ชี้ ‘กม.อากาศสะอาด’ อาจยังไม่จำเป็นใช้แก้ฝุ่น พรบ.สิ่งแวดล้อมครอบคลุมพอ-ควรเน้นยูโร 5

ชี้ ‘กม.อากาศสะอาด’ อาจยังไม่จำเป็นใช้แก้ฝุ่น พรบ.สิ่งแวดล้อมครอบคลุมพอ-ควรเน้นยูโร 5

นักวิชาการกก.คพ.ระบุ กฎหมายอากาศสะอาดอาจไม่จำเป็นแก้ปัญหา PM2.5 ชี้พรบ.สิ่งแวดล้อมครอบคลุมเพียงพอ ควรเน้นใช้น้ำมันยูโร 5 แก้ปัญหาด้านราคา

นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการควบคุมมลพิษ เปิดเผยในเวทีเสวนา “แนวทางและมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของประเทศไทย” จัดโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2562 ตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันมีกลุ่มนักวิชาการกำลังขับเคลื่อนให้มีกฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act) ซึ่งถือเป็นเรื่องดี แต่ขณะนี้ประเทศไทยมี พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 ที่ครอบคลุมเรื่องมลพิษทางอากาศเอาไว้แล้ว และที่ผ่านมาคุณภาพอากาศที่ดีขึ้นในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ล้วนมาจากการทำงานภายใต้กลไกของ พ.ร.บ.ฉบับนี้

นายสุพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับในอนาคตหนึ่งในมาตรการที่ช่วยลดปัญหามลพิษในอากาศ คือการยกระดับพลังงานเชื้อเพลิงเป็นมาตรฐานยูโร 5 ซึ่งการนำรถยนต์ยูโร 5 เข้ามาใช้ใน กทม.จะช่วยลดมลพิษบนท้องถนนลงได้ แต่มาตรการเช่นนี้ไม่สามารถทำได้ทันท่วงที เนื่องจากตัวน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 มีราคาสูง และขายแพงกว่าน้ำมันมาตรฐานธรรมดา 3 บาทต่อลิตร ดังนั้นในปีหน้าอาจมีการนำรถยนต์ยูโร 5 เข้ามาใช้ในพื้นที่เขตวิกฤติก่อน 3-4 แสนคัน จากนั้นจึงจะทยอยนำเข้ามาเรื่อยๆ โดยระหว่างนั้นอาจใช้มาตรการอื่นๆ จัดการปัญหาเรื่องฝุ่นไปก่อน

นายยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า การแก้ปัญหามลพิษทางอากาศนั้น ต้องควบคุมมลพิษจากตัวยานยนต์เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าประเทศไทยสามารถขยับมาตรฐานเชื้อเพลิงจากยูโร 4 เป็นยูโร 5 สำเร็จ ปัญหาเรื่องมลพิษในอากาศจะลดน้อยลง ทั้งนี้การแก้ปัญหามลพิษในอากาศต้องมองใน 4 เรื่องหลัก ประกอบด้วย การใช้เทคโนโลยีสะอาด การใช้เชื้อเพลิงสะอาด มาตรการจัดการควันดำและการดูแลเครื่องยนต์ที่เหมาะสม รวมถึงมาตรการลดระยะการเดินทางจาการใช้รถยนต์

“ประเทศไทยยังมีคนที่นิยมใช้รถกระบะเก่าๆ อยู่ เพราะภาษีมันถูก แต่ในต่างประเทศบางประเทศ รถที่เก่าภาษีจะยิ่งแพง เพราะมีการปล่อยมลพิษเยอะ ฉะนั้นเราอาจจะต้องเก็บภาษีจากรถที่ปล่อยมลพิษเพิ่ม แล้วรณรงค์ให้คนหันมาใช้รถพลังงานสะอาดและรถพลังงานไฟฟ้า EV” นายยศพงษ์ กล่าว

ด้าน นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ที่ผ่านมามาตรการแก้ปัญหามลพิษฝุ่น PM2.5 ต่างๆ ประสบผลสำเร็จทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่ในส่วนที่เป็นมาตรการเร่งด่วนอย่างการเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงมาตรฐานยูโร 5 นั้น ทาง ทส.ได้มีการพูดคุยกับกระทรวงพลังงานไว้แล้วว่า ในช่วงที่ กทม.เกิดวิกฤติมลพิษทางอากาศอย่างรุนแรง จะนำรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงมาตรฐานยูโร 5 เข้ามาใช้ และจะทำการปรับเปลี่ยนขนส่งสาธารณะ รวมถึงยานยนต์ประเภทต่างๆ ที่สัญจรอย่างสม่ำเสมอเป็นมาตรฐานยูโร 5 ทั้งหมด

 , ,