ใน “สตาร์วอร์ส” ฝ่ายจักรวรรดิคือกลุ่มที่ชั่วร้าย ส่วนฝ่ายเจไดคือผู้กอบกู้ความสมดุลของจักรวาล แต่สำหรับ “จักรวรรดิเพนกวิน” พวกมันคือฝ่ายไร้เดียงสา ส่วนมนุษย์คือผู้ทำลายสมดุลอย่างเลวร้าย

ในตอนนี้มีข่าวไม่สู้ดีนักเกี่ยวกับเพนกวินจักรพรรดิ (Emperor penguin) เมื่องานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Antarctic Science รายงานว่า จักรวรรดิ หรือนิคม (colonies) ของเพนกวินจักรพรรดิกลุ่มใหญ่ที่สุดกำลังล่มสลาย จำนวนประชากรกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้จักรวรรดิตกอยู่ในความเสี่ยงที่เผชิญกับหายนะ สาเหตุที่ประชากรเพนกวินลดลง เพราะความล้มเหลวในการสืบพันธุ์ และความล้มเหลวจากการสืบพันธุ์เกิดขึ้นเพราะไม่มีแหล่งให้พวกมันสืบพันธุ์

นักวิจัยที่พบวี่แววของความล่มสลายนี้ คือ Peter Fretwell กับ Philip Trathan คาดว่า ปัญหาเริ่มต้นขึ้นในปี 2015 หลังจากปรากฎการณ์เอลนินโญที่เลวร้ายที่สุดในทศวรรษที่ผ่านมา เริ่มส่งผลกระทบต่อแผ่นน้ำแข็งเกาะยึด หรือ Fast ice ที่เป็นส่วนขยายของแผ่นน้ำแข็งต่อเนื่องจากแผ่นดินแถบฮาลเลย์เบย์ของทวีปแอนตาร์กติกา โดยระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนธันวาคมของทุกปี เพนกวินจะอาศัยแผ่นน้ำแข็งเกาะยึดเป็นแหล่งผสมพันธุ์ฟักไข่และดูแลลูกของพวกมัน [1]

แต่ในปี 2016 แผ่นน้ำแข็งที่เคยเหนียวแน่นและแข็งแกร่ง เริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ เพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัดผิดปกติ ลูกเพนกวินที่ถูกฟักและเติบโตบนแผ่นน้ำแข็งยังไม่ทันมีขนขึ้นเต็มตัวพอที่จะช่วยพยุงร่างของพวกมันเวลาว่ายน้ำ เมื่อแผ่นน้ำแข็งแตกและจมลงสู่ทะเล ทำให้ลูกเพนกวินนับพันๆ ตัวต้องจมน้ำตาย โดยในพื้นที่ดังกล่าวเป็นถิ่นที่อยู่ของเพนกวินจักรพรรดิในสัดส่วนถึง 9% ของประชากรทั้งหมดทั่วโลก แต่เพราะน้ำแข็งแตกทำให้ประชากรในพื้นที่ดังกล่าวอันตรธานไปในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน นับเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก [2]

ทั้งนี้ จากตัวเลขเมื่อปี 2009 คาดว่าประชากรเพนกวินจักรพรรดิทั้งหมดมีประมาณ 595,000 ตัว ใน 46 นิคมเท่าที่ทราบกันในเวลานี้ กระจายไปทั่วแอนตาร์กติกและเขตซับแอนตาร์กติก

ประมาณ 35% ของประชากรที่สำรวจพบอาศัยอยู่ทางเหนือของวงกลมแอนตาร์กติก แหล่งเพาะพันธุ์ที่สำคัญตั้งอยู่ที่เคปวอชิงตัน, เกาะโคลแมนในวิกตอเรียแลนด์, อ่าวฮาลเลย์เบย์, เคปคโลเบค และธารน้ำแข็งดิบเบิล [3]

แม้ว่าในเวลานี้นักวิจัยจะยังไม่ทราบว่าสาเหตุที่แผ่นน้ำแข็งแตก จนเพนกวินตายไปนับพันนับหมื่นตัวนั้นเกิดจากภาวะโลกร้อนหรือไม่ แต่ในเวลานี้ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ก็ตาม ในอนาคตพวกมันหนีไม่รอดชะตากรรมอันเลวร้ายจากภาวะโลกร้อนอยู่ดี เพราะการวิจัยก่อนหน้านี้พบว่า โลกของเราเสี่ยงที่จะเผชิญกับการสูญเสียประชากรเพนกวินจักรพรรดิในสัดส่วนถึง 50-70% ก่อนสิ้นศตวรรษนี้ เพราะความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ [4]

แม้พวกมันจะเสียพื้นที่ผสมพันธุ์ไป แต่จากการวิจัยล่าสุดพบว่า เมื่อเพนกวินรู้สึกได้ว่าถิ่นฐานของพวกมันไม่มีเสถียรภาพอีกต่อไป พวกมันจะอพยพไปยังพื้นที่ใหม่ที่เหมาะสมกว่า เช่นในปี 2016 พบจำนวนเพนกวินในแถบธารน้ำแข็งดอว์สัน-แลมบ์ตัน มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างมหาศาล [1]

อย่างไรก็ตาม การย้ายถิ่นฐานคือการซื้อเวลาเท่านั้น อย่างที่กล่าวไปว่าประชากรเพนกวินมีสิทธิที่จะลดลงฮวบฮาบถึง 70% เพราะภาวะโลกร้อน หากยังไม่มีการแก้ไขปัญหานี้อย่างน้อยให้อุณหภูมิปรับเพิ่มขึ้นช้ากว่านี้ เพนกวินจักรพรรดิที่เคยมีจักรวรรดิที่ใหญ่โตก็มีสิทธิ์ที่จะสูญพันธุ์เอาง่ายๆ

ที่ต้องตระหนักและตระหนกก็คือ แผ่นน้ำแข็งแถบฮาลเลย์เบย์ ในทะเลเวดเดลล์ เป็นจุดที่มีอุณหภูมิหนาวเย็นที่สุดในทวีปแอนตาร์ติกา แม้แต่นักวิทยาศาสตร์อย่าง Trathan ที่วิจัยเรื่องนี้ก็ยังบอกว่า เขาคิดว่าทะเลเวดเดลล์คงจะเป็นที่สุดท้ายที่จะเกิดเรื่องทำนองนี้ [5] [6]

เมื่อสถานที่สุดท้ายที่ควรจะเกิดน้ำแข็งละลาย เพนกวินตายเป็นพันๆ ตัวอย่างเหนือความคาดหมาย และเป็นสถานที่หนาวเย็นที่สุดยังเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ ชาวโลกจะทำเป็นเฉยชากันได้อย่างไร?

- Advertisement -