แจงมาตรการรัฐ 4 ระดับใช้คุมฝุ่นละออง PM2.5 ขั้นวิกฤตมอบอำนาจผู้ว่าฯ สั่งยุติกิจกรรมก่อพิษ

“บิ๊กเต่า” แจง 4 มาตรการคุมฝุ่นพิษ สั่งคณะกรรมการคพ.ถกลดค่าฝุ่นขั้นวิกฤต เตรียมทดสอบพ่นละอองน้ำโมเลกุลเล็กจากดาดฟ้า หากได้ผลเตรียมนำใช้ในพื้นที่อื่น

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ทส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมแผนปฏิบัติการแก้ไขฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ และจะยกระดับความเข้มข้นของมาตรการตามความรุนแรงของสถานการณ์

ทั้งนี้ประกอบด้วย ระดับที่ 1 หากมีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานอยู่ที่ 51-90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร (มคก./ลบ.ม.) จะเพิ่มความเข้มข้นของการดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น การตรวจจับควันดำรอบ กทม. เร่งคืนพื้นผิวจราจรในพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า ฉีดพ่นน้ำแรงดันสูง เพิ่มความถี่ในการกวาดล้างทำความสะอาดถนน รวมถึงงดเผาในพื้นที่ 5 จังหวัดรอบ กทม.

ในส่วนระดับที่ 2 หากปริมาณฝุ่นละอองเกิน 90 มคก./ลบ.ม. ครอบคลุมทั้งพื้นที่ติดต่อกัน 3 วัน จะให้หน่วยงานสาธารณสุขยกเป็นระดับสถานการณ์รุนแรง เช่น ลดจำนวนยานพาหนะ ชะลอหรือหยุดการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้า ปรับเปลี่ยนและแก้ไขแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทอุตสาหกรรมให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น

ระดับที่ 3 คือหากดำเนินการตามระดับที่ 2 แล้วยังมีค่าฝุ่นละอองเกิน 90 มคก./ลบ.ม. ครอบคลุมทั้งพื้นที่ติดต่อกัน 3 วัน จะให้ผู้ว่าราชการ กทม.และพื้นที่ปริมณฑล ใช้อำนาจตามมาตรา 28/1 วรรค 2 แห่ง พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ และมีอำนาจยุติกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษได้ทันที ทั้งนี้จะใช้อำนาจเฉพาะพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินเท่านั้น ไม่ต้องยึดตามค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองจากทุกพื้นที่

สำหรับระดับที่ 4 หากดำเนินการทั้ง 3 ระดับแล้ว ค่าฝุ่นละอองยังคงเกิน 90 มคก./ลบ.ม. จะมีการเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล) พิจารณามาตรการแก้ปัญหา เสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 สั่งการให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ร่วมกันกระทำการใดๆ เพื่อระงับหรือลดปริมาณฝุ่นละออง PM2.5

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับ 1-2 ซึ่งหน่วยงานรัฐได้ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อลดปริมาณฝุ่นแล้ว อย่างไรก็ตามคณะกรรมการควบคุมมลพิษ ซึ่งมีปลัด ทส.เป็นประธาน จะร่วมประชุมกับผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศ เพื่อพิจารณาค่าฝุ่นละอองในขั้นวิกฤตระดับ 3 จาก 90 มคก./ลบ.ม. เป็น 70 มคก./ลบ.ม. หรือไม่ หากเห็นชอบจะเสนอ กก.วล.พิจารณามาตรการ และเสนอให้นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ผู้ว่าราชการ กทม.และปริมณฑล ดำเนินตามอำนาจดังกล่าวต่อไป

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้ประสานงานไปยังกระทรวงพลังงาน เพื่อสนับสนุนน้ำมันไบโอดีเซล B20 ที่ใช้ในกลุ่มรถยนต์ขนาดใหญ่ เช่น รถโดยสาร รถบรรทุก ซึ่งตามแผนที่คุยกับกระทรวงพลังงานจะกำหนดราคาน้ำมัน B20 ให้น้อยกว่าน้ำมันดีเซล ประมาณ 5 บาท และคาดว่ามาตรการนี้จะช่วยลดมลพิษได้ถึง 12%

“ส่วนมาตรการการฉีดพ่นละอองน้ำ ทส. จะร่วมกับภาคเอกชนทำการทดลองฉีดพ่นละอองน้ำที่มีขนาดเล็กพอๆ กับโมเลกุลฝุ่น PM 2.5 ในบริเวณชั้น 20 ของตึก ทส. เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นที่อาจกลับมารุนแรงอีกครั้งในวันที่ 28-29 ม.ค. นี้ ทั้งนี้หากใช้ได้ผลดีก็จะนำไปใช้ในพื้นที่อื่นต่อไป” พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าว

- Advertisement -