วงถกเชื่อยื่นอุทธรณ์สู้ ‘คดีเสือดำ’ ทั้งสองฝ่าย กังขา ‘เปรมชัย’ หลุดข้อหาครอบครองซากเสือ

ประธานมูลนิธิสืบฯเปิดข้อสงสัยเหตุใด “เปรมชัย” รอดครอบครองซากเสือดำ ทั้งที่ต้มหางกิน-ผลตรวจนิติฯชัด ด้านหัวหน้าทุ่งใหญ่ฯ งงคำตัดสิน

นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เปิดเผยในเวทีเสวนา “1 ปี คดีเสือดำ กับคำตัดสินที่รอคอย” จัดโดย ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2562 ตอนหนึ่งว่า คำตัดสินคดีของนายเปรมชัย กรรณสูต ตามความผิดหลักคือสนับสนุนการล่าสัตว์ป่า ยังคงมีข้อสงสัยว่าเหตุใดข้อหาครอบครองซากเสือดำจึงหลุดไป ทั้งที่ตามข่าวพบว่ามีการต้มหางเสือกินกัน และผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าระบุว่า เป็นหางเดียวกับหนังและเลือดที่มีดทำครัว เขียง และคราบเลือดที่ใบหญ้าบริเวณนั้น

นายศศิน กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าอุทธรณ์สู้กันต่อ โดยฝ่ายโจทก์คืออัยการ กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อาจจะต้องการให้โทษหนักขึ้นหรือไม่ ส่วนฝ่ายจำเลยคือนายเปรมชัย อาจจะมุ่งเป้าต่อสู้เพื่อให้คำตัดสินจำคุกเหลือเพียงรอลงอาญา ซึ่งมีการมองว่าการต่อสู้คดีจะทำให้โทษค่อยๆ ลดลงหรือไม่ หากฝ่ายกฎหมายของนายเปรมชัยเก่งจนสามารถเพิ่มน้ำหนักของการกระทำว่าขาดเจตนา หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้นคดีขณะนี้มีความผิดแน่นอน สิ่งที่ต้องมองต่อไปคือการรับโทษหลังจากนี้

“แต่หากนายเปรมชัยจะมีสปิริต ยอมรับผิดไปเลยแล้วจบเรื่อง ก็จะเป็นกรณีที่น่าสนใจ เมื่อศาลพิากษาว่ามีความผิดขนาดนี้จะสู้ต่อไปทำไม โทษก็ไม่ได้หนักเท่าไร ถ้าเขาจะใช้โอกาสนี้แสดงให้เห็นว่าเมื่อทำผิดแล้วควรทำอย่างไร สามารถสำนึกยอมรับและเปลี่ยนความคิดได้หรือไม่ ซึ่งจะส่งผลวงกว้างต่อค่านิยมการล่าสัตว์ป่าถ้าขนาดนายเปรมชัยยังเลิก เพราะต้องยอมรับว่าผลสะเทือนจากคดีนี้ได้ทำให้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับใหม่ที่ผ่าน สนช.ไป มีการเพิ่มโทษในเรื่องของสัตว์ป่าคุ้มครองมาก” นายศศิน กล่าว

นายศศิน กล่าวว่า นอกจากคำตัดสินของศาลแล้ว อีกเรื่องที่น่าสนใจคือการที่สังคมออกมาแสดงออกถึงการไม่ยอมรับความผิดลักษณะนี้ รวมถึงผลหลังจากนี้ที่รัฐบาลชุดหน้าจะต้องมารับช่วงต่อ รับภาระว่าในยุคของรัฐบาลหน้า จะมีท่าทีกับบริษัท อิตาเลียน-ไทย อย่างไร เมื่อมีคำพิพากษาว่าประธานบริษัทกระทำผิดจริง และถูกตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญา รวมถึงท่าทีระหว่างกรรมการกับประธานบริษัท ซึ่งจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้คำตัดสินของศาล

