เชื่ออนาคต ‘วิศวกรสิ่งแวดล้อม’ ต้องการมากขึ้น ภาครัฐยังมีน้อย-จำเป็นช่วยพัฒนาประเทศยั่งยืน

รองเลขาฯ สผ.เผยปัญหาสิ่งแวดล้อมไทยยังไม่สามารถจัดการได้ “ขยะ” ปัญหาหลัก ต้องการวิศวกรสิ่งแวดล้อมเข้ามาหน่วยงานรัฐมากขึ้น สู่เป้าหมายประเทศพัฒนาแล้วปี 2580

นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เปิดเผยในเวทีเสวนา “อนาคตวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมไทยใน 20 ปีข้างหน้า” เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2562 ตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในปี 2580 โดยการพัฒนาต้องอยู่บนพื้นฐานของความยั่งยืน ซึ่งการมีความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ในระยะเวลาที่จำกัด ดังนั้นไม่ว่าจะภาครัฐหรือเอกชนจำเป็นต้องมีความรู้หลากหลายด้าน และในปัจจุบันวิศวกรสิ่งแวดล้อมในหน่วยงานรัฐมีจำนวนน้อย จึงฝากถึงคนรุ่นใหม่ให้เล็งเห็นความสำคัญของการเข้าไปทำงานในส่วนของภาครัฐ ซึ่งวิศวกรสิ่งแวดล้อมจะเป็นที่ต้องการอย่างมากในอนาคต

นายพิรุณ กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยยังมีปัญหาที่ไม่สามารถจัดการได้ ปัญหาหลักคือ ขยะ ซึ่งจากรายงานสถานการณ์มลพิษของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในปี 2560 คนไทยทิ้งขยะไปแล้ว 27.4 ล้านตัน แม้ในปัจจุบันสามารถจัดการปัญหาขยะได้มากขึ้น แต่ยังมีปัญหาขยะที่หลงเหลือและยังจัดการอย่างไม่ถูกวิธีกว่า 7 ล้านตัน หรือราว 26% เมื่อกำจัดไม่ถูกวิธีจึงหลุดสู่ทะเล ประเทศไทยจึงกลายเป็นประเทศที่ผลิตขยะลงทะเล เป็นอันดับ 6 ของโลก

นายพิรุณ กล่าวอีกว่า อีกหนึ่งปัญหาคือเรื่องของคุณภาพน้ำผิวดิน ซึ่งในประเทศไทยทั้งแม่น้ำสายหลักและสายรอง มีคุณภาพน้ำอยู่ในระดับพอใช้ 55% และอยู่ในระดับเสื่อมโทรม 17% ส่วนปัญหาทะเลและชายฝั่ง ประเทศไทยมีชายฝั่งทะเลกว่า 2,000 กิโลเมตร มีการท่องเที่ยวทางทะเลเป็นรายได้สำคัญของประเทศ แต่พบว่าน้ำทะเลในประเทศขณะนี้เริ่มเสื่อมโทรมลง อยู่ในระดับพอใช้ 35% อยู่ในระดับเสื่อมโทรม 3% และเสื่อมโทรมที่สุด 1%

รศ.ชนาธิป ผาริโน ผู้อำนวยการฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่า ในอนาคตโอกาสของวิศวกรสิ่งแวดล้อมจะไม่ได้จำกัดแค่ในประเทศอีกต่อไป เพราะเรื่องของสิ่งแวดล้อมคือสิ่งที่มีทุกที่ทั่วโลก และทุกคนต้องการสิ่งแวดล้อมที่ดี ทำอย่างไรจะเกิดประโยชน์มากที่สุดกับคนในสังคม ซึ่งไม่ใช่แค่สังคมไทยเพียงเท่านั้น และต่อไปผู้คนจะเกิดความต้องการบริการด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น เครื่องกรองฝุ่นที่หลากหลาย ในราคาที่สามารถเข้าถึงได้

ด้าน นายศิรศักดิ์ จันเทรมะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นอกจากความรู้ด้านเทคนิคและสิ่งแวดล้อมแล้ว ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก วิศวกรสิ่งแวดล้อมต้องรู้จักปรับตัว และมีความรู้เรื่องของกฎหมาย ความรู้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในด้านการสื่อสารหรือความร่วมมือ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้แม้ในอนาคตก็ตาม นอกจากนั้นยังมีเรื่องการตามให้ทันยุคสมัยอีกด้วย เช่น โครงการเรือไฟฟ้า คือเรือที่ไม่ต้องใช้น้ำมัน ซึ่งจะช่วยลดพลังงานลงเหลือแค่ 1 ใน 4 นอกจากจะสามารถช่วยในเรื่องของสิ่งแวดล้อมได้แล้ว ยังสามารถช่วยประหยัดเงินในการเติมน้ำมันไปในตัว

- Advertisement -