วิจัยชี้ไทยเปลี่ยนใช้ ‘ยานยนต์ไฟฟ้า’ เพียง 60% ช่วยชาติลดต้นทุนสังคม-เชื้อเพลิงกว่า 8 หมื่นล.

นักวิจัยสกว.ชี้ยานยนต์ไฟฟ้า เซฟเงินชาติหลายหมื่นล้านบาทต่อปี แนะรัฐใช้มาตรการส่งเสริมการเงิน ลดราคา-ภาษี

ผศ.ภูรี สิรสุนทร อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะนักวิจัยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจภายใต้งานวิจัย โครงการประเมินมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าต่อการยอมรับของผู้บริโภคและประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคขนส่ง พบว่าคนไทยมีอัตราการยอมรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อยู่ที่ 60% แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้รถยินดีที่จะเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีปัจจัย 3 ส่วนที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ คือ ปัจจัยส่วนบุคคล การศึกษา และรายได้ ปัจจัยภายในเกี่ยวกับตัวรถ ราคา ค่ายรถ และสมรรถนะของรถ สุดท้ายคือปัจจัยภายนอก บริการหลังการขาย เป็นต้น

ทั้งนี้ หากประเทศไทยมีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าตามอัตราการยอมรับที่ 60% ของเป้าหมาย 1.2 ล้านคันภายในปี 2579 พบว่าความต้องการน้ำมันเบนซิลจะลดลงโดยรวม 600 ล้านลิตร ดีเซลลดลงโดยรวม 313.9 ล้านลิตร ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ลดลง 174.7 ล้านลิตร ในขณะที่ความต้องการไฟฟ้าจะสูงขึ้นเฉลี่ย 2,994 GWh โดยต้นทุนเชื้อเพลิงที่ประหยัดได้คิดเป็น 11,936 ล้านบาท ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 650,059 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และลดมูลค่าต้นทุนทางสังคมได้ประมาณ 70,279 ล้านบาท ดังนั้นแล้วหากจะทำให้เกิดผลนี้ได้ ความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นเรื่องสำคัญ

ผศ.ภูรี กล่าวว่า จากการวิจัยเชิงเศรษฐศาสตร์ได้ข้อสรุปว่า ในการที่จะให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ EV นั้น จำเป็นต้องมีตัวชี้วัดเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะทั้งต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ยานยนต์หนึ่งคัน ไม่ว่าจะเป็นราคารถมือหนึ่งและราคาขายต่อ ค่าเชื้อเพลิง ค่าบำรุงรักษา รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะตามมาจากการซื้อ เช่น ดอกเบี้ย ประกัน และภาษี ซึ่งในปัจจุบันเมื่อเปรียบเทียบต้นทุนที่ผู้ใช้ยานยนต์ต้องจ่าย หรือต้นทุนเอกชน แล้ว EV ยังมีความโดดเด่นจูงใจไม่มากพอที่จะทำให้ผู้ซื้อเปลี่ยนมาซื้อ EV โดยเฉพาะเมื่อยานยนต์ในเซ็กเมนต์เดียวกันประเภทสันดาปภายในมีราคารถถูกกว่า ขณะที่ต้นทุนทางสังคม โดยเฉพาะต้นทุนที่เกิดจากมลพิษทางอากาศ การใช้ EV ไม่ก่อให้เกิดต้นทุนนี้และมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า

ผศ.ภูรี สิรสุนทร

“เพื่อให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการใช้ EV นอกจากรัฐบาลจะผลักดันโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนในประเทศแล้ว ยังควรใช้มาตรการส่งเสริมทางการเงินเพื่อลดราคา EV และ TCO ลง เช่น การลดภาษีนำเข้า การผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตเกี่ยวกับ EV ภายในประเทศ เพื่อให้ราคารถประเภทนี้ต่ำลงจนสามารถแข่งขันกับรถสันดาปภายในที่นิยมใช้ในปัจจุบันได้ นอกจากนั้นภาครัฐควรเป็นแกนนำในการเปลี่ยนยานยนต์ในสังกัดเป็น EV รวมถึงขอความร่วมมือไปยังผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะใช้เช่นกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับประสิทธิภาพที่ดี” ผศ.ภูรี กล่าว

ผศ.ภูรี กล่าวอีกว่า EV มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ประหยัดเชื้อเพลิง และมีประสิทธิภาพในการใช้งานสูง นอกจากนั้นยังประหยัดค่าใช้จ่ายในบางด้านลง แม้จะมีข้อด้อยที่ต้องคำนึง อย่างความไม่เหมาะแก่การใช้เดินทางไกล ไม่นับรวมด้านราคาขายในปัจจุบันที่ยังจัดว่าค่อนข้างสูง แต่เมื่อวัดกันที่การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวแล้วก็ยังถือว่ามีความคุ้มค่า พิสูจน์ได้จากหลายประเทศที่ตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมลพิษทางอากาศ ได้มีการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ประเภทนี้เป็นหลัก หรือหันมาสนับสนุนการผลิตยานยนต์ประเภทนี้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว เช่น นอร์เวย์ เยอรมัน ญี่ปุ่น อเมริกา และจีน เป็นต้น

- Advertisement -