Forest company คือธุรกิจเอกชนหรือองค์กรเอกชนหวังผลกำไรที่มุ่งปลูกป่าด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย เพื่อพลิกฟื้นผืนป่าให้กับโลก พร้อมๆ กับสร้างรายได้ให้กับเจ้าของ “ผืนโลก” เพราะโลกของเราไม่ใช่ดินแดนที่ว่างเปล่าไร้การจับจองอีกต่อ แต่จะทำอย่างไรให้ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์เหนือที่ดิน ตระหนักว่าพวกเขาสามารถสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ไปพร้อมๆ กับสร้างความรุ่มรวยให้กับสิ่งแวดล้อมได้ในเวลาเดียวกัน

Forest company เป็นกระแสที่กำลังติดลมบน เป็นการใช้ประโยชน์จากการทำป่าไม้ที่วิน-วินด้วยกันทุกฝ่าย ไม่เหมือนกับการทำป่าแบบเดิม (Deforestation) ที่ทำลายป่ามากกว่าปลูกใหม่ แต่นี่คือการปลูกใหม่แล้วใช้ประโยชน์เท่าที่จำเป็นจากป่า (Reforestation)

และไม่ใช่แค่การปลูกป่าแบบปัจเจกบุคคลเท่านั้น แต่ระบบเศรษฐกิจยังได้อานิสงส์ไปด้วย โดยรายงานจาก World Resources Institute (WRI) และ Nature Conservancy (TNC) พบว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภค การจัดการโครงการ และภาคป่าไม้เชิงพาณิชย์ ต่างก็ทำเงินจากการปลูกต้นไม้โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าต่อปี และแนวโน้มนี้กำลังไปได้ด้วย เพราะรูปแบบธุรกิจใหม่กำลังเกิดขึ้น เทคโนโลยีกำลังก้าวหน้า และรัฐบาลกำลังแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่จะสนับสนุน [1] [2]

ธุรกิจนี้เรียกว่า การฟื้นฟู (Restoration) หรือเศรษฐกิจการฟื้นฟู (Restoration economy)

รายงานของ WRI และ TNC นิยามว่า เป็นเป็นกิจกรรมที่ช่วยปรับปรุงการทำงานของระบบนิเวศของภูมิประเทศที่เสื่อมโทรม มุ่งเน้นที่การฟื้นฟูโดยใช้ต้นไม้เป็นหลัก ซึ่งอาจมีตั้งแต่การปลูกป่า คือการปลูกทดแทนพื้นที่ที่ถูกทำลายด้วยต้นไม้อย่างสมบูรณ์ ไปจนถึงวนเกษตร คือการสร้างระบบเกษตรที่รวมป่าไม้เป็นส่วนหนึ่งด้วย [2]

ส่วนเศรษฐกิจการฟื้นฟู หมายถึงเครือข่ายธุรกิจนักลงทุนและผู้บริโภคที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูผืนดิน ซึ่งตลาดของเศรษฐกิจระบบนี้มีตั้งแต่การทำป่าไม้แบบยั่งยืน ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภคของมนุษย์และอาหารสัตว์ [2] จะเห็นได้ว่าการพลิกฟื้นป่าแบบนี้มีประสิทธิภาพอย่างมาก

รูปแบบธุรกิจของเศรษฐกิจการฟื้นฟูป่ามีหลากหลาย เช่น บริษัทที่เน้นเทคโนโลยีในการปลูกป่า บริษัทที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคจากป่าปลูกใหม่และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงสุขภาพของผู้บริโภค และบริษัทประเภทจัดการโครงการ

บริษัทสายเทคโนโลยี คือบริษัทที่พัฒนาและปรับใช้เทคโนโลยี เพื่ออำนวยความสะดวกในการฟื้นฟูป่า โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพโดยใช้ลดต้นทุนต่ำ เช่น

1. BioCarbon Engineering

เชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีโดรนแบบพิเศษและภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อฟื้นฟูภูมิทัศน์ของผืนป่าในพื้นที่ห่างไกล  ข้อมูลที่ได้จากโดรนจะนำมาทำเป็นแผนที่ของพื้นที่ที่จะมีการปลูกป่าเพื่อการจัดการระบบนิเวศอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นการประมวลผลเพื่อสร้างรูปแบบการเพาะปลูกที่เหมาะสมที่สุดในพื้นที่นั้นๆ และยังมีการใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อจัดระเบียบการใช้สารเคมีฆ่าวัชพืชและปุ๋ยบำรุง [3]

