กุรักราม (Gurugram) เมืองฮับด้านอุตสาหกรรมไฮเทคของอินเดีย ตั้งอยู่ห่างจากกรุงนิวเดลีไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นเมืองที่ครองแชมป์มีมลพิษทางอากาศเป็นอันตรายร้ายแรงที่สุดในโลก

ขณะที่ เมอร์เซอร์ (Mercer) บริษัทให้คำปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลชั้นนำของโลก เปิดเผยผลการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก ประจำปี 2019 เมื่อเร็วๆ นี้ โดยยกให้กรุงเวียนนา ของประเทศออสเตรีย ครองแชมป์อย่างเหนียวแน่นต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 (การจัดอันดับข้อมูลของเมืองใหญ่ทั่วโลก 231 แห่ง)

กรีนพีช (Greenpeace) และแอร์วิชวล (AirVisual) บริษัทวัดค่าฝุ่นละอองในอากาศได้เปิดเผยการจัดอันดับเมืองที่มีค่ามลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลกประจำปี 2018 โดยพบว่า กุรักราม (Gurugram) เมืองที่เป็นฮับด้านอุตสาหกรรมไฮเทคของอินเดีย ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงนิวเดลีไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นเมืองที่ครองแชมป์มีมลพิษทางอากาศเป็นอันตรายร้ายแรงที่สุดในโลก

ผลสำรวจที่มีการเก็บข้อมูลคุณภาพอากาศจากกว่า 3,000 เมืองทั่วโลก ระบุว่า กุรักรามมีค่าเฉลี่ย PM2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอนซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาสุขภาพมากมาย อยู่ที่ 135.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) และในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมปี 2017 ดัชนีคุณภาพอากาศของเมืองนี้ยังเคยทะลุ 200 มคก./ลบ.ม. หรือสี่เท่าของค่ามาตรฐานความปลอดภัยอีกด้วย

ขณะที่อันดับ 2 และ 3 รองลงมา คือเมืองกาซิอาบาด (Ghaziabad) ของอินเดียและเมืองไฟซาลาบัด (Faisalabad) ในปากีสถาน ตามลำดับ และที่น่าตกใจ เมื่อดูสถิติดังกล่าว พบว่าใน 10 อันดับแรก เป็นเมืองที่อยู่ในประเทศอินเดียทั้งหมดถึง 7 แห่ง ขณะที่กรุงนิวเดลี เมืองหลวงซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 20 ล้านคน ถูกจัดว่าเป็นเมืองมีมลพิษทางอากาศมากที่สุดเป็นอันดับที่ 11 ของโลก นำหน้าเมืองหลวงประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียใต้อย่าง กรุงธากา (Dhaka) ของบังกลาเทศ ในอันดับที่ 17, และกรุงคาบูล (Kabul) ของอัฟกานิสถาน ในอันดับที่ 52

สำหรับประเทศจีน ในปีที่ผ่านมาสถานการณ์ด้านมลพิษทางอากาศของหลายเมืองเริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยเมืองโหถาน (Hotan) ในเขตปกครองตนเองซินเจียง มีอันดับลดลงมาอยู่อันดับที่ 8 ขณะที่เมืองอื่นๆ ก็มีอันดับที่ดีขึ้นเช่นกัน อย่างเช่นกรุงปักกิ่งร่วงลงจาก 100 อันดับแรกไปแล้ว ซึ่งทั้งหมดเป็นผลมาจากความพยายามของรัฐบาลจีนที่เข้ามาควบคุมปัญหาดังกล่าว

ในยุโรป ซาราเยโว (Sarajevo) เมืองหลวงของประเทศบอสเนียเป็นเมืองที่มีค่าดัชนีฝุ่นพิษทางอากาศสูงที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 38.4 มคก./ลบ.ม. ส่วนลอนดอนและวอชิงตันดีซี เมืองหลวงของมหาอำนาจอย่างอังกฤษและสหรัฐอเมริกามีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 12 และ 9.2 มคก./ลบ.ม.ตามลำดับ

เยบ ซาโน (Yeb Sano) ผู้อำนวยการกรีนพีซประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า มลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองนี้กำลังขโมยชีวิตประจำวันและอนาคตของผู้คน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ยิ่งทำให้มลพิษทางอากาศเลวร้ายลง และปัญหานี้เองก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดโลกร้อน มีที่มาจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง พร้อมกับเรียกร้องให้บรรดาผู้นำโลกหาทางรับมือกับปัญหานี้อย่างจริงจัง

“เราต้องการให้รายงานชิ้นนี้ทำให้ผู้คนหันมาให้ความสำคัญอากาศที่พวกเขากำลังหายใจมากขึ้น รวมถึงมีความเข้าใจผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดจากมลพิษทางอากาศและช่วยกันปกป้องอากาศบริสุทธิ์ให้ยังอยู่กับเราไปอีกตราบนานเท่านาน” ซาโน กล่าว

ปัจจุบันนี้มี 92 เมืองทั่วโลกที่ค่าดัชนีคุณภาพอากาศเกินมาตรฐาน อยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ หากสูดดมเข้าร่างกายต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจะทำให้เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเเละหัวใจ

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่า ในแต่ละปีมีคนราว 7 ล้านคนทั่วโลกที่ต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากปัญหาด้านมลพิษทางอากาศ ขณะที่ธนาคารโลก (World Bank) ประเมินว่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากแรงงานที่หายไปนี้มีมูลค่าสูงถึง 2.25 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา: www.theguardian.com
- Advertisement -