ครม.ไฟเขียวแก้ปัญหา ‘ฝุ่นละอองพิษ’ 3 ระยะ จ่อรีดภาษีรถเก่า-เผาในที่โล่งความผิดอาญา

ครม.เห็นชอบ 3 มาตรการ แก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 กำหนดพื้นที่ฝุ่นมากกว่า 50 ไมโครกรัม ห้ามรถมลพิษสูงวิ่งในกรุงทเพฯชั้นกลาง-ชั้นนอก

พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ครม.มีมติรับทราบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอเรื่องแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ปริมณฑล และในพื้นที่จังหวัดต่างๆ เป็น 3 ระยะได้แก่ ระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง และระยะยาว

สำหรับมาตรการระยะเร่งด่วน มีแนวทางการปฏิบัติ 3 ขั้น คือ ขั้นเตรียมการ (ช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ เดือน ก.ย.-พ.ย.) ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง กทม.และ 5 จังหวัดปริมณฑล ตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่ จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ในการตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ และเตรียมพร้อมเพื่อสั่งการ หากปริมาณฝุ่นละอองในพื้นที่มีปริมาณสูงขึ้น

ในส่วนของขั้นปฏิบัติการ (ช่วงเกิดสถานการณ์ เดือน ธ.ค.-เม.ย.) เป็นการปฏิบัติการช่วงเกิดสถานการณ์ PM2.5 เกินมาตรฐาน ซึ่งได้ปรับปรุงแผนปฏิบัติการใน กทม. ปริมณฑล และในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยได้กำหนดการยกระดับความเข้มข้นของมาตรการตามความรุนแรงของสถานการณ์เป็น 4 ระดับ ประกอบด้วย ระดับที่ 1.มีค่าไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ให้ส่วนราชการทุกหน่วยต้องดำเนินการตามภารกิจ เพื่อควบคุมรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่จังหวัดต่างๆ ให้อยู่ในระดับปกติ

ระดับที่ 2 มีค่าฝุ่นละอองมากกว่า 50 มคก./ลบ.ม. ให้ทุกส่วนราชการต้องดำเนินการเพิ่มและยกระดับมาตรการต่างๆ ให้เข้มงวดขึ้น โดยผู้ว่าราชการ กทม. และผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก เพิ่มจุดตรวจจับควันดำเป็น 20 จุด เข้มงวดตรวจสอบตรวจจับรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ก่อนออกให้บริการ ไม่ให้มีรถควันดำวิ่ง

นอกจากนี้ ยังมีการปรับเปลี่ยนไปใช้น้ำมัน B20 เร่งรัดนำน้ำมันดีเซลเทียบเท่ามาตรฐาน EURO 5 มาจำหน่ายในพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และจังหวัดต่างๆ ในช่วงเวลาวิกฤต ขยายพื้นผิวการจราจร ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด ปฏิบัติการทำฝนเทียม ห้ามรถยนต์ที่มีมลพิษสูงสัญจรในพื้นที่ กทม.ชั้นกลางและชั้นนอก

ระดับที่ 3 ปริมาณฝุ่นละอองยังไม่ลดลงและมีแนวโน้มสูงขึ้น ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้ว่าราชการ กทม. และผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีปัญหาฝุ่นละออง ใช้กฎหมายที่มีอยู่เข้าไปควบคุมยับยั้งสถานการณ์ค่าฝุ่นละออง ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และระดับที่ 4 ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กยังไม่ลดลง และมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เป็นกรณีเร่งด่วนพิเศษ และพิจารณากลั่นกรองแนวทางในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยจะต้องนำเสนอนายกรัฐมนตรีเป็นการเร่งด่วน เพื่อพิจารณาในการสั่งการ

ขณะที่มาตรการระยะกลาง (พ.ศ.2562-2564) พิจารณาปรับวิธีการและปรับลดอายุรถที่เข้ารับการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี พิจารณาการเพิ่มภาษีรถยนต์เก่า การลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น และมาตรการระยะยาว (พ.ศ.2565-2567) ปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐาน EURO 6 ห้ามนำเข้าเครื่องยนต์ใช้แล้วมาเปลี่ยนแทนเครื่องยนต์เก่าในรถยนต์ กำหนดให้เจ้าของและผู้ประกอบการที่มีการเผาในที่โล่งในพื้นที่ของโครงการหรือพื้นที่ครอบครองเป็นความผิดอาญา

อย่างไรก็ตาม ให้จังหวัดจัดตั้งศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการ กทม. และผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ในการเข้าควบคุมสถานการณ์จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และให้จังหวัดจัดทำแผนปฏิบัติการในระดับพื้นที่ ติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน

- Advertisement -