ทช.ล้อมวงเสวนาเพิ่มคุณค่าทะเลไทยให้ยั่งยืน เปิดผลงานช่วง 5 ปีแก้ปัญหาขยะ-ชุมชน-สัตว์น้ำ

กรมทรัพยากรทางทะเลฯ จัดเสวนาเพิ่มคุณค่าทะเลไทยให้ยั่งยืน เปิดผลงานช่วง 5 ปี แก้ไขปัญหาที่ทำกิน-ประมง-สัตว์น้ำ-ขยะทะเล

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จัดสัมนาหัวข้อ “เพิ่มคุณค่าทะเลไทย ทำอย่างไรให้ยั่งยืน” เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2562 เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข่าวสาร ความสำคัญและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างถูกต้องและเหมาะสมแก่สาธารณะ โดยผู้ทรงคุณวุฒิใน 5 ด้าน ได้แก่ 1.ป่าชายเลน 2.สัตว์ทะเลหายาก 3.การกัดเซาะชายฝั่ง 4.ขยะพลาสติกทะเล 5.การมีส่วนร่วมของชุมชน พร้อมการนำเสนอผลงานตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)

สำหรับผลงานที่ผ่านมา ประกอบด้วย การจัดทำ พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 การดำเนินงานโครงการชายหาดปลอดบุหรี่ การดำเนินงานโครงการป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐเพื่อความสุขของคนไทย การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับชุมชน การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) การจัดการปัญหาด้านขยะทะเล การดูแลและช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก การบูรณาการทำงานร่วมกับเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล และการบริหารจัดการงานด้านทะเลและชายฝั่งแบบการมีส่วนร่วมกับชุมชน เป็นต้น

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดี ทช. เปิดเผยว่า หลังจากการสัมนาในครั้งนี้มีความเชื่อมั่นว่า ทช. จะสามารถพัฒนาแนวคิดและการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนแก้ปัญหาจากการถอดบทเรียนในอดีต เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศสู่การพัฒนางานต่อไปในอนาคต

นายสนิท อักษรแก้ว ประธานสมาคมป่าชายเลนนานาชาติ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องส่งเสริมการใช้ประโยชน์ป่าชายเลนอย่างคุ้มค่าและสมดุล เช่น ชุมชนปลูกป่าชายเลนผสมกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไปด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังมีความต้องการส่งเสริมเรื่องป่าชายเลนให้เป็นงานระดับนานาชาติ โดยส่งพื้นที่สงวนชีวมณฑล จ.ระนอง ให้เป็นมรดกโลก ทั้งนี้การที่จะเพิ่มคุณค่าป่าชายเลนสู่ความยั่งยืนนั้นจำเป็นต้องบริหารจัดการทั้งระบบนิเวศ ต้องมีฐานข้อมูลวิจัยและนวัตกรรมเข้ามาพัฒนา ต้องบริหารจัดการเชิงบูรณาการ และต้องมีการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมป่าชายเลน

นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัจจุบันมีสัตว์ทะเลหายากเข้ามาในพื้นที่ทะเลไทยมากขึ้น เช่น ฉลามหัวบาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าวิธีอนุรักษ์ที่ทำอยู่ในตอนนี้ดีแล้วหรือยัง โดยที่ทะเลจะเป็นตัวพิสูจน์ให้เห็นเอง อย่างไรก็ตามในอนาคตยังอยากให้มีโครงการศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากเพิ่มมากขึ้น เพื่ออนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากไว้

นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งต้องมีความใจเย็น ค่อยคิดค่อยทำ เพราะหากรีบทำหรือทำผิดวิธีการกัดเซาะก็จะเร็วยิ่งขึ้น แต่หากยังไม่มีวิธีที่ถูกต้องควรจะปล่อยไว้ ซึ่งการกัดเซาะจะช้าลงไปตามธรรมชาติ โดยการกัดเซาะชายฝั่งเกิดจากสาเหตุ เช่น การทำลายป่าเลน การสร้างกำแพงกันคลื่นล้ำแนวชายฝั่ง เป็นต้น

นายภราดร จุลชาต ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตัวอย่างการจัดการปัญหาขยะพลาสติกทะเลในชุมชน จ.ระยอง ชุมชนมีรายได้จากการคัดแยกขยะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางจังหวัดได้มีการจัดตั้งโรงกำจัดขยะขึ้น และได้นำมาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยช่วง 5-6 เดือนที่ผ่านมา ทางเอกชนได้มีการนำขยะไปผสมกับยางมะตอยเพื่อทำเป็นถนน แต่ยังต้องมีการศึกษาต่อไปว่าการใช้ขยะทำถนนนั้นมีผลกระทบหรือไม่

นายบรรจง นฤพรเมธี นายกสมาคมการท่องเที่ยวและโรงแรม จ.ตรัง กล่าวว่า การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างมีส่วนร่วม ต้องมีการส่งเสริมให้ชุมชนชายฝั่งมีบทบาทหน้าที่ในการดูแลทรัพยากร รวมทั้งการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรให้กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ โดยสิ่งสำคัญคือการนำงานวิจัยเข้ามาจัดการร่วมกับชุมชน เพื่อทำให้ชุมชนเกิดการร่วมมืออย่างจริงใจ