2. Land Life Company

เป้าหมายของพวกเขาคือ การคืนชีวิตให้พื้นที่เสื่อมโทรม 2 พันล้านเฮกตาร์ของโลก โดยก่อนที่จะมีการ “ปลุกป่า” ขึ้นมาใหม่ ทีมงานเทคโนโลยีชีวิตและนิเวศวิทยาของ Land Life จะทำการประเมินที่ดินและสถานการณ์ทางนิเวศวิทยาอย่างละเอียด และได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถปลูกป่าใหม่ได้หลายร้อยเฮคเตอร์ในคราวเดียว ด้วยการปลูกผ่านระบบ GPS และระบบการปลูกแบบอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพ และยังมีนวัตกรรมที่เรียกว่า Cocoon  ออกแบบมาปกป้องต้นอ่อนในช่วงปีแรกที่สำคัญในการเจริญเติบโต นอกจากนี้ Land Life Company ยังทำการจดสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ต้นไม้ได้เติบโตในที่แห้งแล้งและเสื่อมโทรมด้วย [4]

3. TerViva

ทำการปลูกต้นหยีน้ำ (Millettia pinnata) บนพื้นที่การเกษตรด้อยคุณภาพ ซึ่งหยีน้ำเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่แห้งแล้ง ใช้ปลูกเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน ในเมล็ดมีน้ำมันใช้ผลิตไบโอดีเซลได้เช่นเดียวกับสบู่ดำ โครงการปัจจุบันคือการสร้างโครงการนำร่องและขนาดเชิงพาณิชย์ในฮาวายและฟลอริดา ซึ่งเหมาะกับการปลูกต้นหยีน้ำ โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนสำคัญ เช่น The Yield Lab และ Elemental Excelerator [5]

4. F3 Life

บริษัทนี้เน้นนวัตกรรมด้านการเงิน ซึ่งต่างจากรายอื่นๆ ที่เน้นด้านวิทยาศาสตร์ โดยอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับเกษตรกรรายย่อยในประเทศเคนยา และเป็นผู้ชนะรางวัลปฏิบัติการนวัตกรรมระดับโลกสำหรับการเงินด้านภูมิอากาศ (Global Innovation Lab for Climate Finance) และนวัตกรรมทางการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จาก UNDP [6]

สำหรับบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค คือ บริษัทที่ขายผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบจากกิจกรรมการฟื้นฟูป่า หรือให้การสนับสนุนโครงการฟื้นฟูป่า ตัวย่างของบริษัทกลุ่มนี้ เช่น Guayakí ซึ่งขายเครื่องดื่มที่ทำจากเยอร์บา มาเต ที่ปลูกในป่าฝนเขตร้อนแอตแลนติก มาเต หรือชาบราซิล เป็นพืชพื้นเมืองในอเมริกาใต้ ตามที่ราบลุ่มแม่น้ำในอาร์เจนตินา บราซิล อุรุกวัย และปารากวัย เป็นพืชที่นิยมนำมาทำเครื่องดื่ม มีสรรพคุณขับปัสสาวะ แก้อาการเมื่อยล้า ในยุโรปนิยมดื่มเป็นเครื่องดื่มเพื่อลดน้ำหนัก เพราะทำให้เบื่ออาหาร

นอกจากนี้ยังมี Tentree บริษัทเครื่องแต่งกาย มีเจตนารมณ์ที่จะปลูกต้นไม้ 10 ต้น เมื่อขายสินค้าได้ 1 ชิ้น และ Ecosia ผู้ให้บริการเครื่องมือค้นหาออนไลน์ ใช้ผลกำไรเพื่อปลูกต้นไม้

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยของคนที่รู้จักใช้ประโยชน์จากการคืนชีวิตใหม่ให้กับป่าของโลก ยังมีธุรกิจอีกมากมายที่เกาะกระแสนี้ ที่ซับซ้อนน้อยที่สุดคือธุรกิจรับจ้างปลูกสวนป่า เพื่อให้เจ้าของที่ดินได้ใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ของป่าที่ปลูกขึ้นมาเองอย่างเป็นระบบ และถูกกฎหมาย โลกได้ระบบนิเวศที่แข็งแกร่งขึ้น มนุษย์ก็มีกินมีใช้ และเศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้โดยไม่ต้องขูดรีดธรรมชาติ

เศรษฐกิจการฟื้นฟูจึงเป็นช่องทางทำกินแบบใหม่ที่ดีต่อโลก ดีต่อเรา และก้าวหน้าไม่ล้าสมัย ในยุคที่ใครต่อใครอยู่ในกระแสสำนึกของการพิทักษ์โลก

- Advertisement -