แก้ PM2.5 เมืองด้วย ‘ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ’ เตือนภัยฝุ่น-ระบายอากาศ

ดูเหมือนคนกรุงกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะเริ่มเบาใจลงกับปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 หลังจากฝุ่นพิษทยอยเข้าปกคลุมเมืองมาตั้งแต่ปลายปีต่อเนื่องจนถึงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

แต่อย่างไรก็ดี นั่นไม่ได้หมายความว่า กทม.จะปลอดฝุ่นตลอดไป

ทางคณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับ สำนักวิจัยนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ (SCIRA) จึงได้เปิดตัว “โครงการออกแบบป้ายรถเมย์อัจฉริยะเตือนภัยฝุ่น” เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2562 ที่ผ่านมา โดยหวังใช้นวัตกรรมมาช่วยแก้ไขปัญหานี้

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สจล. ระบุว่า แม้คุณภาพอากาศของกรุงเทพฯ จะดีขึ้น แต่ก็ใช่ว่ามลพิษฝุ่นละออง PM2.5 จะหมดไป ทาง สจล.จึงจะหาทางแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ต่อไป เพราะคาดการณ์ว่า วิกฤตฝุ่นละออง PM2.5 ในประเทศไทยจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกปี

สำหรับ โครงการออกแบบป้ายรถเมย์อัจฉริยะเตือนภัยฝุ่น ที่ทาง สจล.นำเสนอ เป็นนวัตกรรมที่มีแนวคิดมาจากการลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ PM2.5 ในช่วงที่คุณภาพอากาศของ กทม.กำลังดีขึ้น ซึ่งจากการสำรวจพบว่า แท้ที่จริงแล้วปัญหาฝุ่น PM2.5 นั้นไม่เคยหายไปไหน แต่พวกมันไปกระจุกตัวรวมกันอยู่เป็นจุดๆ โดยเฉพาะป้ายรถเมล์ที่ตั้งอยู่บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าและริมถนนที่มีการจราจรหนาแน่น เนื่องจากบริเวณเหล่านั้นอากาศไม่ถ่ายเท ทั้งยังมีควันดำจากไอเสียรถยนต์ผนวกฝุ่นเพิ่มเติมเข้าไปอีก

“จากการลงพื้นที่สำรวจบริเวณสี่แยกพญาไท สีลม สยามสแคว์ พบว่าเวลาที่รถเมล์เข้าจอดและเร่งเครื่องผ่าน ค่าฝุ่น PM2.5 จะพุ่งเกินค่ามาตรฐานในทันที โดยเฉพาะป้ายรถเมล์ที่อยู่ใต้สถานีรถไฟฟ้า ค่าฝุ่นจะสูงมาก เนื่องจากเป็นจุดที่ไม่มีอากาศถ่ายเท” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

จากคำอธิบายของอาจารย์สุชัชวีร์ พอจะมองเห็นทางออกของฝุ่นในพื้นที่ที่แออัด โดยเฉพาะป้ายรถเมล์ซึ่งเป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก นั่นก็คือต้องมี “ลม” ช่วยขับไล่ฝุ่นให้ลอยขึ้นไปในอากาศแล้วกระจายตัวออกไปได้

ข้อมูลจากนักวิชาการหลายสำนัก รวมทั้งจากกรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยันตรงกันว่า หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ฝุ่นละอองในช่วงต้นปีของ กทม.ปกคลุมหนาแน่น เนื่องจากลักษณะอากาศปิดแบบโดมความร้อนผกผันลดระดับ (inversion) หรือกล่าวคือ กทม.เสมือนมีฝาชีความร้อนขนาดใหญ่มาครอบไว้ ซึ่งลักษณะการผกผันลดระดับเช่นนี้ จะส่งผลให้อากาศร้อนและมีปริมาณฝุ่นมาก เนื่องจากไม่มีลมพัด เมื่อโดมฝาชีความร้อนที่ครอบไว้เปิดออก ลมที่พัดเข้ามาก็จะช่วยให้ฝุ่นลอยขึ้นไปในอากาศและสลายตัวออกไป ซึ่งจะช่วยทำให้คุณภาพอากาศดีขึ้น

สำหรับโมเดลป้ายรถเมล์อัจฉริยะเตือนภัยฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทาง สจล. ร่วมกับสำนักวิจัยนวัตกรรมฯ ช่วยกันคิดค้น ประยุกต์มาจากจุดรอรถเมล์ ด้วยการติดตั้งระบบเซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก พร้อมพัดลมอัติโนมัติที่จะทำงานเอง เมื่อเซนเซอร์ตรวจจับแจ้งว่าค่าฝุ่นละออง PM2.5 บริเวณนั้นสูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน

ทั้งนี้ ทางสำนักวิจัยนวัตกรรมฯ ยังได้จัดตั้งศูนย์รวบรวมติดตามข้อมูลมลพิษทางอากาศและวางแผนการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยทีมอาสาสมัครสม็อคแมน (SMOG Man) เพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศและปริมาณ PM2.5 แบบเรียลไทม์เฉพาะจุด รวมทั้งการพัฒนาระบบการตรวจวัดฝุ่นละอองในแต่ละที่ ตั้งเป้านำร่องสถานศึกษาทั่ว กทม. โดยเขตลาดกระบังจะเป็นพื้นที่แรกในการเก็บสถิติเพื่อคาดการณ์ปริมาณฝุ่นละอองภายในเดือน ก.ค. 2562 นี้

นอกจากป้ายรถเมล์อัจฉริยะนี้จะสามารถตรวจวัดค่า PM2.5 ได้แล้ว รศ.ดร.ประพัทธ์พงษ์ อุปลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ อธิบายว่า ในอนาคตจะพัฒนาและปรับปรุงป้ายรถเมล์อัจฉริยะต่อ เพื่อให้เป็นสมาร์ทบัสสตอป (Smart Bus Stop) เช่น การมีฟังก์ชั่นเรียกรถพยาบาลหรือตำรวจ จอป้ายแจ้งเตือนที่มีปฏิสัมพันธ์กับคน (Interactive Panels) เป็นต้น

ป้ายรถเมล์อัจฉริยะนี้เป็นเพียงนวัตกรรมหนึ่งจากหน่วยงานด้านวิชาการที่อาสาเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ด้วยคาดการณ์ว่า ฝุ่นละออง PM2.5 จะยังคงเป็นปัญหาของคนเมืองต่อไป แต่สำหรับผู้ที่ต้องใช้ชีวิตในเมืองจำเป็นต้องปรับตัวและเรียนรู้การอยู่กับมลพิษด้วย โดยเฉพาะการเตรียมอุปกรณ์ในการป้องกันตัวเอง เพื่อลดผลกระทบไม่ให้ได้รับอันตรายต่อสุขภาพขั้นรุนแรง