ชู ‘ลำพูน’ ต้นแบบจัดการขยะอันดับหนึ่งในไทย ปลอดโฟมทุกอำเภอ-ถังขยะเปียกลดโลกร้อน

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ลงพื้นที่ติดตามโครงการถังขยะเปียก-ลดโลกร้อน ชู “ลำพูน” เป็น 1 ในทุกมิติของการบริหารจัดการขยะ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เปิดเผยภายหลังกิจกรรมเปิดจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน “ครัวเรือนต้นแบบลด คัดแยกขยะที่ต้นทาง” เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2562 ตอนหนึ่งว่า จ.ลำพูน ได้แสดงให้เห็นถึงความตระหนักของปัญหาขยะมูลฝอย และมีการดำเนินการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ จนได้รับรางวัลชนะเลิศจังหวัดสะอาด ในปี 2560 และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย จากการรณรงค์ให้ประชาชนทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน บริหารจัดการขยะอินทรีย์หรือขยะเปียกด้วยตนเองเป็นจังหวัดแรกของประเทศ

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันในปี 2561 จ.ลำพูน ได้ต่อยอดโดยการรณรงค์ให้ประชาชนในจังหวัดร่วมกัน ลด ละ เลิกการใช้โฟมบรรจุอาหาร ซึ่งทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกอำเภอ สามารถประกาศเจตนารมณ์เป็นพื้นที่ปลอดโฟมบรรจุอาหารได้ครบทุกแห่งด้วย และ จ.ลำพูน ยังแสดงให้เห็นถึงการขยายผลเป็นปีที่ 3 โดยจัดกิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์การคัดแยกขยะ กิจกรรมติดตามและประเมินผลการดำเนินงานคัดแยกขยะในครัวเรือน เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานที่ต่อเนื่อง

“ต้องชื่นชมผู้บริหารจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน รวมทั้งแกนนำชุมชนที่มีความรู้ มีความตระหนัก และเป็นตัวอย่างที่ดี มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพื้นที่ที่ดำเนินการด้านเดียวกัน แล้วนำมาประยุกต์ใช้ในชุมชนของตนเอง ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วนในชุมชน สามารถบูรณาการนวัตกรรมกับกิจกรรมอื่นๆ ทำให้สามารถเป็นจังหวัดตัวอย่าง หรือจังหวัดต้นแบบให้แก่จังหวัดอื่นๆ ได้ จนกล่าวได้อีกว่าเป็นที่ 1 ในทุกมิติของการบริหารจัดการขยะ ที่เป็นวาระแห่งชาตินี้ได้เลยทีเดียว” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

ภายในวันเดียวกัน ยังได้มีการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานการจัดเก็บข้อมูลขยะเปียกครัวเรือน ในการทำวิจัยการประเมินและรับรองผลการบริหารจัดการขยะเศษอาหารตามแนวทางการทำถังขยะเปียก ในการช่วยลดสภาวะโลกร้อนโดยเทียบเท่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ของ 3 กลุ่มเป้าหมาย คือ ประเภทครัวเรือน ประเภทศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และประเภทโรงเรียน ซึ่งในอนาคตการจัดทำถังขยะเปียกครัวเรือนสามารถประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงได้ และหากได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองเพื่อพัฒนาคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ก็อาจมีรายได้ในอนาคตกลับคืนสู่ชุมชน

นายสุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า จ.ลำพูน ยังได้มีการดำเนินการการจัดการขยะเปียกครัวเรือนนำร่อง เพื่อคำนวนหาค่าเฉลี่ยอัตราการเกิดขยะเศษอาหาร ในการลดภาระการบริหารจัดการขยะของส่วนรวม และสร้างมูลค่าเพิ่มจากสารบำรุงดินที่ได้จากการหมักขยะเศษอาหารในถังขยะเปียก ของพื้นที่เทศบาลตำบลแม่แรง เทศบาลตำบลอุโมงค์ และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านปวง จำนวนกว่า 900 แห่งได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งความสำเร็จนี้ล้วนมาจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ที่จะช่วยผลักดันการจัดทำถังขยะเปียกครัวเรือนนี้ให้ครบทุกครัวเรือน

- Advertisement -