คนอยู่ตึกสูงเสี่ยงรับฝุ่น PM2.5 มากกว่าริมถนน เหตุอากาศปิด-โดมความร้อนครอบกรุงเทพฯ

นักวิชาการเผยคนอยู่ตึกสูงเสี่ยงรับมลพิษ PM2.5 มากกว่าคนเดินถนนหลายเท่า ระบุลักษณะอากาศปิดโดมความร้อนทำฝุ่นสะสมโดยเฉพาะช่วงกลางคืน

ศ.ธนวัตน์ จารุพงษ์สกุล ราชบัณฑิตและประธานสถาบันโลกร้อนศึกษาประเทศไทย (TGWA) เปิดเผยในเวทีเสวนา “ข้อมูลใหม่-มลพิษอากาศ PM2.5 ของประเทศไทย: กลไกและแนวทางแก้ไข” จัดโดย TGWA มูลนิธินภามิตร ร่วมกับศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2562 ตอนหนึ่งว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารสูงตอนกลางคืน มีความเสี่ยงได้รับมลพิษจากฝุ่น PM2.5 เข้าสู่ร่างกายมากกว่าคนเดินเท้าริมถนนในตอนกลางวันหลายเท่า เนื่องจากปรากฏการณ์ลักษณะอากาศปิดแบบโดมความร้อน

ศ.ธนวัตน์ กล่าวว่า ลักษณะอากาศปิดแบบโดมความร้อนผกผันลดระดับ เปรียบเสมือนเมืองใหญ่มีฝาชีความร้อนมาครอบอยู่ ส่งผลให้อากาศใกล้พื้นดินร้อนอบอ้าว ไม่มีลมพัด มองไม่เห็นก้อนเมฆในตอนกลางวัน โดยเฉพาะในช่วงเวลา 19.00-07.00 น. ความเร็วลมบนที่สูงจะลดลงกว่าปกติ ทำให้มลพิษทางอากาศที่ลอยขึ้นไปจากภาคพื้นดินไม่สามารถกระจายตัวได้ เกิดเป็นการสะสมในอากาศ จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมบุคคลที่อาศัยอยู่ในอาคารสูงเสี่ยงได้รับมลพิษเข้าสู่ร่างกายได้มากกว่าคนเดินเท้าริมถนนในตอนกลางวัน

“มาตรการฉีดพ่นน้ำต่างๆ นั้น ไม่ได้ช่วยลดค่าฝุ่น PM2.5 แต่สิ่งที่จะทำให้คุณภาพอากาศในช่วงนี้ดีขึ้น เกิดจากฝาชีความร้อนที่ครอบกรุงเทพฯ ไว้มันเปิดออก กล่าวคือเมื่อลักษณะอากาศปิดแบบโดมความร้อนเปิดออก คุณภาพอากาศก็จะดีขึ้น เมื่อไม่มีฝาชีมาครอบไว้ มลพิษที่ลอยขึ้นไปจากภาคพื้นดินก็จะสามารถกระจายตัวออกไปได้” ศ.ธนวัตน์ กล่าว

ผศ.สุรัตน์ บัวเลิศ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้ติดตั้งเครื่องวัดคุณภาพอากาศไว้บนเสาสูงกว่า 130 เมตร เพื่อวัดคุณภาพอากาศทั้งจากระยะล่าง ระยะกลาง และระยะบน โดยใช้เครื่องมือวัดมาตรฐานเดียวกับกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ซึ่งพบว่าอากาศมีการขึ้นลงตามเวลา โดยปกติในเวลากลางวันอากาศจะลอยตัว ส่งผลให้ฝุ่นละอองเบาบาง และสามารถลอยขึ้นไปเองได้ตามธรรมชาติ

ผศ.สุรัตน์ กล่าวว่า หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 30-31 ม.ค.ที่ผ่านมา จะพบสิ่งที่ผิดธรรมชาติคือความเร็วลมในอากาศทั้งภาคพื้นดินและด้านบนลดต่ำลงมาก เนื่องจากมีลักษณะอากาศปิดแบบโดมความร้อนผกผันลดระดับ หรือ inversion ครอบกรุงเทพฯ ไว้อยู่ ทำให้มลพิษฝุ่นไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนได้ เกิดการอัดแน่นของอากาศจนทำให้ค่ามลพิษฝุ่น PM2.5 ที่ลอยอยู่เหนือหัวเรา มีค่าความเข้มข้นกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

“สิ่งที่เราเห็นจะแตกต่างจากมุมมองที่ทุกคนเคยเห็น เพราะปกติการวัด PM2.5 จะวัดแค่ระดับพื้นดิน เราจะเห็นเพียงค่าในเวลาที่กำหนดไว้ แต่การวัดจากระดับล่าง กลาง และบน ทำให้เราพบลักษณะนี้” ผศ.สุรัตน์ กล่าว