ชี้การค้าพืช-สัตว์ป่า ภัยความมั่นคงแบบใหม่ ทส.จัดประชุมไซเตสร่วมหารือ 9 ชาติอาเซียน

ไทยจัดประชุมคณะทำงานอาเซียนด้านอนุสัญญาไซเตส การใช้กฎหมายสัตว์ป่า-พืชป่า ชี้เป็นภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่ กระทบรัฐ-สังคม ลดความน่าเชื่อถือ

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดประชุมคณะทำงานอาเซียนด้านอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) และการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสัตว์ป่าและพืชป่าสมัยพิเศษ หรือ Special AWG-CITES and WE เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2562 ร่วมกับหน่วยงานนานาชาติ โดยมี ผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ ผู้แทนสำนักเลขาธิการอาเซียน ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน และคณะผู้แทนไทยจาก 7 หน่วยงาน เข้าร่วม

สำหรับการประชุมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อพิจารณากลั่นกรองในระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ก่อนการจัดประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษ เรื่องการป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎหมาย (The Special ASEAN Ministerial Meeting on Illegal Wildlife Trade) ซึ่ง ทส. กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-25 มี.ค. 2562 ที่ จ.เชียงใหม่ ในวาระที่ประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2562 เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ในการแก้ไขปัญหาการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎหมาย

นายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองปลัด ทส. เปิดเผยว่า การค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎหมายเป็นภัยคุกคามความมั่นคงรูปแบบใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของการบริหารจัดการของภาครัฐและประชาชนในสังคม บั่นทอนความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ ลดระดับความน่าเชื่อถือของหน่วยงานภาครัฐในการจัดการกับปัญหาที่อาจส่งผลต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต พร้อมทั้งสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ จากการลดลงและสูญพันธุ์ของชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า ซึ่งอนุภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดของโลก

“ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จนนำไปสู่ข้อตกลงของประเทศสมาชิกสำหรับการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎหมาย โดยการกำหนดให้การค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืชผิดกฎหมายเป็นอาชญากรรมสาขาใหม่ภายใต้ความร่วมมืออาเซียน และจัดตั้งคณะทำงานด้านการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย เพื่อดำเนินงานในการกำหนดและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้” นายพงศ์บุณย์ กล่าว

นายพงศ์บุณย์ กล่าวว่า จากการประชุมในครั้งนี้ ประเทศไทยคาดหวังว่าที่ประชุมจะมีมติเห็นชอบต่อระเบียบวาระการประชุม และเอกสารประกอบการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษฯ ดังกล่าวทุกฉบับ และข้อริเริ่มของประเทศไทยในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนด้านอาชญากรรมสัตว์ป่าและพืชป่าข้ามชาติ (ASEAN Training Center on Transnational Wildlife Crime) อันจะทำให้การดำเนินการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษฯ ที่จะเกิดขึ้นในเดือน มี.ค. 2562 ประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้

ด้าน นายสมเกียรติ สุนทรพิทักษ์กูล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา อส. กล่าวว่า การประชุมที่จะเกิดขึ้นในเดือน มี.ค.นี้ จะสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายความร่วมมือเพื่อต่อต้านการค้าที่ผิดกฎหมาย โดยส่วนหนึ่งจะมีการดูงานภาคสนาม ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

- Advertisement -