นายศศิน กล่าวอีกว่า ในส่วนของทางมูลนิธิฯ จะยังคงสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการต่อสู้อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างมาตรฐานว่าการทำงานแบบนายวิเชียร ชิณวงศ์ เป็นอย่างไร เกิดมาตรฐานสู่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่อื่นๆ ว่าคดีของผู้มีอิทธิพลมาจะเป็นแบบนี้ และเจ้าหน้าที่จะไม่แพ้ ส่วนการดำเนินหลังจากนี้ทางมูลนิธิฯ จะต้องไปวางแผนว่าควรทำอย่างไรจึงจะให้เกิดผล พร้อมนำเอาคำพิพากษาฉบับเต็มมาวิเคราะห์แยกแยะให้สังคมเห็น

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าระบบการพิจารณาในคดีนี้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว โดยผลคำพิพากษาที่ออกมานั้นทางคณะทำงานจำเป็นจะต้องรอฉบับเต็มมาวิเคราะห์เพื่อดูคำวินิจฉัย ขณะนี้ทางอัยการจึงต้องขอเวลาคัดคำพิพากษาโดยละเอียดมาดูว่าควรยื่นอุทธรณ์หรือไม่อย่างไร ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องยื่นภายใน 30 วัน หรือถ้าไม่ทันก็จะต้องขอขยายเวลา ทั้งนี้กระบวนการยุติธรรมนั้นให้โอกาสทั้งสองฝ่ายยื่นอุทธรณ์ หากฝ่ายจำเลยมองว่าโทษหนักไป หรือฝ่ายโจทก์มองว่าโทษน้อยไป

“อันที่จริงคดีแบบนี้เป็นคดีทั่วไปที่อัยการในเขตป่า เขตอุทยานฯ ทำกันเป็นปกติ ไม่ใช่คดีที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนและโดยทั่วไปมักยอมรับสารภาพ แต่คดีนี้เป็นบุคคลที่มีสถานะสังคมและเป็นที่สนใจ ซึ่งในการรวบรวมพยานหลักฐานอัยการอาจเห็นว่าพอที่จะฟ้องแล้วในชั้นนั้น แต่ปัญหาของการสืบพยานในศาลไทยเป็นระบบกล่าวหา ฝ่ายโจทก์ต้องสืบพยานหลักฐานให้ศาลมั่นใจ ถ้ามีพยานหลักฐานใดที่ศาลมีข้อสงสัยจำเป็นจะต้องยกประโยชน์ให้จำเลย ดังนั้นคดีแบบนี้คนจนคนรวยอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน” นายโกศลวัฒน์ กล่าว

นายโกศลวัฒน์ ยืนยันว่า กฎหมายนั้นศักดิ์สิทธิ์หากประชาชนทุกคนไม่เพิกเฉย เมื่อเห็นเหตุแล้วไม่ยอมเพิกเฉย ลุกขึ้นมาแจ้งเจ้าหน้าที่หรือช่วยกันเก็บหลักฐานต่างๆ ก็จะช่วยให้ดำเนินคดีได้ ไม่อยากให้มองว่าคุกมีไว้ขังคนจน เป็นสิ่งที่ไม่เห็นด้วยเพราะอัยการเองก็ฟ้องคนรวยจนผิดและติดคุกไปแล้วมากมาย วันนี้จึงอยากให้เปลี่ยนทัศนคติว่ากฎหมายไม่ได้เลือกปฏิบัติ เมื่อคุณเปรมชัยถูกตัดสินจำคุกได้ ไม่อยากให้คำพูดที่บิดเบือนกระบวนการทำให้คนทำงานเสียกำลังใจ

นายวิเชียร ชิณวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า หลายคนงงกับคำตัดสินที่ออกมา แม้จะยังไม่ได้อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม แต่อาจมีความรู้สึกว่าไม่ตรงใจ โดยเฉพาะข้อหาเรื่องครอบครองซากเสือดำบริเวณแคมป์ว่าเหตุใดถึงถูกยกฟ้อง ซึ่งในส่วนนี้ได้มีการคุยกับนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าชุดพญาเสือ ว่าจะมีการอุทธรณ์ในข้อหาที่ถูกยกฟ้องออกไป โดยรอให้อัยการคัดคำพิพากษาฉบับเต็ม

