จับมือศูนย์อาเซียนฯ เปิดตัวฐานข้อมูลจุลินทรีย์ “AmiBase” หวังสร้างนวัตกรรม-พัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพภูมิภาคอาเซียน

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (ACB) เปิดตัว “ฐานข้อมูลจุลินทรีย์อาเซียน” หรือ ASEAN Microbial Database (AmiBase) เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2562 ซึ่งเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีการรวบรวมข้อมูลของจุลินทรีย์ที่ค้นพบในอาเซียนไว้มากกว่า 30,000 ชนิด

สำหรับจุลินทรีย์ดังกล่าว มีประโยชน์ในการสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาทางเทคโนโลยีชีวภาพในภูมิภาค ให้ก้าวไปสู่เศรษฐกิจฐานชีวภาพ โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความอุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะความหลากหลายของจุลินทรีย์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และถือเป็นรากฐานความสำคัญของเทคโนโลยีชีวภาพ

ทั้งนี้ AmiBase ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากกองทุนอาเซียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (ASEAN Science, Technology and Innovation Fund) เพื่อพัฒนาเป็นฐานข้อมูลสนับสนุนนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และผู้สนใจ ในการศึกษาวิจัยการใช้ประโยชน์จุลินทรีย์ การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการไบโอเทค เปิดเผยว่า ฐานข้อมูล AmiBase เป็นอีกโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถแก่นักวิจัยในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลจุลินทรีย์ของอาเซียน จากที่ก่อนหน้านี้เก็บกระจายอยู่ในหน่วยงานต่างๆ ไว้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดการศึกษาการใช้ประโยชน์จุลินทรีย์ และเร่งการค้นพบนวัตกรรมจุลินทรีย์อย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจชีวภาพ

ดร.สมวงษ์ กล่าวว่า ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ไบโอเทคได้พัฒนาความเชี่ยวชาญสู่การเป็นสถาบันวิจัยชั้นนำด้านการอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ โดยได้ก่อตั้งเครือข่ายอาเซียนด้านการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ (AnMicro) ในปี 2557 ภายใต้การสนับสนุนของคณะอนุกรรมการอาเซียนด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือ และเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรด้านจุลินทรีย์

ดร.เทเรซ่า มุนดิตา เอส ลิม ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (ACB) กล่าวว่า ACB เป็นหน่วยงานระหว่างประเทศของอาเซียนที่มุ่งมั่นส่งเสริมความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ และการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนกลไกเผยแพร่ข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ (CHM) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับภูมิภาคในการแบ่งปันข้อมูลเพื่อใช้ในการพัฒนานโยบาย

“ทาง ACB มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับไบโอเทค ซึ่งเป็นตัวแทนของเครือข่าย AnMicro ในการสร้างฐานข้อมูล AmiBase และการเชื่อมโยงข้อมูลจุลินทรีย์จาก AmiBase ไปสู่ฐานข้อมูลสิ่งมีชีวิตของ CHM จะช่วยทำให้ฐานข้อมูลของ CHM ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของประเทศสมาชิกอาเซียนในด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างกว้างขวาง” ดร.เทเรซ่า กล่าว

 

ด้าน ดร.ลิลี่ เอื้อวิไลจิตร นักวิจัยไบโอเทค และหัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า ฐานข้อมูล AmiBase จัดตั้งขึ้นเพื่อบูรณาการข้อมูลจุลินทรีย์ในหลากหลายมิติจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพของจุลินทรีย์ ข้อมูลพันธุกรรมระดับยีนและจีโนม รายงานการวิจัย และบทความทางวิชาการ ข้อมูลการเก็บรักษา และบริการของศูนย์ทรัพยากรจุลินทรีย์ในอาเซียน เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ข้อมูลส่วนหนึ่งของ AmiBase เกิดจากการแชร์ข้อมูลจุลินทรีย์ของศูนย์ทรัพยากรจุลินทรีย์ในอาเซียน ที่มีการจัดเก็บข้อมูลจุลินทรีย์ด้วยซอฟต์แวร์ iCollect ซึ่งพัฒนาโดยทีมวิจัยของไบโอเทค และเป็นส่วนสำคัญในโครงการนี้ที่นำไปสู่ความสำเร็จในการจัดตั้ง AmiBase ได้ ทำให้สามารถจัดการข้อมูลจุลินทรีย์ได้อย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม การบูรณาการข้อมูลจากศูนย์ทรัพยากรจุลินทรีย์ ไม่สามารถครอบคลุมความหลากหลายทางชีวภาพของจุลินทรีย์ที่มีการค้นพบและเคยถูกรายงานได้ทั้งหมด เนื่องจากสายพันธุ์จุลินทรีย์จำนวนมากยังไม่สามารถคัดแยกหรือเลี้ยงในห้องปฏิบัติการได้ ดังนั้นการพัฒนาฐาน AmiBase จึงใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทำการสืบค้น ทำให้สามารถค้นหาได้ง่ายและสะดวก

ปัจจุบันฐาน AmiBase มีข้อมูลจุลินทรีย์ที่เคยถูกรายงานการค้นพบในอาเซียนมากกว่า 30,000 ชนิด ในกลุ่มแบคทีเรีย อาร์เคีย รา สาหร่าย โปรโตซัว และไวรัส ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ www.amibase.org ที่ได้มีการพัฒนาวิธีการนำเสนอข้อมูลแบบกราฟฟิก (Data Visualization) ที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งคัดเลือกข้อมูลเพื่อสร้างกราฟฟิกตามข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้ ฐานข้อมูล AmiBase ยังจะมีปริมาณข้อมูลเพิ่มขยายมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากศูนย์ทรัพยากรจุลินทรีย์ในอาเซียนที่มีส่วนร่วมให้ข้อมูลทั้ง 16 แห่ง ต่างมีความมุ่งหมายจะช่วยเชิญหน่วยงานในประเทศของตนเข้าร่วมในโครงการ เพื่อพัฒนาความสามารถของบุคลากรในการจัดการข้อมูลจุลินทรีย์และร่วมพัฒนาฐานข้อมูลจุลินทรีย์ของอาเซียน