ดันมาตรฐาน G-Green ดึงภาคการผลิต-บริการร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการผลิตหรือการให้บริการด้านต่างๆ ในประเทศไทย อาจยังไม่มีนโยบายหรือแนวคิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากนัก แต่ปัจจุบันหลายหน่วยงานและหลายภาคส่วนต่างกำลังให้ความสำคัญกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการกันมากขึ้น

หนึ่งในนั้นคือการเข้ามาของโครงการส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่า G-Green ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่เปรียบเสมือนตัวช่วยในการส่งเสริมศักยภาพด้านต่างๆ เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการให้บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม อธิบายว่า ทางกรมฯ ได้ดำเนินโครงการ G-Green ขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเป้าหมาย ให้ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ พร้อมการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วน ตลอดทั้งการผลิตและการบริโภค

โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตาม เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) โดยเฉพาะในเป้าหมายที่ 12 ว่าด้วยเรื่องการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนในกลุ่มผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และผู้บริโภค

สำหรับการประเมินตามมาตรฐาน G-Green นั้น ได้มีการจัดทำไปแล้วทั้งหมด 4 โครงการ ประกอบด้วย

  1. โครงการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Production) เป็นโครงการสำหรับผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือ OTOP
  2. โครงการโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) สำหรับผู้ประกอบการโรงแรมหรือรีสอร์ท
  3. โครงการสำนักงานสีเขียว (Green Office) สำหรับสำนักงานทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน
  4. โครงการอุทยานแห่งชาติสีเขียว (Green National Park) ในส่วนนี้จะดำเนินการในอุทยานแห่งชาติในสังกัดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ล่าสุดในปี 2562 นี้ G-Green ยังได้ขยายการทำงานเพิ่มใน โครงการภัตตาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Restaurant) พร้อมกันกับการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนและปรับปรุงเกณฑ์การประเมินมาตรฐาน G-Green เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2562 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการประเมินตามเกณฑ์ของ G-Green รวมทั้งพัฒนาศักยภาพผู้ตรวจประเมิน

จากการถอดบทเรียนดังกล่าว ผู้เข้าร่วมกว่า 250 คน ได้มีส่วนร่วมในการปรับปรุงเกณฑ์การประเมินมาตรฐาน G-Green จากการดำเนินงานที่ผ่านมา อีกทั้งทบทวนปัญหาและหาแนวทางการตรวจประเมินที่ชัดเจนเหมาะสมของแต่ละคณะกรรมการตรวจประเมิน ซึ่งเป็นผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา หน่วยงานเอกชน และผู้เชี่ยวชาญ

ขณะเดียวกันยังจัดให้มีการอบรมการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียว เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถนำความรู้และวิธีการตรวจประเมินไปปรับประยุกต์ใช้ในการประเมินสำนักงาน และพร้อมทดสอบความรู้การเป็นผู้ตรวจประเมินสำนักงานสีเขียว เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นกรรมการตรวจประเมินโครงการ Green Office อีกด้วย

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยหลักแล้วจะประกอบไปด้วยขั้นตอน 2 ส่วน คือ การให้ความรู้และคำแนะนำ (Coaching) กับการประเมินตามเกณฑ์ G-Green โดยคณะกรรมการตรวจประเมิน

ในส่วนของเกณฑ์ของการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม จะมีทั้งหมด 14 ด้าน ได้แก่ 1.การตรวจประเมินการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม 2.การตรวจประเมินเกี่ยวกับข้อกำหนดที่ถูกกำหนดโดยภาคธุรกิจ 3.การตรวจประเมินความเสี่ยง 4.การตรวจประเมินสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น 5.การตรวจประเมินกระบวนการต่างๆ 6.การตรวจประเมินการจัดการผลิตภัณฑ์ 7.การตรวจประเมินผลิตภัณฑ์

8.การตรวจประเมินด้านการจัดการของเสีย 9.การตรวจประเมินด้านการจัดการพลังงาน 10.การตรวจประเมินผลการดำเนินงานที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม 11.การตรวจประเมินด้านสิ่งอำนวยความสะดวก 12.การตรวจประเมินด้านการปนเปื้อนในพื้นที่ 13.การตรวจประเมินด้านการจัดการป่าไม้ 14.การตรวจประเมินด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม

อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ย้ำว่าในการตรวจประเมินจะต้องมีการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรม มีการนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง เที่ยงตรง และต้องยุติธรรม มีความเป็นมืออาชีพ และมีอิสระในการตรวจสอบ โดยสิ่งสำคัญคือต้องอยู่บนพื้นฐานของการมีหลักฐานประกอบการตรวจประเมินด้วย

“พื้นฐานการตรวจประเมินเหล่านี้จะสามารถทำให้โครงการของ G-Green ตรงตามคุณภาพมาตรฐานที่ควรจะเป็น เพื่อพัฒนาภาคส่วนต่างๆ ในประเทศไม่ให้เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป” อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ระบุ