นายวิเชียร กล่าวว่า อย่างไรก็ตามตลอด 1 ปีที่แบกรับความคาดหวังต่างๆ เอาไว้ ภายหลังคำตัดสินนั้นเหมือนได้ปลดเปลื้องความหนักอึ้งบนบ่าลงชั่วคราว เมื่อทำให้สังคมไทยได้เห็นความศักดิ์สิทธิ์ว่ากฎหมายไม่แบ่งชนชั้น ซึ่งในส่วนกรณีค่าเสียหายทางแพ่ง ประเทศไทยไม่เคยมีการประเมินมูลค่ากำหนดราคาสัตว์ป่าเอาไว้ แต่ในทางระบบนิเวศนั้นสัตว์ป่าเหล่านี้โดยเฉพาะสัตว์ผู้ล่านับว่ามีค่ามหาศาล ซึ่งทางกรมอุทยานฯ ได้ประเมินไว้ที่ 12 ล้านบาท เมื่อศาลพิพากษาให้ที่ 2 ล้านบาท ส่วนตัวก็ถือว่ารับได้ และอาจได้เป็นบรรทัดฐานแก่สัตว์ป่าที่ถูกล่าในอนาคต

“คนในพื้นที่ทุ่งใหญ่ได้รับการปลูกฝังมานาน เรามีเหตุการณ์ตัวอย่างในอดีต ที่คนใหญ่โตเป็นผู้กระทำความผิดรอดจากคดี สุดท้ายลูกน้องรับโทษแทน ซึ่งคนทุ่งใหญ่เจ็บช้ำน้ำใจมาพอสมควร คดีนี้เหมือนซ้ำรอยความรู้สึกที่เคยถูกย่ำยีมาในอดีต ว่าพื้นที่ที่มีการดูแลเข้มแข็งยังมีคนกล้าทำแบบนี้ ในลักษณะที่ไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่รัฐ แม้หากวันนั้นหัวหน้ามีการตกลงเรื่องเรียกรับผลประโยชน์ แต่ลูกทีมก็จะไม่เอาด้วย นี่คือจุดเด่นของบุคลากรในพื้นที่นี้ ดังนั้นมวยยกสองที่จะเกิดขึ้น ก็จะสู้ต่อไปจนกว่ามวยจะหมดยก” นายวิเชียร กล่าว

ด้าน นายธัชพงศ์ แกดำ ผู้ประสานงานกลุ่ม T’Challa พิทักษ์เสือดำ กล่าวว่า สังคมเคารพการตัดสินของศาล แต่คำถามที่เกิดขึ้นคือเขาหลุดจากข้อหาครอบครองซากเสือดำได้อย่างไร ซึ่งกระบวนการยุติธรรมจะต้องมีคำตอบตรงนี้ให้ชัด เมื่อวันนี้โทษของนายเปรมชัยกับผู้ที่ถูกตัดสินว่ายิงเสือนั้นต่างกันมาก หลายคนทำผิดแต่ไม่เคยเดินเข้าห้องขัง เพราะกระบวนการและเทคนิคทางกฎหมาย ฉะนั้นทางกลุ่มยังคงต้องสู้ต่อไป ให้กระบวนการทางสังคมต้องเดินต่อ อย่าเพิ่งคิดว่าวันนี้ชนะแล้ว เพราะไม่ใช่การแข่งขันเพื่อเอาชนะ แต่จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานทางสังคม

“ความรู้สึกไม่เท่าเทียมนั้นซ่อนลึกอยู่ในก้นบึ้งของทุกคนในสังคมไทย แม้ผลการตัดสินขณะนี้คือโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญา แต่สังคมยังไม่เชื่อว่าสุดท้ายเขาจะก้าวขาเดินเข้าไปในคุกได้จริง ซึ่งถ้าคนยังเชื่อแบบนี้ กระบวนการยุติธรรมจะทำงานลำบาก นี่จึงเป็นกรณีศึกษา ดังนั้นเสือดำไม่ตายฟรีแน่นอน แต่ได้สร้างจิตสำนึกให้กับคนทุกวงการให้หันมาสนใจสัตว์ป่า สิ่งแวดล้อม และกระบวนการยุติธรรม รวมไปถึงมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตของผู้พิทักษ์ป่า สนับสนุนให้เขาได้ทำหน้าที่อยางเต็มที่” นายธัชพงศ์ กล่าว

- Advertisement -