‘คาร์บอน’ ทั่วโลกเพิ่มขึ้น-สวนทางเป้าหมายลด COP24 เคาะมาตรการหลังปี 64 เร่งทำจริงจัง

ปริมาณก๊าซคาร์บอนทั่วโลกเพิ่มขึ้นทุกปี-สวนทางความต้องการลดตามเป้า เวที COP24 เห็นตรงกันหลังปี 2564 ต้องทำจริงจัง ร่วมเจรจากติกา-ลดอุณหภูมิโลก

นายกลย์วัฒน์ สาขากร ผู้อำนวยการกลุ่มงานประสานงานกลางอนุสัญญา กองประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เปิดเผยถึงผลการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 24 (COP24) ตอนหนึ่งว่า นับตั้งแต่การประชุม COP21 เมื่อปี 2558 ที่เกิดความตกลงปารีส ซึ่งหลายประเทศเริ่มให้ความสนใจที่จะลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง แต่ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ความพยายามที่จะลดกลับสวนทางกับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากขึ้นในทุกๆ ปี

ทั้งนี้ ในการประชุม COP24 เมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา ที่ประชุมจึงได้ร่วมกันทำข้อตกลงในหลายประเทศ ถึงการเริ่มต้นอย่างจริงจังในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยจะเริ่มในปี 2564 ซึ่งมีระยะเวลาในการเตรียมความพร้อม 2 ปี โดยมีกติกาที่ที่ร่วมกันตกลงหลักๆ 7 ข้อ ประกอบด้วย 1.การจัดส่งเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) 2.รายงานด้านการปรับตัว ที่มีเนื้อหาประกอบด้วยสถานการณ์ประเทศ ความเสี่ยง ความเปราะบางของสภาพภูมิอากาศ 3.กรอบความโปร่งใสในการดำเนินงาน

4.การใช้กลไกตลาดและการไม่ใช้กลไกตลาด 5.การสนับสนุนด้านการเงินและเทคโนโลยี 6.แนวทางการประเมินสถานการณ์และการดำเนินงานระดับโลก 7.รายงานพิเศษ ณ อุณหภูมิ 1.5 องศาเซลเซียส โดยทั้งหมดมีเพียงข้อ 1-3 ที่สามารถตกลงร่วมกันได้ ส่วนข้อ 4-7 ยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ จึงถูกยกไปหารือในการประชุมครั้งถัดไป หรือ COP25

“ขณะที่โลกให้ความสนใจในการรักษาอุณหภูมิโลก ประเทศไทยได้ลงมือทำไปบางส่วนแล้ว เช่น การทำระบบฐานข้อมูลการปล่อยก๊าซให้มีความทันสมัยมากขึ้น จากเป้าหมายการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก่อนปี ค.ศ.2021 โดยใน 2 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยสามารถลดไปแล้ว 12% และได้ทำการจัดทำแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกขึ้นมา” นายกลย์วัฒน์ กล่าว

กลย์วัฒน์ สาขากร

น.ส.ฌนุษกุล สุภิรักษ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ กองประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สผ. กล่าวว่า ในส่วนของ NDC การดำเนินงานของประเทศไทยในการลดก๊าซเรือนกระจก ได้มีการจัดทำแผนที่นำทางใน 3 สาขา คือ 1.พลังงานและขนส่ง 2.การจัดการของเสีย 3.อุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งจากการจัดทำแผนที่นำทางและได้กำหนดมาตรการหลัก ทำให้สามารถประเมินศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 20.8% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ประกาศออกไปในตอนแรก

- Advertisement -