ไทยเริ่มใช้ ‘เสื้อผ้าลดโลกร้อน’ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ‘คูลโหมด-เบอร์ 5’ ไม่ต้องรีด อนาคตไม่ต้องซัก

“อบก.-สสท.-กฟผ.” พัฒนาเสื้อผ้าคูลโหมด-เบอร์ 5 ใส่เย็นสบาย-ไม่ต้องรีด นำไปใช้แล้วกว่า 100 หน่วยงาน ช่วยลดโลกร้อน-ลดใช้ไฟฟ้า คาดอนาคตพัฒนาไม่ต้องซักเสื้อผ้า ประหยัดน้ำเพิ่ม

นางประเสริฐสุข เพฑูรย์สิทธิชัย ผู้อำนวยการองค์การบริการจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) หรือ อบก. เปิดเผยว่า ฉลากคูลโหมด ซึ่งเป็นหนึ่งในฉลากคาร์บอนใช้รับรองเสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษในการซับเหงื่อ ระบายความร้อนได้ดี และช่วยเพิ่มความเย็นสบายให้กับผู้สวมใส่ โดยการพัฒนาร่วมกันระหว่าง อบก. และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (สสท.) นับตั้งแต่ปี 2552 ปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนเครื่องหมายคูลโหมดไปแล้ว จำนวน 123 โครงสร้างผ้า จาก 29 บริษัท และมีหน่วยงานที่ได้นำเสื้อผ้าคูลโหมดไปใช้งานมากกว่า 100 ราย

นางประเสริฐสุข กล่าวว่า ประเทศไทยมีการใช้พลังงานไปกับเครื่องปรับอากาศในที่อยู่อาศัยถึง 45% และ 60% ในอาคารพาณิชย์ ซึ่งนโยบายของรัฐบาลต้องการสนับสนุนให้มีการลดใช้พลังงาน ลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก โดยเสื้อผ้าคูลโหมดสามารถตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้ คือ 1.สวมใส่ปลอดภัยต่อสุขภาพ เพราะมีปริมาณสารฟอร์มาลดีไฮด์ โลหะหนัก และสีเอโซ อยู่ในระดับที่ปลอดภัย 2.มีคุณภาพต้านแรงดึงหรือยืดสูง สีคงทนต่อแสง 3.สวมใส่เย็นสบาย ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ดูดซับสิ่งสกปรก

“ไทยไม่ใช่ประเทศแรกที่ริเริ่มการทำเสื้อผ้าคูลโหมด ที่ประเทศญี่ปุ่นมีการเริ่มทำผ้าคูลบิซ (Cool Biz) โดยรัฐบาลในปี 2548 ด้วยแนวคิดที่ต้องการลดก๊าซเรือนกระจกลง ซึ่งได้มีการให้ข้าราชการใส่เสื้อแขนสั้นที่ใส่แล้วเย็นสบายแทนการใส่เสื้อเชิ้ตในวันที่อากาศร้อน และประเทศเกาหลีใต้ ได้มีการรณรงค์ให้ใช้เสื้อผ้าคูลโหมด โดยการใช้ไอดอลมาเป็นคนโปรโมทเพื่อดึงดูดความสนใจจากประชาชน ซึ่งประเทศไทยอาจนำความน่าสนใจส่วนนี้มาปรับใช้” นางประเสริฐสุข กล่าว

นายจิระศักดิ์ มัณฑางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารด้านการใช้ไฟฟ้าและกิจการเพื่อสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า กฟผ.ได้ร่วมมือกับ สสท. ในการพัฒนาเสื้อผ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 โดยนำคุณสมบัติของเสื้อผ้าคูลโหมด มาพัฒนาร่วมกับความเรียบของผ้า ส่งผลให้เนื้อผ้ามีการระบายอากาศได้ดี สามารถใช้งานในห้องปรับอากาศที่มีอุณหภูมิมากกว่า 25 องศาเซลเซียส และสามารถคืนตัวหลังการซักได้ โดยปัจจุบันมีองค์กรที่ร่วมใช้เสื้อผ้าเบอร์ 5 ไปแล้ว 49 องค์กร หรือเท่ากับ 107,032 ตัว พร้อมมีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ 18 บริษัท 22 เครื่องหมายการค้า

นายศักดา บุญทองใหม่ หัวหน้ากองส่งเสริมประสิทธิภาพอุปกรณ์ไฟฟ้า กฟผ. กล่าวว่า สินค้าเบอร์ 5 มีทั้งเป็นเสื้อผ้า กางเกง กระโปรง และผ้าม้วน โดยมีคุณสมบัติช่วยประหยัดไฟฟ้าได้เนื่องจากไม่ต้องรีด ซึ่งการรีดเสื้อผ้า 12 ตัว คิดเป็นค่าไฟฟ้า 1 ยูนิต ทั้งนี้ปัจจุบันมีการติดป้ายฉลากเบอร์ 5 ให้กับเสื้อผ้าไปแล้ว 1.7 แสนตัว เท่ากับลดการใช้ไฟฟ้าลงไปได้ 675,000 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี หรือคิดเป็นค่าไฟฟ้า 2.7 ล้านบาทต่อปี รวมถึงมีส่วนช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 390 ตันต่อปี

ด้าน นายชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการ สสท. กล่าวว่า เสื้อผ้าคูลโหมดเป็นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำผลิตภัณฑ์ โดยการทำให้เสื้อผ้าใส่แล้วเย็นสบายด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่ง สสท. และ อบก. อยากผลักดันให้ผู้ประกอบการได้แสดงศักยภาพอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย ทั้งนี้ภายหลังจากที่ กฟผ.ได้เข้ามาร่วม เสื้อผ้าเบอร์ 5 จึงกำเนิดขึ้นด้วยการทำให้เสื้อผ้าประหยัดพลังงานโดยการไม่รีดผ้า ซึ่งตรงกับการใช้ชีวิตของผู้คนปัจจุบันที่ไม่อยากเสียเวลารีดเสื้อผ้าด้วย