ไทยจ่อคลอดแผนที่นำทาง ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ เปลี่ยนผ่านวิธีการผลิต-บริโภค ภายในปี 2030

สวทน.เตรียมผุดโรดแมปภาพอนาคต “เศรษฐกิจหมุนเวียน” ของประเทศไทยใน 10 ปีข้างหน้า ปรับสมดุลความยั่งยืน เปลี่ยนรูปแบบวิธีการผลิต-บริโภค

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) จัดสัมมนา Focus Group เชิญภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมระดมความคิดเห็น เพื่อกำหนดเป้าหมายและขอบเขตของแผนที่นำทางการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุน “เศรษฐกิจหมุนเวียน” หรือ “Circular Economy” ของประเทศไทยใน 6 ด้าน คือ สังคม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม นโยบายภาครัฐ และค่านิยมหรือคุณค่า เพื่อสร้างภาพอนาคตเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทย ในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือประมาณปี ค.ศ.2030

นายสุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สวทน. เปิดเผยว่า ปัจจุบันการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย มีผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการรายย่อย และสตาร์ทอัพเริ่มให้ความสนใจ และมีการดำเนินรูปแบบการทำธุรกิจที่สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน แต่ก็ยังมีจำนวนจำกัด เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในระบบรวมทั้งผู้บริโภคยังไม่สามารถเปลี่ยนผ่านจากการผลิตและบริโภคตามระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม มาสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ เนื่องด้วยข้อจำกัดต่างๆ

ในส่วนของข้อจำกัดต่างๆ อาทิ ความเต็มใจที่จะจ่ายของผู้บริโภคเพื่อซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัญหาการเข้าถึงเทคโนโลยี องค์ความรู้ หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ที่ช่วยเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตที่ส่งเสริมการหมุนเวียนของทรัพยากร การขาดฐานข้อมูลและระบบในการประเมินและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์หรือบริการ การขาดระบบหรือแรงจูงใจสนับสนุนให้เกิดการหมุนเวียนของวัตถุดิบอย่างเต็มรูปแบบ ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

“การวิจัยและนวัตกรรมจึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม และการรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศ ส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งแนวคิดดังกล่าวยังเป็นแนวคิดใหม่ จำเป็นต้องกำหนดขอบเขตการดำเนินการให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย รวมทั้งพิจารณาออกแบบการดำเนินการที่จำเพาะเจาะจงในแต่ละอุตสาหกรรมที่สำคัญ ตลอดจนต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ เพื่อรองรับเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาพรวม” นายสุรชัย กล่าว

นายสุรชัย กล่าวว่า ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องมีการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพื่อทำความเข้าใจทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ครอบคลุมมากที่สุด รวมทั้งวิเคราะห์ขีดความสามารถทางการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อนำไปประกอบการจัดทำแผนที่นำทางการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทย โดยผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นแนวทางการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ แหล่งที่มาและการได้มาซึ่งวัสดุหรือวัตถุดิบในอนาคต กระบวนการผลิต รูปแบบและวิธีการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในอนาคตจะเป็นอย่างไร

ขณะเดียวกันยังรวมไปถึงวิธีการส่งมอบสินค้าให้กับผู้บริโภค การขนส่ง การกระจายสินค้า ในอนาคตรูปแบบการบริโภคสินค้าและบริการต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นลักษณะใด และการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่จะเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้เป้าหมายและขอบเขตการดำเนินการและหลักคิดที่จำเป็น ต่อการพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการขับเคลื่อนเพื่อส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม ในการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยต่อไป

นายสุรชัย กล่าวอีกว่า สวทน.ได้จัดทำสมุดปกขาวการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ Bio-Circular-Green Economy (BCG) ซึ่งนโยบาย BCG นี้เป็นการนำแนวคิดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ไปสนับสนุนเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ที่ครอบคลุม 4 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curves) ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร การแพทย์และสุขภาพ พลังงานชีวภาพ เคมีและวัสดุชีวภาพ และการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ วทน.จะเข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ผลิตที่เป็นฐานการผลิตเดิม ตลอดจนนำเทคโนโลยีชั้นสูงไปสร้างให้เกิดผู้ประกอบการใหม่ที่มีศักยภาพ โดยทิศทางการพัฒนาของทั้ง 4 อุตสาหกรรมจะต้องยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน คือสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดของเสียน้อยที่สุด ส่งเสริมการใช้ซ้ำ และให้ความสำคัญกับการจัดการของเสียจากการผลิตและบริโภค ด้วยการนำวัตถุดิบที่ผ่านการผลิตและบริโภคแล้วเข้าสู่กระบวนการแปรสภาพเพื่อกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งต่างจากระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม ที่เน้นการใช้ทรัพยากร การผลิต และการสร้างของเสีย

- Advertisement -