ฝุ่นพิษ 9 จังหวัดภาคเหนือยังเกินค่ามาตรฐาน เอลนีโญซ้ำเติม อุทยานฯสแกนพื้นที่ระวังไฟป่า

สถานการณ์ฝุ่นควันภาคเหนือยังอยู่ในขั้นวิกฤต มีค่าฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่ พบจุดความร้อนเสี่ยงไฟป่าเพิ่มขึ้น 3,891 จุด อุทยานฯ ระดมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นภาคเหนือ ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า มีค่าฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่ บางจุดเกินมาตรฐานผิดปกติและกินเวลายาวนานนั้น โดยมีปัจจัยหนุนของปรากฏการณ์เอลนีโญ ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าจะยังมีผลต่อเนื่อง ถึงเดือน เม.ย. และคาดว่าจะทำให้ปริมาณฝนต่ำกว่าปกติ อีกทั้งอากาศร้อนรุนแรงขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ วิกฤตดังกล่าวยังเกิดจากปัญหาเชื้อเพลิงสะสมมากกว่าทุกปีส่งผลให้มีจุดความร้อน (Hotspot) เสี่ยงไฟป่าเพิ่มขึ้น และยังพบว่ามีการเผาวัชพืชในบางพื้นที่ รวมถึงพบว่ายังมีการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจากฝั่งเมียนมา ซึ่งก็ได้มีการการประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิด

“ปกติในพื้นที่ภาคเหนือควรจะมีฝนตกลงมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่มีเลย จึงได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ผู้บริหารท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ติดตามตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน โดยเน้นย้ำในมาตรการระยะสั้นระยะกลางและระยะยาว ซึ่งระยะเร่งด่วนคือ ระวังไม่มีมีการเผาป่า นอกจากนี้ยังได้ให้ทางออกประชาชนว่า นอกจากเผาแล้วยังสามารถนำวัสดุไปใช้ทำปุ๋ยชีวภาพซึ่งรัฐจะเข้าไปช่วยส่งเสริมได้ สาเหตุจากเรื่องนี้จึงมีแนวโน้มดีขึ้น” นายประลอง กล่าว

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า พบจุดความร้อนเสี่ยงไฟป่าเพิ่มขึ้นโดยช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561-14 มี.ค. 2562 ทั้งสิ้น 20,643 จุด เมื่อดูผลรายงานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณ 2561 พบว่าจุดความร้อนเพิ่มขึ้น 3,713 จุด ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ มีจุดความร้อนเพิ่มขึ้น 2,307 จุด ส่วนในพื้นที่เกษตรกรรม มีจุดความร้อนเพิ่มขึ้น 4,425 จุด

สำหรับจุดความร้อนในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561-14 มี.ค. 2562 พบทั้งสิ้น 3,891 จุด เทียบกับผลรายงานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณ 2561 พบจุดความร้อนเพิ่มขึ้น 1,022 จุด ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพิ่มขึ้น 869 จุด ในพื้นที่เกษตรกรรม เพิ่มขึ้น 50 จุด ส่วนรายงานการเกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 9 จังหวัดภาคเหนือ ช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561-14 มี.ค. 2562 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณ 2561 พบว่า มีการดับไฟป่าสูงขึ้น 949 ครั้ง พื้นที่ถูกไฟไหม้เพิ่มขึ้น 16,101.6 ไร่ ขณะที่รายงานค่า PM 2.5 และค่า PM 10 ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ โดยรวมยังอยู่ในระดับที่เกินมาตรฐาน

นายธัญญา กล่าวอีกว่า ในช่วงวิกฤตเสี่ยงเกิดไฟป่าตั้งแต่ 16 ก.พ.-15 พ.ค.นี้ ทางกรมอุทยานฯ ได้วางมาตรการรับมือ โดยกำหนด 60 วัน ห้ามเผาในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ตั้งกองอำนวยการควบคุมไฟป่าในพื้นที่สำคัญ 16 แห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ มีกองอำนวยการควบคุมไฟป่า 5 แห่ง ซึ่งได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า 75 นาย เข้าสนับสนุนภารกิจเป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีการสนธิกำลังเสริมจากหน่วยงานควบคุมไฟป่าที่ไม่ได้ประจำการในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ อีก 510 นาย โดยสับเปลี่ยนทุก 15 วัน จำนวน 3 รอบ รอบละ 170 คน ซึ่งต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จนกว่าจะจบช่วงระวังวิกฤตไฟป่า

- Advertisement -